งา..ยิ่งกินยิ่งมีประโยชน์

งา..ยิ่งกินยิ่งมีประโยชน์

    “งา” จัดเป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมาย คนทั่วไปนิยมนำเอางามาใช้เป็นส่วนผสมของอาหาร เครื่องเทศ เครื่องสำอาง หรือบางครั้งก็นำเอามาบีบคั้นเป็นน้ำมันเพื่อนำมาใช้ในการประกอบอาหารในเมนูหลากหลายชนิดได้ ซึ่งในงาไม่ได้มีดีเพียงแค่ช่วยให้อาหารดูน่ารับประทาน หรือมีกลิ่นหอมอันน่าเย้ายวนใจเพียงเท่านั้น แต่พืชชนิดนี้ยังมีกรดไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ หรือสารอาหารสุดพิเศษที่จำเป็นต่อสุขภาพอย่างมากมายที่คุณเองก็อาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน 

           งา สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ งาดำ และ งาขาว ซึ่งมีความแตกต่างในด้านของสีของเมล็ดงาอย่างชัดเจน การรับประทานงาจะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากโปรตีนที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยกรดอะมิโนที่สำคัญในงา คือ “กรดอะมิโนเมธิโอนีน” กรดอะมิโนตัวนี้มีส่วนช่วยในการป้องกันการสะสมของไขมันในตับ และช่วยป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้าในผู้ป่วยบางรายได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากจะมีกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ดีๆต่อร่างกายแล้ว ยังมีสารอาหารชนิดอื่นๆอีกมากมายที่รอคอยให้คุณเข้ามาศึกษาเพิ่มเติมด้วย

งา..ยิ่งกินยิ่งมีประโยชน์

ภาพจาก : http://originaleating.com/paleo-diet-food-list/nuts-seeds-oils/sesame-seeds/ งา..ยิ่งกินยิ่งมีประโยชน์


    ในด้านวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ การรับประทานงาในปริมาณที่พอเหมาะจะทำให้คุณได้รับแคลเซียมคุณภาพดี ซึ่งมีปริมาณสูงมากกว่าน้ำนมวัวถึง 6 เท่า ทั้งยังมีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ทองแดง และวิตามินบีชนิดต่างๆ ที่ล้วนเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการทั้งสิ้น ดังนั้น การบริโภคงาจึงถือเป็นผลดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ และช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงของร่างกายได้เป็นอย่างดี

    นอกจากนี้ ในงายังเต็มไปด้วยน้ำมันที่มีประโยชน์ซึ่งมีอยู่ประมาณ 44-60% คนจำนวนมากจึงนิยมรับประทานน้ำมันจากงา เพื่อหวังประโยชน์ในการบำรุงร่างกาย น้ำมันที่ได้จากงานั้นมีคุณสมบัติที่โดดเด่นและยอดเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งล้วนแต่มีคุณสมบัติในการช่วยลดคลอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง นอกจากนี้ ในน้ำมันงายังมีกรดไขมันไลโนเลอิค ที่มีส่วนช่วยทำให้ผมดกดำและบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้นอีกด้วย ผู้บริโภคที่รักสุขภาพส่วนใหญ่จึงนิยมรับประทานน้ำมันงาในรูปแบบของส่วนผสมในชามสลัด ใช้ปรุงอาหารแทนน้ำมันอื่นๆ หรืออาจนำไปใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางก็ไม่ผิดอะไร

    ส่วนสารอีกชนิดที่มีความสำคัญไม่น้อยหน้ากันก็คือ “เซซามิน” สารอาหารตัวนี้กล่าวได้ว่ามีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีงานวิจัยที่ศึกษาถึงคุณสมบัติทางชีวภาพมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการต้านการอักเสบ ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อกระดูกอักเสบ หรือโรคข้อเสื่อม เนื่องมาจากสารเซซามินในน้ำมันงาจะไปช่วยยับยั้งสารไอแอลวันเบต้า (Interleukin-1 Beta, IL-1 Beta) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำให้กระดูกอ่อนสลาย การรับประทานน้ำมันงาที่มีส่วนประกอบของสารเซซามินจึงทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่ากระดูกจะไม่ผุไปก่อนวัยอันควรแน่นอน

    ประโยชน์ด้านต่อมาของสารเซซามินก็คือ การช่วยเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อันจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคร้าย หรือเกิดการเสื่อมของร่างกายได้ ซึ่งความจริงแล้วสารเซซามินไม่ได้ทำหน้าที่นี้แต่เพียงผู้เดียวหรอก แต่ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระในงานี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างสารเซซามิน, วิตามินอี, สังกะสี, วิตามินบี 1,วิตามินบี 2, วิตามินบี 3, วิตามินบี 5, วิตามินบี 6, วิตามินบี 9, ทองแดง, ไอโอดีน และใยอาหาร ซึ่งสารทุกๆตัวล้วนมีส่วนในการเสริมการต้านอนุมูลอิสระกันทั้งสิ้น

    ในด้านของการผ่อนคลายความเครียด สารชนิดนี้ก็ทำได้เช่นกัน โดยเซซามินไปไปจับมือกับสารโพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส, สังกะสี, แมกนีเซียม, ธาตุเหล็ก และแคลเซียม ที่มีอยู่ในงา แล้วพากันลดปฏิกิริยาความเครียดระดับเซลล์ในเนื้อเยื่อต่างๆ ส่งผลให้ระบบการทำงานโดยรวมในร่างกายดีขึ้น ช่วยคลายความเครียด นอนหลับสบาย และกระตุ้นการทำงานในเนื้อเยื่อต่างๆได้เป็นอย่างดี

    ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะสารเซซามินยังช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล ลดการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต ช่วยในการเผาผลาญสลายไขมันใต้ผิวหนัง และทำให้ระดับไขมันอยู่ในสัดส่วนที่พอดี ดังนั้น จึงมั่นใจได้เลยว่าการรับประทานงาจะช่วยให้สามารถลดความอ้วนได้อย่างปลอดภัย และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับได้มากขึ้นกว่าเดิม

งา..ยิ่งกินยิ่งมีประโยชน์

ภาพจาก : http://www.secretsofsushi.com/sesame-oil งา..ยิ่งกินยิ่งมีประโยชน์


    ส่วนสุดท้ายในด้านของระบบประสาทและสมองพบว่า การบริโภคงาที่มีส่วนประกอบของสารเซซามินในปริมาณสูงจะช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในระบบประสาท ช่วยให้สมองทำงานได้ดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือการเป็นโรคความจำเสื่อมได้

    ยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นว่าการบริโภคงามีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายเสียจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านประสาท สมอง หัวใจ กระดูก หรืออวัยวะอื่นๆทั่วร่างกาย ก็สามารถบำบัดหรือบำรุงด้วยการบริโภคงาได้ทั้งสิ้น เห็นทีจะต้องไปหาซื้องามาติดครัวไว้บ้างซะแล้วสิ เผื่อจะช่วยเสริมคุณประโยชน์ให้อาหารทุกๆมื้อของคุณ เต็มเปี่ยมไปด้วยสิ่งดีๆที่ช่วยยกระดับความอร่อยและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่เคย