กัดเล็บ

เลิกกัดเล็บเถอะ

เลิกกัดเล็บเถอะ

สำหรับคนที่ชอบกัดเล็บอยู่บ่อยๆ ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ควรที่จะเป็น การกัดเล็บไม่เพียงแต่จะทำให้คุณดูไม่ดีในสายตาของคนอื่นเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงอันตรายในด้านอื่นๆ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยคิดเอาไว้ก่อนก็เป็นได้ แม้ว่าจะมั่นใจว่าตัวเองดูแลทำความสะอาดเล็บมือตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุครั้งแล้วก็ตาม แต่เล็บมือก็ไม่สามารถปลอดเชื้อโรคได้ตลอดเวลาอยู่ดี และหากคุณรู้ว่าการกัดเล็บสามารถส่งผลเสียร้ายแรงมากมายขนาดนี้ อาจจะช่วยให้รู้ตัวและเลิกพฤติกรรมดังกล่าวไปเลยก็ได้

ก่อนที่คุณคิดจะกัดเล็บต่อไป หรือคิดว่าการกัดเล็บไม่จำเป็นต้องเลิก อยากให้ลองรับรู้เรื่องจริงเกี่ยวกับเล็บหรือการกับเล็บให้มากขึ้นกันสักหน่อย ดังต่อไปนี้ค่ะ

1 เนื่องจากคนเราใช้มือในการจับหยิบสิ่งของ

ซึ่งเล็บก็เป็นส่วนหนึ่งของนิ้วมือที่จะต้องสัมผัสกับสิ่งของที่สกปรกมากมายในแต่ละวัน โดยเฉพาะส่วนของปลายเล็บก็ถึงเป็นส่วนที่รวบรวมเชื้อโรคแบคทีเรีย เชื้อรา และซ่อนตัวเอาไว้มากที่สุด ยิ่งเราล้างมือไม่สะอาดก็ยิ่งส่งผลให้การกัดเล็บเป็นการป้อนเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดายมากขึ้นเท่านั้น

2 นักวิทยาศาสตร์หรือนักวิจัยได้มีการทดลองพบว่า

การยิ่งกัดเล็บมากเท่าไหร่ เชื้อโรคภายในปากก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น การทดลองนี้ทดสอบกับผู้ทดสอบ 59 คน ซึ่งผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่า การกัดเล็บสิ่งผลต่อการเพิ่มของปริมาณแบคทีเรียในช่องปากได้สูงถึง 76 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

3 นอกเหนือจากการได้รับเชื้อโรคที่ร่างกายไม่ต้องการแล้ว

การกัดเล็บยังส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อซี่ฟันของคุณด้วย เพราะเล็บเป็นส่วนที่แข็งส่วนหนึ่ง การใช้ฟันกัดเล็บจึงอาจส่งผลให้ฟันแตกบิ่น หรือหากกัดอย่างต่อเนื่องก็อาจส่งผลร้ายแรงจนถึงขั้นขากรรไกรเคลื่อน ซึ่งจะส่งผลให้การใช้ชีวิตของคุณแย่ลงไปกว่าเดิมแน่นอน

เลิกกัดเล็บเถอะ
เลิกกัดเล็บเถอะ — ภาพจาก : https://maanow.com/89-นิสัยชอบกัดเล็บ.html


4 การกัดเล็บไม่เพียงแต่ส่งผลในช่วงเวลาที่คุณรู้ตัวเท่านั้น

แต่มันจะทำให้พฤติกรรมนี้สืบเนื่องต่อไปจนถึงตอนที่คุณกำลังนอนหลับ เพราะการกัดเล็บในตอนกลางวันอาจทำให้คุณกลายเป็นคนนอนกัดฟันในตอนกลางคืนได้ ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายชินกับพฤติกรรมการเคี้ยว จึงเป็นผลให้ตอนนอนเกิดพฤติกรรมเดียวกันตลอดเวลา ทั้งนี้ ยิ่งมีการขบฟันมากเท่าไหร่ โอกาสที่ฟันจะอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว หรือเร็วกว่าเวลาที่ควรจะเป็นก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

5 นอกจากฟันที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว

เหงือกก็พลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วย เพราะเศษเล็บที่กัดและขาดออก อาจจะเข้าไปติดอยู่ภายในซอกฟัน และความแหลมคมของเล็บก็อาจจะเข้าไปทิ่มทำร้ายเหงือก ทำให้เหงือกได้รับบาดเจ็บตามมาได้

6 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า…การกัดเล็บส่งผลต่อกลิ่นปาก

มีรายงานบางฉบับกล่าวว่าคนที่กัดเล็บบ่อยๆ มักจะมีกลิ่นปากที่รุนแรงกว่าคนที่ไม่กัดเล็บ ทั้งนี้ ก็เพราะความไม่สะอาดที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่าการกัดเล็บจะทำให้แบคทีเรียในช่องปากเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีแบคทีเรียจำนวนมากก็ย่อมส่งผลให้ปากเหม็นหรือมีกลิ่นปากได้ง่ายมากกว่าเดิม

7 นอกจากภายในปากจะได้รับผลกระทบจากการกัดเล็บแล้ว

บริเวณริมฝีปากก็จะได้รับการสะสมของเชื้อโรคเช่นกัน ซึ่งการกระทำอย่างต่อเนื่องยาวนานเช่นนี้ อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อบริเวณริมฝีปากได้

8 การกัดเล็บตามปกติก็ว่าแย่แล้ว

แต่สำหรับคนที่ชอบทาเล็บ แล้วยังมีพฤติกรรมการกัดเล็บด้วย ก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก เพราะยาทาเล็บมักมีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมีที่รุนแรงยกตัวอย่างสารเคมีที่สำคัญ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ นั่นเอง

9 การตัดเล็บอย่างต่อเนื่องจะทำให้เนื้อส่วนที่โดนกัดไปลดลงเรื่อยๆ

การที่จะสร้างนื้อเล็บกลับเข้ามาทดแทนส่วนที่โดนกัดไป จะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลงเรื่อยๆเช่นกัน ดังนั้น เมื่อกัดเล็บไปเรื่อยๆอาจจะทำให้คุณมีเล็บที่สั้นลง หรือแทบไม่เหลือเล็บอีกเลยก็ได้

การกัดเล็บจึงเป็นสิ่งที่เราควรละหรือเลิกให้ได้ ซึ่งวิธีการแก้ไขพฤติกรรมการกัดเล็บสามารถทำได้หลายแบบ โดยให้เริ่มต้นจากการสังเกตพฤติกรรมของคนที่กัดเล็บก่อน เพื่อดูช่วงเวลา ความถี่ สังเกตและจดบันทึกทุกครั้งเพื่อเก็บเป็นข้อมูล ก็จะช่วยให้เราทราบได้ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไรที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการกัดเล็บ เพี่อจะได้พยายามแก้หรือหลีกเลี่ยงให้ได้

แต่ถ้าแก้ยังไงก็ยังแก้ไม่หายสักที คงต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่าเดิม บางคนหยิบยกเอาวิธีของคนโบราณมาใช้ เช่น ทาบอระเพ็ดขมๆที่เล็บ เป็นต้น หรืออาจจะต้องให้หมอเฉพาะทางช่วยบำบัดให้หายขาด ดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น การใช้ยาแก้อาการซึมเศร้า หรือการใช้พลาสติกครอบฟันเอาไว้เพื่อป้องกันการกัดเล็บ แต่เชื่อเถอะว่าวิธีที่ดีที่สุด ก็คือ การพยายามเบี่ยงเบนความสนใจในการกัดเล็บ และหากิจกรรมอย่างอื่นๆมาทำแทน ทำให้มือไม่ว่าง หรืออาจจะใช้การนั่งสมาธิเพื่อทำจิตสงบก็ช่วยได้ด้วยเหมือนกันค่ะ

วิธีแก้ก็มีหลายวิธี ลองดู ลองปรับ กันไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่งคุจะลืมเรื่องการกัดเล็บไปได้อย่างแน่นอน เพื่อบุคลิกภาพและสุขภาพที่ดีที่หาซื้อไม่ได้ที่ไหนเลย