นอนอย่างไรให้ไกลโรค ?

    เพราะการนอนเป็นสิ่งที่ร่างกายมนุษย์ขาดไม่ได้ และไม่มีใครบนโลกที่ปฏิเสธการนอนหลับได้ ทำให้มนุษย์เราจำเป็นต้องใส่ใจในเรื่องของการนอนให้มากเท่าๆกับช่วงเวลาที่ยังตื่นลืมตาอยู่ การใส่ใจการนอนในเรื่องของการจัดท่านอนให้เหมาะสม เป็นสิ่งที่จำเป็นๆอย่างมาก เพราะการนอนผิดท่าย่อมทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หรือกดทับอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกายได้ ทำให้การศึกษาท่านอนที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องมาพูดถึงกันในวันนี้นั่นเองค่ะ

นอนหงาย

    ทุกคนรู้ดีว่า ท่านอนหงายเป็นท่านอนหลับพื้นฐานที่ช่วยให้นอนหนับได้สบายมากที่สุด เพราะเป็นท่านอนที่กระดูกสันหลังจะวางอยู่ในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ การนอนท่านี้ในคนปกติทั่วไปจึงทำให้หลังและคอไม่ปวด แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรนหรือปัญหาหยุดหายใจขณะนอนหลับ การนอนหงายจะทำให้อาการที่คุณเป็นอยู่ทวีความรุนแรงมากขึ้น แถมยังจะทำให้เกิดอาการหยุดหายใจไปได้ทันทีระหว่างการนอนหลับด้วย เพราะท่านอนหงายส่งเสริมให้เกิดการขวางทางการหายใจได้ง่ายกว่าท่าอื่นๆ ผู้ป่วยโรคนี้จึงควรหลีกเลี่ยงการนอนหงาย และควรนอนในท่าอื่นๆจะดีกว่า

    ในขณะที่บางคนอาจชอบนอนหงาย พร้อมทั้งยกแขนทั้งสองข้างวางพาดขึ้นไปบนหมอน ซึ่งเรียกท่านี้ว่า “ท่าปลาดาว” ท่านอนนี้เป็นที่ช่วยลดการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การนอนในท่านี้เป็นเวลานานๆ อาจจะทำให้เกิดแรงกดที่บริเวณไหล่ เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาจะส่งผลทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ง่ายมากขึ้น

    การนอนหงายสามารถเพิ่มออฟชั่นเสริมโดยการใช้หมอนหนุนตามส่วนต่างๆได้ ซึ่งการใช้หมอนหนุนตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายจะช่วยลดอาการปวดได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น การหมอนใบเล็กๆมาหนุนไว้ตรงบริเวณเอวเพื่อลดอาการปวดเอว หรือ การหมอนใบเล็กๆมาหนุนไว้ตรงบริเวณเข่าเพื่อลดอาการปวดเข่า เป็นต้น นอกจากนี้ คนไหนที่ชอบนอนดิ้นหรือชอบเปลี่ยนท่านอนบ่อยๆ การใช้หมอนหนุนจะช่วยบังคับให้คุณนอนหลับในท่าเดิมได้ตลอดทั้งคืน ช่วยลดปัญหาการนอนตกหมอนหรือป้องกันอาการเคล็ดขัดยอกตามอวัยวะต่างๆได้เป็นอย่างดี

นอนอย่างไรให้ไกลโรค ?
ภาพจาก http://women.thaiza.com นอนอย่างไรให้ไกลโรค ?


นอนตะแคง

    ท่านอนตะแคงถือเป็นท่านอนที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด อย่างไรก็ตาม การนอนตะแคงให้มีสุขภาพดีนั้นต้องนอนตะแคงให้ถูกข้างด้วย หากคุณเป็นคนที่ชอบนอนตะแคงขวา บอกไว้เลยว่าอาจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณกลางอกได้ ยิ่งถ้าวันไหนทานอาหารเย็นมาอย่างเต็มท้องด้วยแล้วละก็ คุณควรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงข้างขวาไปก่อน เพราะจะทำให้นอนหลับไม่สบายเอาได้ง่ายๆ

    นอกจากนอนถูกข้างแล้วการวางแขนก็มีส่วนสำคัญต่อการนอนหลับด้วยเช่นกัน เพราะหากคุณเป็นคนที่ชอบนอนตะแคงแบบเอาแขนแนบลำตัว จะถือเป็นท่านอนที่เป็นผลดีต่อกระดูกสันหลังมากที่สุด ท่านี้สามารถลดอาการปวดหลังและปวดคอได้ แถมยังช่วยลดปัญหาการหยุดหายใจขณะนอนหลับได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หรือถ้าใครไม่ถนัด การนอนตะแคงแล้วยื่นแขนออกมาก็เป็นท่าที่ดีอีกท่าหนึ่ง เพราะสามารถลดอาการปวดแขนหรือปวดไหล่จากการนอนทับแขนตัวเองได้ การกดทับแขนและไหล่ตลอดเวลานอนจะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก และทำให้เกิดแรงดันภายในเส้นประสาทบริเวณแขนด้วย

    อย่างไรก็ตาม การนอนตะแคงนานๆใบหน้าของคุณบางส่วนจะไปสัมผัสหรือถูกับหมอนตลอดเวลา ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวพรรณหย่อนคล้อยหรือเกิดริ้วรอยในรูปแบบที่คุณไม่ต้องการได้ ดังนั้น ใครที่รักในการนอนตะแคงก็จำเป็นต้องหาวิธีดูแลผิวหน้าเสริมเพื่อช่วยยกกระชับใบหน้าให้ดูเรียนเนียน เด้ง ดึ๋งแบบเดิมด้วย

นอนคว่ำ

    ไม่ดีเลยนะคะสำหรับคนที่ชอบนอนคว่ำบ่อยๆ แม้ว่าท่านี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นมากกว่าการนอนท่าไหนๆ แต่การนอนคว่ำบ่อยๆจะทำให้การหายใจของคุณเป็นไปได้อย่างยากลำบาก เพราะลำตัวของคุณจะกดทับอวัยวะภายในทั้งหมด ยิ่งมีน้ำหนักตัวมากเท่าไร ยิ่งไม่เหมาะสมต่อการนอนคว่ำมากขึ้นไปอีกเท่านั้น นอกจากนี้ การนอนคว่ำยังส่งผลให้เกิดอาการปวดคอ เพราะคุณจำเป็นต้องตะแคงหน้าไปข้างใดด้านหนึ่งเพื่อเปิดช่องทางในการหายใจด้วย ข้อเสียสุดท้ายคือ ผลเสียต่อกระดูกสันหลัง ซึ่งวางตัวอยู่ในแนวขัดกับธรรมชาติ การนอนท่านี้นานๆจึงส่งผลให้คุณปวดหลังเอาได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถนอนคว่ำได้ในกรณีที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร เพราะการนอนคว่ำจะช่วยให้ระบบการย่อยทำงานได้ดีมากขึ้น และช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทมากขึ้น แต่ก็ไม่ควรนอนท่านี้นานเกินไป เพราะอาการป่วยอื่นๆที่กล่าวไปแล้วข้างต้นจะกลับมาเยือนคุณได้ในที่สุด

    การนอนหลับให้มีความสุขจำเป็นต้องนอนหลับให้ถูกท่าด้วย เพราะหากคุณละเลยช่วงเวลาที่แสนมีค่านี้ไป อาจส่งผลให้คุณเกิดอาการเจ็บป่วยแบบไม่ทันตั้งตัวได้ นอกจากนี้ การนอนหลับที่ถูกท่าก็จะช่วยให้คุณนอนหลับได้สนิทยาวนานมากขึ้น เช้าวันใหม่ของคุณจะได้สดใสมากกว่าที่เคยเป็นนั่นเอง