ดูแลเข่า

ดูแลเข่าบ้าง

ดูแลเข่าบ้าง

การเดินลุกนั่งเป็นพฤติกรรมที่ทุกคนจะต้องทำในแต่ละวัน ซึ่ง ณ เวลานี้คุณอาจจะยังไม่มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวร่างกาย เนื่องจากอายุยังไม่มากเท่าไหร่ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับเข่าหรือข้อเข่าจะเป็นอวัยวะที่เสื่อมลงตามกาลเวลา เมื่อใดก็ตามที่คุณมีอายุมากขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น และเข่าทรุดลงคุณจะเกิดอาการเข่าเสื่อมได้ ดังนั้น การที่คอยรับรู้เสียงเตือนที่เข่าร้องออกมา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรที่จะมองข้าม เนื่องจากสัญญาณของอาการข้อเข่าเสื่อมเกิดขึ้นได้ในทุกๆวันที่อายุเพิ่มมากขึ้น อะไรบ้างที่แสดงให้เห็นว่าคุณจะต้องถนอมเข่าให้มากขึ้นแล้ว ลองไปสังเกตอาการด้วยกันดีกว่าค่ะ

มีหลากหลายอาการที่แสดงให้เห็นว่าข้อเข่าของคุณเสื่อมลงแล้ว และถึงเวลาแล้วที่จะต้องดูแลข้อเข่าให้สมบูรณ์มากขึ้น และเพื่อเป็นการชะลอการเสื่อมลงของการเกิดอาการต่างๆ ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็น่าจะเป็นการขยับร่างกายแล้วมักจะได้ยินเสียงดังก๊อบแก๊บในกระดูก ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากการเสียดสีในการขยับของข้อเข่านั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆที่แสดงให้เห็นว่าข้อเข่าเสื่อมลงแล้วได้อีกหลายอาการ เช่น มีอาการข้อฝืดเมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวนานๆ หรือรู้สึกขัดที่หัวเข่าเวลาต้องขึ้นลงบันไดสูงๆ, ไม่สามารถเหยียดหรืองอเข่าได้สุด, เมื่อใดก็ตามที่ต้องนั่งยองๆ นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิจะไม่สามารถนั่งได้นาน, เวลาที่ต้องเดินทางไกลๆจะเกิดอาการปวดตึงพี่ขาหลัง, หลังจากลุกขึ้นยืนแล้วไม่สามารถเดินได้ในทันทีต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อพักก่อน หรือเมื่อสะดุดหกล้มจะเกิดอาการปวดขัดในเข่าเป็นเวลานานเป็นเดือนๆ เป็นต้น

ทั้งหมดทั้งมวลนี้…เป็นกลุ่มของอาการที่เริ่มฟ้องแล้วว่าเข่าของคุณไม่เหมือนเดิมแล้วนะ และคุณจำเป็นจะต้องดูแลเขาให้มากขึ้นกว่าเดิม มิเช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมได้

ดูแลเข่าบ้าง knee pain

ดูแลเข่าบ้าง knee pain — ภาพจาก : https://orthopaedicspecialists.com/three-common-causes-of-knee-pain/

 

ทั้งนี้ มาลองทำความเข้าใจคำว่าโรคข้อเข่าเสื่อมกันเพิ่มเติมอีกนิดดีกว่า โรคข้อเข่าเสื่อม ก็คือ การเสื่อมสภาพลงของกระดูกอ่อนผิวข้อของกระดูกข้อต่อและกระดูกบริเวณใกล้เคียง อาการเสื่อมที่เกิดขึ้นมีแต่จะแย่ลงตามกาลเวลาที่ผ่านไป และเมื่อเสื่อมลงไปแล้วจะไม่สามารถที่จะกลับสู่สภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้การรักษาโรคนี้เป็นไปได้ยาก ต้องใช้วิธีการป้องกันตั้งแต่ยังไม่เป็นจะได้ผลดีกว่า ซึ่งถือเป็นโรคที่คนไทยเป็นบ่อย แต่น้อยคนนักที่จะหันมาดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นกระดูกอ่อนเหล่านี้จะเสื่อมลงไปเรื่อยๆทำให้กระดูกมีเนื้อที่บางลง แต่เนื่องจากกระดูกอ่อนไม่มีเส้นประสาท ทำให้ผู้ป่วยยากที่จะรับรู้ถึงความเจ็บปวดเมื่อมีการเคลื่อนไหว และนี่เองที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเราหลงลืมที่จะดูแลข้อเข่าส่วนนี้นี่เอง

อาการข้อเข่าเสื่อมสามารถแบ่งออกได้ 2 ชนิดตามลักษณะความรุนแรง โดยแบบที่ 1 เรียกว่า ‘แบบปฐมภูมิ’ เป็นแบบที่ไม่ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น ความเสี่ยงในรูปแบบนี้มักเกิดการเสื่อมตามอายุที่มากขึ้น น้ำหนักที่มากขึ้น หรือบางคนก็เป็นเพราะกรรมพันธุ์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักเกิดในเพศหญิง

ส่วนอาการเข่าเสื่อมแบบที่ 2 เรียกว่าแบบทุติยภูมิ การเสื่อมในรูปแบบดังกล่าวเป็นการเสื่อมที่เกิดจากสาเหตุบางประการ ซึ่งมีผลกระทบกระเทือนต่อเข่าหรืออวัยวะรอบๆเข่า ยกตัวอย่างสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดอาการเข่าเสื่อมเช่น การประสบอุบัติเหตุและทำให้เกิดอาการเจ็บที่บริเวณข้อหรือเส้นเอ็น การบาดเจ็บเนื่องจากการเล่นกีฬาทำให้เกิดความเจ็บปวดแบบเรื้อรัง รวมไปถึงโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หรือโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอาการเจ็บบริเวณเข่า

ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการเจ็บป่วยแบบใด ก็ล้วนแต่สร้างความไม่สบายกายให้กับผู้ป่วยได้ทั้งสิ้น แล้วจะทำอย่างไรให้สามารถกลับมามีชีวิตได้ตามปกติดังเดิม ควรจะรักษาอาการเสื่อมของเขาอย่างไรบ้างมาลองหาคำตอบกันดูกันหน่อยค่ะ

1. วิธีการแรกที่จะสามารถรักษาอาการเข่าเสื่อมได้เป็นอย่างดีที่สุด จะต้องเริ่มจากตัวของคุณเองก่อน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างจึงสามารถช่วยรักษาอาการเข่าเสื่อมได้เป็นอย่างดี เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งคุกเข่า การนั่งพับเพียบเป็นเวลานานๆ การนั่งขัดสมาธิ การขึ้นลงบันได และการยกของที่หนักเกินกว่าความสามารถของตนเอง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนแต่เป็นพฤติกรรมที่ทำร้ายเข่าทั้งสิ้น หากสามารถลดละเลิกได้ ก็จะย่อมทำให้เข่าของคุณแข็งแรงปลอดภัยได้มากกว่าเดิม

2. ในกรณีที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันยังไม่สามารถรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับเข่าได้ อาจจะต้องใช้ยาเข้ามาช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดของข้อเข่าเสื่อม โดยการรักษาด้วยยาสามารถทำได้หลายรูปแบบ ทั้งการกินและการฉีด ซึ่งมีผลในการลดอาการปวดหรือการอักเสบในข้อนั้นเอง

3. หากกรณีที่ 1 และ 2 ยังไม่สามารถที่จะรักษาอาการเจ็บปวดที่เข่าได้อย่างหายขาด ก็จำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อรักษาและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไป

4.นอกเหนือจากการรักษาด้วยการกินยาหรือผ่าตัดแล้ว อาจจะต้องอาศัยการกายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วย การรักษาด้วยการกายภาพบำบัดเป็นวิธีการที่ช่วยลดความเจ็บปวดพร้อมๆไปกับการบริหารกล้ามเนื้อในแต่ละส่วนให้แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการลดอาการเจ็บปวดให้น้อยลงได้นั่นเอง

ใครที่ไม่อยากที่จะเข่าเสื่อมเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ก็ให้ลองนำเอาวิธีการที่เราได้กล่าวถึงตั้งแต่ข้างต้น ไปลองปฏิบัตามกัน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยทำให้คุณมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีข้อเข่าที่แข็งแรงไปตลอดชีวิตของคุณแน่นอนค่ะ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *