ทำบุญร่วมชาติ ‘ดื่มน้ำ’ร่วม ‘ขัน’

ทำบุญร่วมชาติ ‘ดื่มน้ำ’ร่วม ‘ขัน

    มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ทำให้บ่อยครั้งที่กลุ่มคนหลายๆคน นิยมจะใช้สิ่งของบางสิ่งร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น การอยู่บ้านหลังเดียวกัน การใช้เสื้อผ้าร่วมกัน กินข้าวจานเดียวกัน หรือการดื่มน้ำจากแก้วน้ำเดียวกัน ซึ่งต้องทำความเข้าใจกันเพิ่มเติมสักนิดว่า แม้พฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นการกระทำที่แสดงถึงความสนิทสนม หรือความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่ในบางครั้งบางที การเชื่อใจคนรอบข้างมากเกินไป ก็อาจมีผลให้เราได้รับเชื้อโรคที่เพื่อนไม่ตั้งใจส่งต่อให้เราก็เป็นได้

ทำบุญร่วมชาติ ‘ดื่มน้ำ’ร่วม ‘ขัน’

ภาพจาก : http://truephotography.com/quick-updates/twenty-reasons-why-you-love-your-bridal-party/ ทำบุญร่วมชาติ ‘ดื่มน้ำ’ร่วม ‘ขัน’

    อย่างที่เรารู้กันดีว่า เชื้อโรคเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทุกคนไม่ต้องการ แต่มันก็มักจะแข็งแรงและสามารถเดินทางผ่านจากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกบุคคลหนึ่งได้เสมอ การปกป้องเชื้อโรคโดยการพยายามทำร่างกายให้แข็งแรง รับประทานอาหารหรือวิตามินเพื่อป้องกันโรคอาจจะยังไม่เพียงพอ หากคุณยังไม่สามารถปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สุ่มเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคจากคนรอบข้าง อย่างเช่นการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารร่วมกันได้ เพราะฉะนั้น หากคุณสามารถปิดช่องทางการรับโรคจากบุคคลรอบตัวได้ โอกาสที่คุณจะแข็งแรงปลอดภัย ก็ย่อมมีมากกว่าแน่นอน

    หากพูดถึงพฤติกรรมการดื่มน้ำร่วมกัน เราสามารถพบได้ในคนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ทำกิจกรรมสันทนาการร่วมกัน คนงานหรือผู้ใช้แรงงานที่ดื่มน้ำจากกระติกใบใหญ่ร่วมกัน นักดื่มที่นิยมดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มจากแก้วใบเดียวกัน รวมไปถึงคู่รักหรือคู่สามีภรรยาที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลในกลุ่มไหน เราไม่สามารถจะไว้วางใจได้เลยว่า บุคคลอื่นๆจะปลอดภัยจากเชื้อโรคอย่างแน่นอน ดังนั้น หากสามารถป้องกันอันตรายเบื้องต้นได้ก่อน ก็น่าจะช่วยให้เกิดความมั่นใจว่าจะปลอดภัยจากโรคร้ายได้มากกว่า

    แล้วเชื้อโรคเหล่านี้ที่ได้รับถ่ายทอดจากบุคคลข้างเคียงมีความรุนแรงหรือโหดร้ายมากน้อยเพียงใด และจะส่งผลกระทบให้เกิดโรคติดต่อชนิดใดได้บ้าง เรามาลองศึกษาข้อมูลกันเพิ่มเติมกันเลยดีกว่าค่ะ

    การดื่มน้ำจากแก้วเดียวกันเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยให้คุณเพิ่มโอกาสในการได้รับเชื้อได้หลากหลาย หนึ่งเชื้อโรคที่คนดื่มน้ำร่วมกันมักได้เป็นของขวัญจากคนข้างๆ ก็คือ เชื้อโรคหวัด หนึ่งในโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายที่สุด เพราะแค่เพียงคนข้างๆจามใส่คุณ คุณก็มีสิทธิจะติดหวัดได้แล้ว และหากดื่มน้ำจากแก้วเดียวกันด้วยแล้วด้วย ก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสการติดเชื้อหวัดมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะบุคคลใดที่ไม่ค่อยออกกำลังกายหรือมีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แนวโน้มการติดหวัดก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม หากเชื้อหวัดที่คุณได้รับเป็นแบบไม่รุนแรง ก็อาจจะใช้เวลาในการรักษาตัวไม่นาน แต่หากเป็นไข้หวัดที่รุนแรง อย่างเช่น ‘ไข้หวัดใหญ่’ ก็คงทำให้คุณต้องพักรักษาตัวไปอีกนานหลายวันเลยละค่ะ

    เชื้ออีกตัวหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ เชื้อโรคคอตีบ ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ หากใครที่เกิดติดเชื้อตัวนี้เข้า ก็จะทำให้เกิดการอักเสบภายในลำคอได้ แต่ถ้าเป็นในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด ก็จะมีอาการตีบตันของทางเดินหายใจจนหายใจไม่ออก และทำให้ถึงแก่ความตายได้ เชื้อที่เป็นบ่อเกิดของโรคคอตีบสามารถติดต่อถึงกันได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการไอ การจามรดกัน การพูดคุยในระยะใกล้ชิด รวมไปถึงการใช้ภาชนะร่วมกันทั้งแก้วน้ำ ช้อน หรือ หลอดดูดน้ำ อย่างไรก็ตาม เชื้อโรคชนิดนี้สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน แต่ถึงจะมีวัคซีนช่วยป้องกันโรคแล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิดการติดเชื้อได้หากได้รับเชื้อโรคจากบุคคลที่เกิดอาการเช่นนี้อยู่ ทางที่ดีที่สุดจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงในการรับประทานอาหารร่วมกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลถึงผลร้ายที่เกรงว่าจะเกิดขึ้นกับคุณได้ในอนาคต

    อีกหนึ่งเชื้อโรคที่ถ่ายทอดกันได้จากการรับประทานอาหารร่วมกัน ก็คือ เชื้อไวรัสกลุ่ม picornavirus ที่นำพาโรคไวรัสตับอักเสบ เอ มาสู่คุณ ซึ่งทำให้เกิดอาการมีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด และมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง และแม้ว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ อาจจะไปรุนแรงเท่ากับไวรัสตับอักเสบในกลุ่มอื่นๆ และคนที่เคยเป็นแล้วก็จะมีภูมิต้านทานไม่เป็นโรคนี้ซ้ำอีก แต่ก็ไม่ควรจะเอาตัวเองไปเสี่ยงต่อการกระทำที่จะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่อร่างกายได้ การติดเชื้อไวรัสชนิดนี้มีได้หลายทางทั้งจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อนี้ การ ไม่ได้ล้างมืออย่างสะอาดหลังเข้าห้องน้ำ รวมไปถึงการรับประทานร่วมกันกับผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ โดยเฉพาะประเทศไหนที่มีระบบสุขาภิบาลและน้ำดื่มไม่ดี จะยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ติดเชื้อไวรัสตัวนี้เพิ่มมากขึ้นไปอีก

    ปัญหาการติดเชื้อจากมนุษย์สู่มนุษย์เป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้หากมีการรักษาสุขอนามัยที่ดี ความใกล้ชิด ความสนิทสนม หรือความเกรงใจ ควรเก็บไว้ใช้ในกรณีอื่นๆ แต่หากเป็นเรื่องของการรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว ไม่ควรอย่างยิ่งที่คุณจะเป็นคน “แพร่เชื้อโรค” หรือ เป็นผู้ “รับเชื้อโรค”

    หากสามารถดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสได้แล้ว ก็คงจะช่วยให้คุณแข็งแรงและเพิ่มความสุขได้มากขึ้นอย่างแน่นอน