ต้านมะเร็งร้ายด้วยไลโคปีน

ต้านมะเร็งร้ายด้วยไลโคปีน

ในปัจจุบันการรับประทานอาหารของมนุษย์ส่งผลให้เกิดทั้งประโยชน์และโทษต่อ ร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะทำให้คุณได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนแล้ว อาหารบางอย่างยังมีส่วนช่วยในการปกป้องไม่ให้เกิดโรคร้ายได้ด้วย
ไลโคปีน” (Lycopene) เป็นสารอาหารสีแดงในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่พบมากในผักผลไม้จำพวกมะเขือเทศ แตงโม และพิงก์เกรปฟรุต มีคุณสมบัติในการต่อต้านการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายจากการทำร้ายโดยสาร อนุมูลอิสระ ดังนั้นไลโคปีนจึงสามารถป้องกันโรคร้ายต่างๆโดยเฉพาะโรคมะเร็งได้
มีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนว่าไลโคปีนช่วยป้องกันมะเร็งได้ ยกตัวอย่างเช่น มีงานวิจัยกล่าวว่าการได้รับ “ไลโคปีน” อย่างต่อเนื่อง เช่น การรับประทานผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเขือเทศ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้ หรือกลุ่มคนอิตาลีตอนใต้ที่มักจะใช้มะเขือเทศกับน้ามันมะกอกเป็นวัตถุดิบ พื้นฐานของอาหาร มีอัตราการเกิดโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหารต่ำกว่ากลุ่มคนของอิตาลีตอนเหนือ ที่ส่วนใหญ่รับประทานแต่อาหารที่ทำจากเนย น้ำมันหมูกับเนื้อสัตว์เป็นหลัก
นอกจากนี้ไลโคปีนยังมีส่วนช่วยป้องกันอนุมูลอิสระในระดับเนื้อเยื่อหุ้ม เซลล์ในร่างกายได้ด้วย จากงานวิจัยพบว่า ไลโคปีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด และลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบได้

 

ต้านมะเร็งร้ายด้วยไลโคปีน

ภาพจาก : http://oneclickbeautycare.com/2013/09/27/tomato-beauty-secrets/ ต้านมะเร็งร้ายด้วยไลโคปีน

นอกเหนือจากการช่วยป้องกันสารต้านอนุมูลอิสระที่จะนำพาไปสู่โรคมะเร็งแล้ว ไลโคปีนยังช่วยในด้านของพิวพรรณ ลดเลือนริ้วรอย ปรับระบบฮอร์โมนและภูมิคุ้มกัน ลดโคเลสเตอรอล กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย ทำให้ผิวขาวอมชมพูดูมีเลือดฝาด ได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ไลโคปีนเป็นสารอาหารจากธรรมชาติที่จำเป็นจะต้องรับประทานเข้าไปเพียงอย่าง เดียว เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์และสะสมไว้ได้ การรับประทานอาหารที่มีไลโคปีนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นในการช่วยทำให้ ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปราศจากโรค และถ้าหากต้องการไลโคปีนแบบเต็มๆ แนะนำให้รับประทานในรูปแบบอาหารที่มีการผ่านการแปรรูปด้วยความร้อนมาแล้ว เนื่องจากจะทำให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนในระบบย่อยอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ ดีกว่ารับประทานแบบสดๆถึง 2.5 เท่า หรือหากไม่สะดวก การรับประทานในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็สามารถช่วยให้คุณได้รับไลโคปีน ได้อย่างเต็มที่ได้เช่นกัน