คุณรู้จัก “โรคอ้วน” ดีแค่ไหน?

คุณรู้จัก "โรคอ้วน" ดีแค่ไหน?

    คุณรู้จัก คำว่า อ้วน เป็นคำพูดที่มีความหมายหลายทาง และมีสาเหตุของอาการอ้วนหลายสาเหตุ คนที่รูปร่างอ้วนเหมือนกันไม่ได้หมายความว่าป่วยด้วยสาเหตุเดียวกัน เพราะเป็นไปได้ว่า ความอ้วนที่คุณได้รับอาจจะมาจากสาเหตุของอาหาร ดีแค่ไหน?
การออกกำลังกาย การไม่มีเวลา หรือเป็นโรคอื่นๆ 
คุณรู้จัก โรคอ้วน ดีแค่ไหน?

    ซึ่งความแตกต่างกันของสาเหตุโรคอ้วน ก็นำไปสู่การแก้ปัญหาที่แตกต่างกันด้วย หรือหมายความว่าการออกกำลังกายอาจไม่ใช่วิธีการในการลดความอ้วนที่ดีที่สุด ดังนั้น วิธีการที่จะช่วยให้คุณผอมลง จึงเป็นการเข้าใจก่อนว่าตัวเองนั้นอ้วนเพราะอะไร เพราะเมื่อทราบแล้วการแก้ปัญหาก็จะไม่ยากอีกต่อไป

    ความอ้วนแบ่งออกได้เป็น 6 ประเภท ซึ่งครั้งนี้เราจะมาชี้เฉพาะให้ทุกท่านได้ทราบกันว่า…ความอ้วนที่คุณกำลังเป็นกันนั้นคืออะไร แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร และถ้าคุณต้องการจะลดความอ้วนในแต่ละรูปแบบ ควรจะต้องใช้วิธีไหนถึงจะดีที่สุด ถ้าอยากผอมเร็วตามมาดูเลย

การแบ่งประเภทโรคอ้วน 6 ประเภท

    1. Obesity of food

    Obesity of food เป็นโรคอ้วนจากอาหารการกิน ซึ่งถือเป็นประเภทของโรคอ้วนที่พบมากที่สุดในโลก โรคอ้วนแบบนี้จะเกิดขึ้นหากร่างกายได้รับอาหารและน้ำตาลที่มากเกินไป หรือมากเกินความต้องการของร่างกาย หรือพูดง่ายๆก็คือ กินจนอ้วน นั่นละ

    วิธีแก้สำหรับโรคอ้วนประเภทแรกไม่ยากเลย เพราะในเมื่อปัญหาเกิดจากการรับประทานอาหาร วิธีการแก้ไขที่ง่ายที่สุดก็จึงเป็นการพยายามควบคุมอาหาร ลดปริมาณอาหารต่อมื้อให้น้อยลง ไม่ทานอาหารจุบจิบ หรือหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือความหวานสูง

    และถ้าจะให้ได้ผลดีมากขึ้น ร่างกายก็ต้องเพิ่มการเผาผลาญพลังงานส่วนเกินเหล่านี้ด้วย ซึ่งทำได้ด้วยการออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที และทำให้ได้สัปดาห์ละ 3-5 วัน ทำเช่นนี้สัก 1 เดือน ไม่ผอมก็ให้มันรู้ไปคุณรู้จัก โรคอ้วน ดีแค่ไหน?

    2. Obesity “nervous stomach”

    Obesity “nervous stomach” เป็นโรคอ้วนที่เกิดจากความวิตกกังวล คิดมาก เครียด และอยู่ในภาวะซึมเศร้า ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วหลายคนจะแก้ปัญหาทางจิตเหล่านี้ด้วยการกิน และก็จะยิ่งทำให้โรคอ้วนลุกลามไปมากกว่าเดิม

    หากเป็นอาการอ้วนด้วยสาเหตุของการคิดมากหรือความเครียด ก็ต้องหาวิธีแก้โดยการปล่อยวาง ฝึกทำสมาธิควบคุมจิตใจ ลดความวิตกกังวล หรือการหากิจกรรมอื่นๆ ทำเวลาที่รู้สึกเครียด และอย่าแก้ปัญหาด้วยของกิน

    อีกทางแก้หนึ่งที่แนะนำ ก็คือ การออกกำลังกาย เพราะนอกจากจะช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินได้แล้ว เวลาที่ร่างกายออกกำลังจนถึงจุดจุดหนึ่ง ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา และนั่นจะช่วยให้คุณบรรเทาความเครียดได้เป็นอย่างดี
และเป็นวิถีสำคัญในการบอกลาความอ้วนได้นั่นเอง

คุณรู้จัก "โรคอ้วน" ดีแค่ไหน?

คุณรู้จัก “โรคอ้วน” ดีแค่ไหน? — ภาพจาก : http://www.healthcarethai.com/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99-2/


    3. Gluten obesity

    Gluten obesity เป็นโรคอ้วนซึ่งเกิดจากภูมิแพ้อาหาร ซึ่งเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบเป็นกลูเตน (Gluten) ซึ่งสารกลูเตนจะพบได้มากในอาหารประเภทขนมปัง และธัญพืช

    ทั้งนี้ โรคอ้วนแบบนี้จะไม่ได้พบทั่วไป แต่จะพบมากในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือช่วงเริ่มวัยรุ่นที่เพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน กลุ่มคนที่อ้วนเพราะฮอร์โมนแบบนี้จะอ้วนไม่เหมือนคนปกติ โดยมักจะอ้วนบริเวณช่วงล่าง ก้น หรือสะโพก
มากกว่าส่วนอื่นๆของร่างกายคุณรู้จัก โรคอ้วน ดีแค่ไหน?

    วิธีแก้ไขต้องแก้โดยการหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มขนมปัง ร่วมกับการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยควรออกให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็จะดี

    4. Atheros Genic

    Atheros Genic เป็นโรคอ้วนจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหาร รวมถึงระบบการหายใจ ซึ่งไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพดังเดิม เมื่อเราไม่สามารถเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปได้ ก็จะทำให้ไขมันส่วนใหญ่เข้าไปรวมตัวสะสมอยู่บริเวณหน้าท้องนั่นเอง

    เราไม่สามารถบอกให้ร่างกายเผาผลาญให้มากขึ้นได้ ดังนั้นวิธีแก้จึงเป็นการควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหมั่นออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ผอมลงได้

    5. Obesity due to venous circulation

    Obesity due to venous circulation เป็นโรคอ้วนที่ได้มาจากการถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม เกิดจากการไหลเวียนของเลือดดำผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ คนอ้วนกลุ่มนี้จึงมักมีอาการขาบวมอย่างเห็นได้ชัด
จึงต้องแก้ด้วยการเน้นการออกกำลังกายบริเวณช่วงล่าง

    6. Obesity of inactivity

    Obesity of inactivity เป็นโรคอ้วนเพราะความขี้เกียจ ชอบนั่งนิ่งๆ ไม่ค่อยออกแรง ไม่ค่อยทำกิจกรรมอื่นๆใด วิธีแก้ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ โดยพยายามออกแรงให้มากขึ้น หรือถ้าทำยังไม่ได้ก็ต้องไปเปลี่ยนที่การรับประทานอาหาร โดยการเคี้ยวอาหารให้ละเอียดมากขึ้น จะได้ช่วยลดการทำงานของอวัยวะภายใน และเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยให้ดีมากยิ่งขึ้น

    อาการอ้วนทั้ง 6 แบบ มีสาเหตุและการแก้ไขที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นคนอ้วนแบบไหน ก็มีวิธีการลดความอ้วนได้ทั้งนั้น เพียงแต่ต้องทำให้ถูกวิธี และหมั่นทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ที่สำคัญก็ยังต้องควบคุมเรื่องอาหารการกินด้วย เพียงเท่านี้…คุณก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่อ้วน หุ่นดี และไม่ป่วยเป็นโรคต่างๆได้ง่ายๆแล้ว

    ลดความอ้วนกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่ดีกว่าในวันข้างหน้านะคะ