กินเจ…กินอย่างไรไม่ให้ขาด ‘โปรตีน’

 

    ใกล้เข้ามาทุกทีกับเทศกาลถือศีลกินเจของชาวไทยเชื้อสายจีน ใครที่อยากจะถือโอกาสในการละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ก็มักจะใช้เวลาช่วงเวลานี้ในการชำระล้างจิตใจด้วยการงดเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ แต่สำหรับบางคน อาจมีความกังวลว่า ถ้าไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์เหมือนเดิมแล้ว จะยังคงได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตรงตามความต้องการของร่างกายหรือไม่ ถ้าเกิดว่าใครยังคงมีข้อสงสัยในส่วนนี้ เขยิบเข้ามาสิค่ะ เราจะอธิบายให้คุณฟังเอง


    เทศกาลเจปีนี้ พิเศษกว่าปีอื่นๆที่ผ่านมามากค่ะ เพราะโดยปกติแล้ว เราจะกินเจกันแค่ปีละครั้งเดียว แต่ปี 2557 นี้เราจะกินเจกันถึงสองรอบเลย คือในช่วง 24 กันยายน – 2 ตุลาคม และ 24 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ตามปฏิทินจีนในปี 2557 จะมีเดือน 9 ถึงสองรอบในปีเดียว ซึ่งนานๆทีจะมีสักครั้งหนึ่ง ใครที่เคร่งครัดมากๆอยากรับประทานทั้งสองครั้งก็ถือว่าได้ทำบุญครั้งยิ่งใหญ่สุดๆไปเลย แต่ถ้าใครไม่เคร่งมาก รับประทานแค่ครั้งเดียวก็ได้บุญไม่แพ้กันค่ะ ถือซะว่าได้ทำบุญแบบที่ตัวเราไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเลย

    และแน่นอนว่า เทศกาลกินเจก็จะต้องรับประทานแต่อาหารที่ได้มาจากพืชผักตามธรรมชาติ ทั้งยังต้องงดเว้นการฆ่าสัตว์เพื่อนำมาประกอบเป็นอาหาร จนหลายคนอาจมีคำถามว่า “แล้วอย่างนี้ร่างกายจะเอาโปรตีนจากไหนไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอกันละ???”

    จริงอยู่ที่เนื้อสัตว์ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา หรือเนื้อจากสัตว์ชนิดอื่นๆ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากสัตว์อย่างไข่เป็ดหรือไข่ไก่ จะเป็นหนึ่งในอาหารต้องห้ามที่ต้องละเว้นในช่วงเทศกาลการกินเจ และแม้ว่าอาหารเหล่านี้จะเป็นแหล่งของโปรตีนที่สำคัญและมีกรดอะมิโนจำเป็นอย่างครบถ้วน แต่ก็ใช่ว่าอาหารอื่นๆที่เป็นอาหารเจจะทดแทนส่วนนี้ไม่ได้เสียเมื่อไร เพราะเราสามารถเลือกรับประทานอาหารอื่นๆทดแทนโปรตีนที่ขาดหายไปได้ ทั้งยังอาจได้สารอาหารจำเป็นตัวอื่นๆแถมเข้ามาด้วยก็เป็นได้

    หนึ่งในอาหารเจที่จัดได้ว่าเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพดีก็คือ “โปรตีนเกษตร” ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งรูปแบบอาหารที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อทดแทนการบริโภคโปรตีนที่เป็นเนื้อสัตว์ โปรตีนเกษตรได้มาจากการนำเอาแป้งถั่วเหลืองมาสกัดเอาไขมันออกจนแทบจะไม่มีเหลือ หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘แป้งดีแฟต (Defat flour)’ หลังจากนั้นก็จะเอาไปผ่านกระบวนการผลิตโดยวิธีเอ็กซทรูชั่น (Extrusion cooking process) เพื่อขึ้นรูปเป็นโปรตีนเกษตรนั่นเอง อย่างที่บอกไปแล้วว่าโปรตีนเกษตรนับเป็นอาหารยอดฮิตที่พ่อครัวแม่ครัวหยิบมาใช้เพื่อปรุงอาหารแทนเนื้อสัตว์ เพราะนอกจากจะได้รับสารอาหารจากโปรตีนที่ดีไม่แพ้นมวัวแล้ว ไขมันที่เราจะได้รับก็มีปริมาณที่ต่ำกว่าด้วย ทั้งยังมีให้เลือกในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ ส่วนรสชาติก็จัดอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้เลยทีเดียว

    นอกจากโปรตีนเกษตรแล้ว เราก็ยังสามารถได้รับโปรตีนจากการรับประทาน ‘เห็ด’ ที่มีให้เลือกหลากหลายชนิด หลากหลายพันธุ์ และหลากหลายความอร่อย ไม่ว่าจะเป็น เห็ดหูหนู เห็นออรินจิ เห็ดเข็มทอง เห็ดนางฟ้า เห็ดหอม หรือสารพันเห็ดอื่นๆอีกมากมาย ที่ถึงแม้ว่าโปรตีนที่ได้อาจจะด้อยกว่าการบริโภคเนื้อสัตว์ แต่การรับประทานเห็ดก็แฝงไปด้วยคุณประโยชน์จากวิตามินและแร่ธาตุอื่นที่จะเข้ามาช่วยรักษาหรือป้องกันโรคได้ ยกตัวอย่างเช่น ‘เห็ดหอม’ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อไวรัสและมะเร็ง และช่วยบำรุงกระดูก ‘เห็ดหูหนู’ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้เม็ดเลือดขาว ทำให้ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย และช่วยรักษาโรคกระเพาะและริดสีดวง ‘เห็ดฟาง’ ช่วยลดความดันโลหิตและเร่งการสมานแผล เป็นต้น


 

    โปรตีนส่วนต่อมาสามารถได้รับจากการรับประทาน “ถั่ว” ทั้งถั่วฝักยาว ถั่วพู ถั่วแดง ถั่วแระ เป็นต้น ซึ่งแต่ละถั่วก็มักจะมีปริมาณโปรตีนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งโดยรวมก็ถือว่ามีปริมาณโปรตีนที่สูงมากเชียวละ ซึ่งถั่วก็สามารถรับประทานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในแบบออเดิฟเรียกน้ำย่อย เป็นอาหารจานหลัก หรือเป็นส่วนประกอบในขนมหวาน จะเลือกรับประทานแบบไหน ก็แล้วแต่ความชอบและความพอใจส่วนตัวเลยค่ะ

    ใช่ว่าการรับประทาน “ผัก” จะได้รับเพียงใยอาหาร วิตามินหรือแร่ธาตุเพียงอย่างเดียว แต่การรับประทานผักใบเขียวก็ทำให้เราได้รับโปรตีนเหมือนกันนะ ผักใบเขียวที่มีส่วนประกอบของโปรตีน เช่น ผักโขม ผักบล็อกโคลี เป็นต้น แต่ในผักแต่ละชนิดก็จะมีขนิดของกรดอะมิโนที่แตกต่างกันออกไป ถ้าหากอยากจะให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนที่หลากหลายแล้วละก็ ควรที่จะรับประทานผักหลายๆชนิด เพื่อที่จะให้ร่างกายได้รับโปรตีนที่สมบูรณ์มากที่สุดนั่นเอง

    อาหารจำพวก “ธัญพืช” ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น งา เมล็ดทานตะวัน หรือเมล็ดป็อปปี้ ก็จัดเป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยโปรตีนดีต่อสุขภาพทั้งนั้น นอกจากนี้ อาหารธัญพืขยังมีไขมันที่ดีและไม่เป็นพิษต่อร่างกายอีกด้วย

    เห็นหรือยังค่ะว่า การไม่กินเนื้อสัตว์ก็ทำให้เราได้รับโปรตีนหรือกรดอะมิโนจำเป็นได้เช่นกัน เพียงแต่เราต้องเลือกรับประทานให้หลากหลาย เพื่อเติมเต็มคุณค่าทางโภชนาการให้สมบูรณ์มากที่สุด

    หวังว่าเจปีนี้จะเป็นปีที่ได้บุญ และอิ่มอร่อยกันถ้วนหน้านะคะ