ทูน่า..โอเมก้าจากท้องทะเล

ทูน่า..โอเมก้าจากท้องทะเล

    เป็นที่รู้กันดีว่า ‘เนื้อปลา‘ เป็นแหล่งของโปรตีนที่มีประโยชน์ ย่อยง่าย และให้คุณค่าทางสารอาหาร ซึ่งเนื้อปลาที่มีประโยชน์นั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นปลาน้ำจืดหรือปลาทะเลก็ล้วนแต่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น แต่แตกต่างกันไปตามชนิดของสารอาหาร ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับปลาจากท้องทะเลชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “ปลาทูน่า” กัน ว่าคุณค่าที่ธรรมชาติมอบให้แก่เรานั้นมีอะไรบ้าง

    ปลาทูน่า เป็นปลาทะเลน้ำลึกที่มีขนาดใหญ่ โดยปลาทูน่าชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ ปลาทูน่าครีบน้ำเงินเหนือ ลักษณะของปลาทูน่าจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร สีของเนื้อปลาทูน่าจะมีสีชมพูหรือแดงเข้ม ซึ่งจะมองเห็นถึงความแตกต่างเมื่อเทียบกับปลาทั่วไป ในส่วนของเนื้อของมันจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ซึ่งก็ล้วนแต่ส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและร่างกายให้แก่มนุษย์ทั้งสิ้น

ทูน่า..โอเมก้าจากท้องทะเล

ภาพจาก : http://whitbyfishmonger.co.uk/2012/06/this-weeks-offer-10-off-sashimi-tuna-2/ ทูน่า..โอเมก้าจากท้องทะเล


    หากพูดถึงคุณค่าทาง ‘โปรตีน‘ ปลาทูน่าเป็นปลาที่มีโปรตีนสูง และย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่่นๆ(Easily Digestable Protein) ทำให้การบริโภคเนื้อปลาทูน่าเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือลดความอ้วน อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการซ่อมแซมส่วนที่สึกเหรอของร่างกายตามแบบที่โปรตีนทุกชนิดพึงมี ก็ยังสามารถพบเจอได้ในเนื้อปลาทูน่าเช่นกัน ทำให้การรับประทานปลาทูน่าเหมาะต่อการเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตตามวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถรับประทานปลาทูน่าเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ทั้งนั้น

    ไม่ใช่แค่เพียงโปรตีนเท่านั้นที่มีคุณประโยชน์ แต่ในปลาทูน่าก็ยังมีไขมันที่เป็นประโยชน์ด้วยเช่นกัน อ๊ะๆ! อย่าเพิ่งคิดว่าไขมันจะมีแต่โทษเสมอไปนะคะ เพราะในความเป็นจริงแล้วไขมันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ‘ไขมันดี‘ และ ‘ไขมันเลว‘ ซึ่งไขมันที่พบในปลาทูน่านี้ คือ ไขมันชนิดดี ที่ร่างกายจำเป็นต้องมีเอาไว้ในร่างกาย เพื่อป้องกันการเกิดโรคบางอย่าง ไขมันที่ได้รับจากปลาทูน่าจัดเป็นไขมันชนิดดีที่เรียกว่า HDL (high-density lipoprotein) ไขมันตัวนี้เป็นไขมันอิ่มตัว แต่ให้พลังงานต่ำ หน้าที่ของมันสามารถช่วยป้องกันการสะสมของไขมันอิ่มตัวหรือคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นไขมันตัวร้ายที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคเส้นเลือดอุดตันในระบบไหลเวียนของร่างกาย นอกจากนี้ ในเนื้อปลาทูน่ายังอุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ แต่ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น นั่นคือ “โอเมก้า 3” ซึ่งสารโอเมก้า 3 จะประกอบไปด้วยสารหลักอีก 2 ชนิด ได้แก่ DHA และ EPA โดย ‘EPA’ จะทำหน้าที่ในการกระตุ้นระบบการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันไม่ให้เกิดโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด และช่วยลดความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหัวใจนั่นเอง ในขณะที่ ‘DHA’ จะมีประโยชน์โดยตรงต่อสมอง การได้รับสารตัวนี้เข้าไป จะไปช่วยป้องกันอาการป่วยโรคอัลไซเมอร์ ช่วยบำรุงเซลล์สมอง และเสริมสร้างระบบความจำ ดังนั้น เมื่อผนวกเอาสารทั้ง 2 ตัวนี้เข้าด้วยกัน จึงเป็นการช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ ทำให้สมองสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ หรือเป็นการป้องกันการสะสมของไขมันอิ่มตัวนั่นเอง

ทูน่า..โอเมก้าจากท้องทะเล

ภาพจาก : http://kazari.co.uk/blogs/everything-sushi/8524829-10-tips-on-how-to-select-and-buy-sushi-fish-sashimi-fish ทูน่า..โอเมก้าจาก

    ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะในทูน่ายังเต็มไปด้วยวิตามินนานาชนิด และมีแร่ธาตุที่สำคัญอย่าง ไอโอดีน ที่มีความสำคัญต่อการช่วยป้องกันโรคคอพอกในเด็กอีกด้วย จากที่กล่าวไปทั้งหมด จึงอาจบอกได้ว่า ทูน่านั้นเป็นปลาที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก และด้วยการที่เป็นอาหารที่เป็นประโยชน์เช่นนี้ จึงทำให้ปลาทูน่ากลายเป็นอาหารยอดนิยมของผู้คนแทบทุกวัย

    เนื้อปลาทูน่าเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คุณสามารถหาซื้อเนื้อปลาทูน่าเหล่านี้ได้ตามร้านอาหารหรือซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป ทั้งแบบที่เป็นทูน่ากระป๋องในน้ำเกลือ น้ำแร่ เเละน้ำมัน หรือในรูปแบบที่เป็นเนื้อสดเเช่เเข็ง ซึ่งล้วนแต่มีการนำมาขายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกเพศทุกวัยและทุกกลุ่มผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การสังเกตคุณภาพของผลิตภัณฑ์ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย โดยหากเป็นทูน่าในรูปแบบกระป๋อง จะต้องสังเกตวันเดือนปีที่ผลิตเเละหมดอายุ รวมไปถึงสังเกตบริษัทที่นำเข้าหรือจัดจำหน่าย ว่ามีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน ส่วนทูน่าแบบแช่แข็งก็ต้องสังเกตคุณภาพความสดของเนื้อปลา ทั้งนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคทุกท่านนั่นเอง

    ทูน่าสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งซาชิมิ, ข้าวหน้าปลาดิบ, สลัดผัก, สเต็ก เเซนวิส หรือแม้แต่อาหารไทยๆเมนูต่างๆ อย่างลาบหรือส้มตำ ก็สามารถนำเอาเนื้อปลาทูน่ามาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน

    หากต้องการประโยชน์จากท้องทะเลอย่างแท้จริง ก็ต้องเลือกรับประทานทูน่าที่มีมาตรฐานรับรองความปลอดภัยด้วย การรับประทานทูน่าแบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจมีผลให้เกิดอาการท้องเสียหรือเกิดอันตรายได้ หากต้องการให้ได้คุณค่าจากปลาทูน่าอย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องเลือกปลาทูน่าที่มีคุณภาพสูง เพื่อเลือกรับเอาแต่สิ่งที่ดีที่สุดเข้าสู่ร่างกายของเรานั่นเอง