ข้าวไรซ์เบอร์รี่…ชื่อนี้มีดีอย่างไร

ข้าวไรซ์เบอร์รี่...ชื่อนี้มีดีอย่างไร

    ข้าว คือ อาหารหลักของไทยมาแต่ช้านาน และคอยหล่อเลี้ยงชีวิตของเราให้เติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมข้าวจึงมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของมนุษย์มากถึงเพียงนี้ และคนไทยทุกคนก็ต่างรู้ดีว่า ข้าวเป็นสมบัติที่มีคุณค่า และควรที่จะพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ

    ด้วยเหตุนี้เองจึงมีการพัฒนาสายพันธุ์ของข้าวออกมามากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อยกระดับข้าวไทยให้มีคุณภาพและความอร่อยที่เหนือกว่านานาประเทศ หนึ่งในพันธุ์ข้าวที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ ก็เป็นชนิดพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่เช่นกัน ถ้าพร้อมแล้วไปทำความรู้จักกับ “ข้าวไรซ์เบอร์รี่” ข้าวสายพันธุ์ใหม่ของคนไทยกันให้มากขึ้นได้เลยค่ะ

ข้าวไรซ์เบอร์รี่...ชื่อนี้มีดีอย่างไร

ภาพจาก : http://www.phupassara.com/14357895/การผลิตข้าวอินทรีย์ไรซ์เบอร์รี่ภูภัสสรา ข้าวไรซ์เบอร์รี่…ชื่อนี้มีดีอย่างไร


    ข้าวไรซ์เบอร์รี่ (riceberry) เป็นข้าวที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง ‘ข้าวขาวดอกมะลิ 105’ ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิไทยที่ดีที่สุด กับ ‘ข้าวเจ้าหอมนิล‘ ข้าวสีดำที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย การวิจัยครั้งนี้เป็นการปรับปรุงพันธุ์ของศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว ที่ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนได้มาเป็นข้าวพันธุ์ใหม่ที่ผสมผสานระหว่างข้อดีของข้าวสองสายพันธุ์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

    หากคุณเป็นคนหนี่งที่ชอบรับประทานข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่นับเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ข้าวที่คุณจะต้องติดใจเป็นแน่ เพราะด้วยการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวหอมมะลิคุณภาพเยี่ยม กับข้าวหอมนิลที่ล้ำไปด้วยคุณประโยชน์ ทำให้ได้เป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่มีลักษณะเมล็ดสีม่วงเข้ม รูปร่างเมล็ดเรียวยาว ผิวมันวาว และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อหุงออกมาจะได้ข้าวกล้องที่มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลน่ารับประทานมากกว่าการรับประทานข้าวกล้องโดยปกติ

    ไม่เพียงแค่ความอร่อยที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่คุณประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับก็มีมากขึ้นตามไปด้วย เพราะข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นพันธุ์ข้าวที่นับได้ว่ามีความโดดเด่นในด้านของคุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าข้าวสายพันธุ์อื่น
โดยคุณสมบัติที่โดดเด่น ก็คือ รำข้าวและน้ำมันรำข้าวจากข้าวไรซ์เบอร์รี่จะมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารอาหารสำคัญในปริมาณสูง ได้แก่ เบต้าแคโรทีน แกมมาโอไรซานอล วิตามินอี แทนนิน สังกะสี และโฟเลตสูง การรับประทานข้าวไรซ์เบอร์รี่ในรูปแบบของข้าวกล้อง จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยบำรุงร่างกาย ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนที่ใต้ชั้นผิวหนัง อันจะทำให้สามารถลดการอักเสบที่ผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอย และชะลอความแก่ได้

ข้าวไรซ์เบอร์รี่...ชื่อนี้มีดีอย่างไร

ภาพจาก : http://www.siamsprout.com/ข้าวกล้อง-คือ/ ข้าวไรซ์เบอร์รี่…ชื่อนี้มีดีอย่างไร


    นอกจากนี้ ด้วยคุณประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง และโรคสมองเสื่อม ได้อีกด้วย เพราะสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้มาจากโพลิฟีนอล, แกมมา โอไรซานอล, แอนโทไซยานิน หรือเบต้าแคโรทีน ล้วนแต่มีส่วนช่วยในการดักจับอนุมูลอิสระที่ร่างกายได้รับมาจากสิ่งแวดล้อมภายนอก และกำจัดมันออกไปก่อนที่จะเข้ามาทำร้ายเซลล์ในร่างกายได้

    สารอาหารมากมายที่พบได้ในข้าวไรซ์เบอร์รี่มีส่วนในการปกป้องโรคอื่นๆได้อีกหลายชนิด เช่น ธาตุเหล็ก ที่เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับสตรีมีครรภ์ เพราะสารอาหารชนิดนี้จะช่วยให้เด็กในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง ป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ และช่วยควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกิดครรภ์เป็นพิษได้ดี หรือ โอเมกา-3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็นและมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง ตับ หรือระบบประสาท อีกทั้งยังช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้ดีอีกด้วย เป็นต้น

    อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญโดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ก็คือ ความปลอดภัยในการรับประทานข้าวชนิดนี้ เนื่องจากข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นข้าวที่มีค่าดัชนีน้ำตาลในระดับต่ำถึงปานกลาง ทำให้เมื่อผู้ป่วยเบาหวานรับประทานเข้าไป จะมีผลให้ร่างกายค่อยๆย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ และไม่เป็นผลให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงจนเกิดเป็นอันตรายต่อร่างกาย

    ส่วนสุดท้ายก็คือ ใยอาหารที่ได้จากผิวรำ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับถ่ายในร่างกายได้เป็นอย่างดี ผู้บริโภคท่านไหนที่รับประทานข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นประจำ จึงหมดกังวลเรื่องการขับถ่ายไปได้เลย เพราะใยอาหารที่ได้จากข้าวชนิดนี้จะไปช่วยเพิ่มมวลของอุจจาระ และทำให้สามารถขับออกจากร่างกายได้สะดวกมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

    จะเห็นได้ว่าข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นข้าวที่เหมาะสมต่อคนในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนทำงาน สตรีมีครรภ์ หรือผู้สูงวัย อย่างไรก็ตาม จะยังคงเห็นได้ว่าข้าวสายพันธุ์นี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักในปัจจุบัน ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็น่าจะมาจาก ยังมีเกษตรกรที่หันมาปลูกข้าวสายพันธุ์นี้ไม่มากนัก และการปลูกก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ จึงจะทำให้ได้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่มีคุณภาพดี สีสวย และคุ้มค่าต่อการลงทุน อย่างไรก็ตาม หากมีองค์กรหรือหน่วยงานที่เข้ามาสนับสนุนการปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่มากขึ้น เชื่อว่าในอนาคต คนไทยจะมีโอกาสได้รับประทานข้าวคุณภาพดีและราคาเหมาะสมได้อย่างแน่นอน