ชิงสุกก่อนห่าม

ชิงสุกก่อนห่าม

    เราสามารถเลือกรับประทานอาหารได้หลายแบบ ทั้งตามความพอใจ ตามความชอบ หรือตามกฎตามระเบียบ ซึ่งการเลือกรูปแบบการรับประทานที่แตกต่างกันไปนี้ ย่อมจะมีให้ผลต่อร่างกายที่แตกต่างกันออกไปด้วย เพราะแม้ว่าจะเป็นอาหารชนิดเดียวกัน แต่หากผ่านการปรุงด้วยวิธีที่แตกต่างกัน ก็ย่อมมีผลต่อร่างกายไปได้ในหลายทิศทาง

    การเลือกรับประทานอาหารแบบดิบหรือแบบสุก ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้บริโภคเลือกได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การเลือกรับประทานอาหารแบบดิบก็อาจจะมีผลร้ายที่ทำอันตรายต่อชีวิตคุณได้ด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นเนื้อดิบ ผักดิบ หรือ ไข่ดิบ ก็ล้วนแต่ไม่ปลอดภัยต่อระบบทางเดินอาหารของเราทั้งสิ้น

 

ชิงสุกก่อนห่าม

ภาพจาก : http://www.theglobeandmail.com/life/health-and-fitness/ask-a-health-expert/my-wife-says-medium-rare-steak-is-bad-say-it-aint-so/article588448/ ชิงสุกก่อนห่าม


เนื้อดิบ

    เวลาคุณสั่งเสต็กคุณชอบทานแบบไหน Rare, Medium Rare, Medium, Medium Well หรือ Well Done หากคุณเป็นพวกชอบทานเนื้อเสต็กในรูปแบบ Rare หรือ Medium Rare แล้วละก็ จะถือเป็นรูปแบบที่มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก เพราะสเต็กแบบนี้จะเป็นในรูปแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ และทำให้มีโอกาสในการได้รับพยาธิ ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ทำให้เกิดอันตรายที่ยิ่งใหญ่ได้

    เมื่อได้รับพยาธิเข้าสู่ร่างกาย สิ่งมีชีวิตชนิดนี้จะเข้าไปแย่งอาหารที่เรารับประทานเข้าไป หรือบางทีก็อาจจะชอนไชไปตามอวัยวะสำคัญต่างๆ และเป็นเหตุให้เกิดการอักเสบจนถึงขึ้นเสียชีวิตได้ ตัวอย่างพยาธิร้ายที่แสนอันตราย เช่น

    พยาธิหอยโข่ง (Angiostrongylus cantonensis)
พยาธิชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในคนได้ พยาธิหอยโข่งเป็นพยาธิที่พบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ดังนั้นใครที่มักชอบรับประทานอาหารจำพวกก้อย ยำ ลาบ พล่า ก็จะมีโอกาสได้รับพยาธิชนิดนี้ได้สูง เพราะหากเรารับประทานอาหารจำพวกนี้โดยไม่ทำให้สุกก่อน ตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิจะมีโอกาสเข้าสู่ร่างกาย ไหลไปตามกระแสเลือด แล้วเคลื่อนที่เข้าโจมตีสมองได้

       พยาธิตัวจี๊ด (Gnathostoma spinigerum) เป็นพยาธิตัวกลมที่ได้รับมาจากการรับประทานเนื้อสัตว์ เช่น ปลาน้ำจืด กบ งู เป็ด ไก่ นก หมู ที่ผ่านความร้อนแบบสุกๆดิบๆ ผู้ป่วยที่ติดโรคพยาธิตัวจี๊ดมักจะมีอาการบวมในหลายส่วนของร่างกาย ตั้งแต่แขน ขา ใบหน้า เปลือกตา หน้าท้อง หรือเท้า และอาจร้ายแรงจนถึงขั้นเกิดการอักเสบที่สมอง เกิดอาการทางประสาท เป็นอัมพาต ชัก หมดสติ หรือเสียชีวิตได้เลย

 

ชิงสุกก่อนห่าม

ภาพจาก : http://www.wavespacific.com/egg.html ชิงสุกก่อนห่าม


ไข่ดิบ

    เมนูไข่ถือเป็นอาหารมากประโยชน์ แต่ก็อาจเป็นโทษได้หากรับประทานในรูปแบบสุกๆดิบๆ บางคนอาจจะเคยเข้าใจว่า การรับประทานไข่ดิบจะช่วยให้มีกำลังวังชาหรือทำให้รู้สึกแข็งแรงขึ้นได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การรับประทานไข่ดิบจะทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ครบตามที่ควรจะเป็น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ในไข่ดิบจะมีโปรตีนชนิดที่เป็นปฏิชีวนะอยู่ การที่เรารับประทานไข่ดิบบ่อยๆ โปรตีนปฏิชีวนะก็จะเกิดการสะสมในร่างกาย และทำหน้าที่ขัดขวางไม่ให้ร่างกายได้รับวิตามิน B1 อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การรับประทานไข่ที่สุกๆดิบๆแบบที่ไข่ขาวยังคงเป็นยางใสๆ จะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์ที่น้อยลง เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยไข่ขาวได้เป็นปกตินั่นเอง ไม่เพียงแค่นั้น การรับประทานไข่ขาวดิบยังเสี่ยงต่อการติดโรคจากเชื้อซาโมเนลลาหรือเชื้ออีโคไล ที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย

 

ชิงสุกก่อนห่าม

ภาพจาก : http://www.thaifoodmaster.com/origin/traditional/1873 ชิงสุกก่อนห่าม


ผักดิบ

    อย่างที่รู้กันดีว่าผักเป็นแหล่งของใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ใช่ว่าเราจะสามารถรับประทานผักได้ในทุกรูปแบบเสมอไป เพราะการรับประทานผักดิบบางชนิด ก็อาจมีผลให้ร่างกายเกิดโทษได้มากกว่าประโยชน์เช่นกัน
    สำหรับคนที่ชอบรับประทานถั่วงอกที่ปรุงสุกแล้ว คุณจะมีโอกาสได้รับสารอาหารมากมายทั้งโปรตีน วิตามินซี วิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก และเลซิธิน แต่สำหรับใครที่ชอบกินมันแบบสุกๆดิบๆแล้วละก็ ให้ระวังไว้เลยว่าสารอาหารสำคัญที่คุณมีสิทธิได้รับอาจจะมีปริมาณน้อยลง เนื่องจากการรับประทานถั่วงอกดิบจะทำให้ร่างกายได้รับสารไฟเตด ซึ่งมีส่วนในการขัดขวางการดูดซึมสารอาหารบางชนิดเข้าสู่ร่างกาย การรับประทานถั่วงอกดิบที่ดีจึงควรกำหนดปริมาณการรับประทานอย่างเหมาะสม หรือควรนำไปทำให้สุกให้ดีเสียก่อนที่จะนำมารับประทาน เช่นเดียวกับถั่วฝักยาวที่แม้จะเต็มไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี โปรตีน และมีธาตุเหล็ก แต่ก็ไม่ควรรับประทานในรูปแบบดิบบ่อยๆ เพราะในถั่วฝักยาวดิบจะมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และซัลเฟอร์ไดออกไซด์สูง ซึ่งอาจมีผลให้ผู้บริโภคเกิดอาการท้องอืดได้ ส่วนผักตระกูลกะหล่ำปลี ไม่ว่าจะเป็น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก หรือบร็อกโคลี ก็ล้วนแต่ควรทำให้สุกก่อนรับประทานทั้งสิ้น เพราะผักดิบในกลุ่มนี้จะมีสารกอยโตรเจน ซึ่งจะไปขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์ จนอาจมีผลให้เกิดโรคคอพอกได้ ไม่ต่างกันกับหน่อไม้ดิบที่มีสารไซยาไนด์อันมีผลต่อระบบประสาทและหัวใจ หากไม่นำไปปรุงสุกก่อนการรับประทาน
ไม่ว่าจะเป็นเนื้อดิบ ไข่ดิบ หรือผักดิบ ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงทั้งสิ้น การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกไม่เพียงแต่จะทำให้รู้สึกปลอดภัยมากกว่าแล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารได้อย่างเต็มที่ด้วย อย่างไรก็ตาม การทำสุกต้องทำอย่างพอเหมาะพอดี เพราะหากผ่านกระบวนการทำสุกที่มากเกินไป ก็อาจทำให้สูญเสียสารอาหารภายในไปได้เช่นเดียวกัน