ถนอมฟันขาวให้ยาวนาน

    เชื่อว่าใครๆก็อยากให้ฟันของตัวเองขาวใสไม่เป็นคราบอยู่ตลอดเวลาอย่างแน่นอน ซึ่งถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีพื้นฐานของสีฟันที่ต่างกันออกไปตามพันธุกรรม และมีโอกาสที่ฟันจะเปลี่ยนสีได้เมื่อมีอายุมากขึ้น แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือการรับประทานอาหารบางอย่าง กลับทำให้ความปรารถนาที่อยากจะมีฟันขาวได้อย่างยาวนานนั้น สวนทางกับสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะหากคุณมัวแต่ตามใจปากหรือเผลอทำตามใจฉัน ก็ย่อมส่งผลให้ความต้องการที่อยากจะมีฟันขาวๆไปนานๆ ต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน วันนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าเพราะอะไรที่ทำให้ซี่ฟันของเราเปลี่ยนสีไป จะได้สามารถป้องกันหรือแก้ไขได้อย่างถูกทาง

ถนอมฟันขาวให้ยาวนาน
ภาพจาก : http://www.nathealthtips.com/#ecor ถนอมฟันขาวให้ยาวนาน



1. กินยาให้ถูก

    ยาบางชนิดมีผลต่อการทำให้ฟันเปลี่ยนสีได้ เพราะด้วยสารที่มีชื่อว่า “เตตร้าซัยคลิน” หรือ “แอนตี้ฮีสตามีน” ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนผสมของยาปฏิชีวนะหรือยาแก้แพ้ มีผลทำให้ฟันที่เคยขาวต้องหมองหม่นเอาได้ง่ายๆ หากใครเกรงกลัวว่าสีฟันของตนเองจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นฟันสีเหลือง หรือติดคราบสีเทามาแล้วละก็ อย่าลืมที่จะแจ้งปัญหานี้ให้แพทย์รับทราบเสียก่อน เพื่อที่แพทย์จะได้สั่งยาชนิดที่ไม่มีผลกระทบต่อสีฟันมาให้แก่คุณ

2. ฟลูออไรด์มากไปไม่ดี

    เป็นที่รู้กันดีว่า “ฟลูออไรด์” เป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อฟัน ช่วยให้ฟันแข็งแรง และไม่ผุ จึงทำให้ยาสีฟันหลากหลายยี่ห้อมีการผสมเอาฟลูออไรด์เป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญในการทำความสะอาดฟันด้วย ในขณะที่อาหารบางชนิดก็มีส่วนประกอบของแร่ธาตุชนิดนี้อยู่บ้าง ทำให้โอกาสที่เราจะขาดฟลูออไรด์นั้นเป็นไปแทบไม่ได้เลย ในทางตรงกันข้าม การได้รับสารฟลูออไรด์ในปริมาณที่มากเกินไป ไม่ได้จะช่วยเพิ่มประโยชน์ต่อร่างกายที่มากขึ้น แต่กลับเป็นการทำให้สุขภาพฟันของคุณแย่ลงต่างหาก โดยคุณอาจจะสังเกตว่ามีจุดสีเทาๆขึ้นอยู่บนฟัน ซึ่งนั่นก็คือสัญญาณที่บอกว่า คุณควรลดปริมาณการได้รับสารชนิดนี้ให้น้อยลง หากยังคงต้องการพบเจอแต่สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกับสุขภาพฟันของตนเอง


3. เพลาๆ ชากาแฟ บ้างก็ดี

    มีคนมากมายที่เสพติดการดื่มเครื่องดื่มที่เรียกว่า ‘ชาหรือกาแฟ‘ เนื่องจากเครื่องดื่มประเภทนี้มีส่วนประกอบของคาเฟอีน ซึ่งหากได้รับเข้าไปในเวลาที่ต่อเนื่อง ก็จะทำให้รู้สึกอยากรับประทานอยู่เรื่อย ๆหากวันใดที่ไม่ได้ทานก็อาจจะเกิดความรู้สึกหงุดหงิด หรือทำอะไรไม่ได้ดั่งที่ใจต้องการ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การดื่มกาแฟหรือชาบ่อยๆ จะทำให้ฟันของคุณเหลืองขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเครื่องดื่มชนิดนี้จะไปทำให้เคลือบฟันกร่อนลง สีเหลืองหรือสีน้ำตาลธรรมชาติที่แอบอยู่ในชั้นเนื้อฟัน ก็จะปรากฏกายออกมาให้คุณเห็นได้เรื่อยๆ ทำให้เป็นสาเหตุที่ทำให้ฟันเปลี่ยนสีไปนั่นเอง คอกาแฟทั้งหลายจึงต้องทำใจ ว่าหากคุณเป็นคนที่ติดกาแฟอย่างจัง โอกาสที่ฟันจะเหลืองก่อนคนอื่นก็คงเป็นไปได้ไม่ยาก

ถนอมฟันขาวให้ยาวนาน
ภาพจาก : http://www.felteverywhere.com/blog/2123/the-power-of-emotional-connection-be-the-coke ถนอมฟันขาวให้ยาวนาน

4. ยิ่งซ่า ยิ่งทำลายเคลือบฟัน

    เครื่องดื่มทุกประเภทที่มีการอัดแก็สให้เกิดความซ่า ล้วนเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นได้มากกว่าการดื่มน้ำหวานธรรมดาๆได้ แต่รู้หรือไปว่า เครื่องดื่มซ่าๆอย่างน้ำอัดลมหรือโซดา มีผลเสียอย่างร้ายแรงต่อการทำลายเคลือบฟัน และทำให้สีฟันของคุณเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ กรดและโครโมเจนในที่เป็นองค์ประกอบของความซ่า มีผลทำให้ฟันเปลี่ยนสีไปจากเดิมได้ โดยตัวกรดในน้ำอัดลมที่มีผล ก็คือ กรดฟอสฟอริก หรือกรดซิตริก ซึ่งหากยิ่งมีปริมาณสูงมากเท่าไร ก็ยิ่งส่งผลให้ฟันถูกกัดกร่อนได้เร็วมากเท่านั้น

5. อาหารแต่งสี

    เพื่อให้อาหารดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ผู้ผลิตก็มักที่จะใส่สีเข้าไปในอาหารนั้นๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคเกิดความอยากรับประทานที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มักพบว่ามีการแต่งสีก็มีอยู่หลายชนิด เช่น ทอฟฟี่ ลูกอม ลูกกวาด หมากฝรั่ง หรือไอศกรีม เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นอาหารที่เด็กๆชอบรับประทานทั้งสิ้น ผู้ใหญ่ทั้งหลายจึงควรดูแลในเรื่องความปลอดภัยจากการรับประทานอาหารที่ผสมสีเหล่านี้ หากอาหารชนิดใดที่มีสีจัดจ้านมากๆ ก็ให้สงสัยว่ามีการแต่งสีสังเคราะห์และควรหลีกเลี่ยงไปก่อน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้สีฟันยังคงขาวสะอาด และช่วยให้คุณปลอดภัยจากสารพิษบางอย่างที่ผสมอยู่ในสีผสมอาหารนั้นๆด้วย

    ทราบถึงชนิดของอาหารที่มีโอกาสทำให้สีฟันของคุณดูไม่ขาวสดใสกันไปแล้ว ก็หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะพยายามลด ละ หรือ เลิก การรับประทานอาหารเหล่านี้ลงไปบ้าง หรือหากอยากรับประทานอาหารเหล่านี้ขึ้นมาจริงๆ ก็ต้องดูแลรักษาความสะอาดหลังการรับประทานด้วยการบ้วนปากหรือแปรงฟันภายในเวลาประมาณ 30 นาที เพราะถึงแม้ว่าวันนี้คุณอาจจะยังไม่เห็นผลร้ายของมันเสียเท่าไร แต่ในวันข้างหน้า ความร้ายกาจเหล่านั้นจะมาหาคุณได้เร็วกว่าใคร เพราะฉะนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีผลต่อการกัดกร่อนเคลือบฟัน หรือพยายามหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกที่กล่าวมานี้ให้ได้มากที่สุด จึงน่าจะเป็นวิธีการที่เหมาะสม ที่จะช่วยให้รอยยิ้มของคุณสดใส และยิ้มได้กว้างมากขึ้นไปกว่าเดิม