กลูตาไธโอน ขาวชัวร์หรือมั่วนิ่ม

กลูตาไธโอน ขาวชัวร์หรือมั่วนิ่ม

หากเราสังเกตหลากหลายผลิตภัณฑ์เพื่อความงามในปัจจุบัน?จะพบว่ามีส่วนผสมที่ชื่อว่า??กลูตาไธโอน?(glutathione)??เป็นส่วนประกอบอยู่ภายในทั้งสิ้น?ซึ่งสารชนิดนี้ก็เสริมเข้าไปเพื่อมีจุดประสงค์ในการเพิ่มความขาว?สวย?ใส?วิ๊ง?และเป็นที่ถูกใจของสาวๆหลายๆคน?แต่สำหรับบางคน?อาจจะยังคงมีคำถามกันอยู่ว่า?สารชนิดนี้ทำงานอย่างไร?การเสริมเติมแต่งเข้าไปในลักษณะการทา?ฉีด?หรือรับประทานจะมีประโยชน์หรือโทษต่อร่างกายหรือไม่?เราพร้อมไขคำตอบเพื่อคุณแล้วค่ะ

 

กลูตาไธโอน ขาวชัวร์หรือมั่วนิ่ม

ภาพจาก : http://indiaopines.com/bizarre-treatments-fair-skin/
กลูตาไธโอน ขาวชัวร์หรือมั่วนิ่ม

กลูตาไธโอน?(glutathione)?จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในสิ่งมีชีวิตทั้งในพืช?สัตว์?เห็ดรา?แบคทีเรีย?รวมทั้งในร่างกายมนุษย์?สารชนิดนี้เป็นสารที่เซลล์ในร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ได้เอง?หากพูดตามภาษาเคมี?กลูตาไธโอนจะจัดเป็นสารประเภท?tripeptides?หรือการมีส่วนประกอบของกรดอะมิโน?3?ชนิด?ได้แก่??ซีสทีน??(cystine),?กรดกลูตามิค?(glutamic?acid)?และไกลซีน?(glycine)??ด้วยองค์ประกอบต่างๆนี้?ทำให้กลูตาไธโอนมีคุณสมบัติในการป้องกันเนื้อเยื่อภายในร่างกายที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเซลล์?ไม่ให้โดนสารอนุมูลอิสระที่มาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกเข้ามาทำลาย?นอกจากนี้?ยังทำหน้าที่ในการส่งเสริมให้ตับขจัดสารพิษออกจากร่างกาย?ช่วยให้ตัวอสุจิของผู้ชาย?กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย?และนำมาใช้รักษาโรคต่างๆได้อย่างมากมาย?ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง?โรคหัวใจ?โรคพาร์กินสัน?โรคอัลไซเมอร์?โรคไต?โรคตับ?โรคข้ออักเสบ?โรคเอดส์?โรคภาวะเป็นหมันในเพศชาย?และภาวะหูตึงจากเสียงดัง

จากการศึกษาวิจัยพบว่า?กลูตาไธโอนจะเป็นตัวทำลายอนุมูลอิสระที่ออกฤทธิ์ภายในเซลล์?หากใช้งานร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระที่ออกฤทธิ์ภายนอกเซลล์อย่างวิตามินซี?จะยิ่งทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้สูงมากยิ่งขึ้น?เนื่องจากสารสองตัวนี้หากทำงานร่วมกันจะช่วยส่งเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน?ทำให้ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

นอกเหนือไปจาก?ความสามารถในการรักษาโรคต่างๆข้างต้นแล้ว?กลูตาไธโอน?ยังมีผลข้างเคียงในการยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน?ทำให้ผิวขาวมากขึ้น?ซึ่งผลพลอยได้นี้กลับกลายมาเป็นจุดประสงค์หลัก?ที่ใครหลายคนต้องการ

การใช้กลูตาไธโอนในการรักษาโรคต่างๆ?โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีฉีดสารกลูตาไธโอนเข้าไปทางหลอดเลือดดำหรือเข้าที่บริเวณกล้ามเนื้อ?เพื่อเข้าไปรักษาความผิดปกติต่างๆในร่างกาย?ซึ่งจะส่งผลข้างเคียงทำให้สีผิวของผู้ป่วยขาวขึ้น?สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจาก?กลูตาไธโอนจะไปทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส?(tyrosinase)?ซึ่งส่งผลกระทบให้เม็ดสีที่ผิวหนังเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว?ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษด้วยสารกลูตาไธโอน?จึงมักมีผิวที่ขาวขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจนั่นเอง

ด้วยเหตุผลนี้เอง?จึงมีผู้ผลิตหัวใสพยายามนำเอาผลข้างเคียงของยาในด้านนี้มาใช้ในการทำให้ผิวขาวขึ้น?อย่างไรก็ตาม?การฉีดกลูตาไธโอนเพื่อเพิ่มความขาวเป็นเพียงแค่ผลข้างเคียงของยาที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น?หากต้องการให้ความขาวคงอยู่อย่างคงทนไปตลอด?จำเป็นต้องได้รับการฉีดซ้ำเป็นระยะๆ?ซึ่งมีผลต่อการสะสมภายในร่างกายและก่อให้เกิดอันตรายในระยะยาวหากใช้อย่างต่อเนื่อง?ทั้งนี้?การฉีดยาจำเป็นต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น?มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาต่อร่างกาย?เช่น?การติดเชื้อในกระแสเลือด?การเกิดฟองอากาศอุดตันหลอดเลือด?เป็นต้น?ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
นอกเหนือจากกลูตาไธโอนที่ร่างกายได้รับในรูปยาฉีดแล้ว?ยังมีการใช้ในรูปแบบการรับประทาน?การทาผิวได้ด้วย?โดยหากเป็นรูปแบบที่รับสู่ร่างกายด้วยการรับประทาน?จะมีทั้งแบบยาเม็ดหรือผงละลายน้ำ??ซึ่งคุณสมบัติในการช่วยด้านผิวขาวอาจไม่ได้ผลดีเท่ากับการฉีดเข้าสู่เส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อ?แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงในด้านอันตรายที่น้อยกว่าด้วยเช่นกัน

 

กลูตาไธโอน ขาวชัวร์หรือมั่วนิ่ม

กลูตาไธโอน ขาวชัวร์หรือมั่วนิ่ม
ภาพจาก : http://www.sayhibeauty.com

 

อย่างไรก็ตาม?ความต้องการด้านผิวขาวไม่ได้มีทางออกเพียงแค่การฉีด?กิน?หรือทาสารกลูตาไธโอนที่ได้จากการสังเคราะห์ขึ้นมาเพียงเท่านั้น?การได้รับอาหารจากธรรมชาติก็สามารถทำให้ร่างกายมีกลูตาไธโอนเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน?เนื่องจาก?เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารที่ชื่อว่า???NAC?หรือ?N-acetyl?cysteine??ร่วมกับสารประกอบกำมะถันจากอาหาร?จะทำให้สารกลูตาไธโอนจะถูกสร้างขึ้นภายในเซลล์?ดังนั้น?วิธีการง่ายๆที่จะทำให้ผิวขาวโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี?ก็ทำแค่เพียงการรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของ?NAC?หรือกำมะถันเข้าไปในร่างกายให้มากเพียงพอที่จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกลูต้าไธโอนขึ้นมา

แหล่งของสารอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตกลูตาไธโอนสามารถหาได้จากผักผลไม้ใกล้ตัวโดยเฉพาะผักที่มีกลิ่นค่อนข้างฉุน?เช่น?กระเทียม?หอมแดง?หอมใหญ่?กวางตุ้ง?กู๋ไช่?ดอกไม้ฝรั่ง?เป็นต้น??นอกจากนี้?ยังควรรับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์และไข่ให้มากเพียงพอ?เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณสารกำมะถันที่เป็นสารสำคัญในการสร้างกลูตาไธโอนด้วย

การปกป้องผิวกายให้มีความขาวอย่างยั่งยืนและยาวนาน?นอกจากจะทำได้จากการรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการผลิตสารกลูตาไธโอนแล้ว?ยังควรหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่จะไปขัดขวางไม่ให้ร่างกายได้รับกลูตาไธโอนอย่างเต็มที่?โดยการพยายามหลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศอย่างแสงแดด?ฝุ่น?หรือ?ควัน

แม้ว่าสารชนิดนี้จะเป็นที่ยอมรับกันว่ามีผลต่อผิวพรรณที่ขาวมากขึ้น?แต่ก็ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการแพ้โปรตีน?เด็กที่มีอายุต่ำกว่า?2?ขวบ?และสตรีมีครรภ์?เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพที่ทุกคนต้องการ