จะเป็นอย่างไรหากร่างกายขาดแอล-ไลซีน

clip_image001

อาหารถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ช่วยให้ชีวิตของคุณดำเนินต่อไปได้ด้วยร่างกายที่สมบูรณ์ การเลือกรับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ จึงสามารถทำให้คุณแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันต่อโรคร้ายได้ดี

clip_image001ภาพจาก : http://women.thaiza.com

โปรตีนหรือกรดอะมิโนถือเป็นสารอาหารหนึ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ ซึ่งกรดอะมิโนสามารถแบ่งได้ทั้งแบบที่ร่างกายสร้างเองได้หรือไม่สามาถสร้างเองได้ แอล-ไลซีนจัดเป็นกรดอะมิโนจำเป็น (essential amino acid) ชนิดหนึ่งที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ในร่างกายมนุษย์ จำเป็นต้องได้รับจากอาหารเพียงเท่านั้น ซึ่งแอล-ไลซีนนี้เกิดจากการสร้างขึ้นของพืชและแบคทีเรีย โดยทั่วไปแอล-ไลซีนสามารถถูกสังเคราะห์ได้จากจากกรดแอสปาร์ติก (aspartic acid) หรือ แอสปาร์เตท (aspartate)

ในอาหารที่เรารับประทานกันอยู่ในทุกวันนี้ก็ประกอบด้วยแอล-ไลซีนเช่นกัน โดยสารอาหารจำเป็นตัวนี้พบมากในเนื้อแดง, ถั่ว, ปลาซาร์ดีน, ไข่, เนย และนม คนปกติจึงมักจะไม่ขาดกรดอะมิโนชนิดหากรับประทานอาหารดังกล่าวในปริมาณที่เพียงพอ

บุคคลบางประเภทที่ไม่ได้รับประทานอาหารเหล่านี้อยู่เสมอ เช่น ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ หรือนักเพาะกายอาจมีความเสี่ยงสูงต่อการขาดแอล-ไลซีนได้

หากการรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนอย่างแอล-ไลซีนไม่เพียงพอ ร่างกายจะแสดงสัญญาณบางอย่างซึ่งแสดงถึงความผิดปกตินี้ อาการของการขาดแอล-ไลซีน เช่น ภาวะโรคโลหิตจาง, อาการคลื่นไส้อาเจียน, ความเมื่อยล้าของร่างกายและกล้ามเนื้อ, ร่างกายแคระแกรนและเบื่ออาหาร หากบุคคลใดมีอาการดังกล่าวนี้จำเป็นต้องมีการรับประทานแอล-ไลซีนในรูปแบบอาหารเสริมเพิ่มเติมเนื่องจากร่างกายขาดกรดอะมิโนตัวสำคัญอย่างมาก นอกจากนี้การขาดแอล-ไลซีนยังสามารถทำให้เกิดนิ่วในไตได้ด้วย ในทางกลับกันการรับประทานแอล-ไลซีนมากเกินพอดีไม่ได้ส่งผลให้ร่างกายสมบูรณ์ยิ่งขึ้นแต่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้
อย่างไรก็ตามแอล-ไลซีนยังไม่ได้รับการอนุมัติสำหรับใช้ในการรักษาทางการแพทย์ ดังนั้นหากคุณคิดจะเสริมอาหารด้วยแอล-ไลซีนควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเพื่อจะได้ทราบถึงปริมาณการรับประทานที่เหมาะสมซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เนื่องจากการรับประทานแอล-ไลซีนอาจมีผลต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับหรือไต บุคคลที่มีการใช้ยายาปฏิชีวนะเช่น neomycin หรือ streptomycin หรือหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร