นอนเหงื่อออก

นอนเหงื่อออกไม่ใช่ไม่อันตราย

เวลานอนหลับเป็นเวลาที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่มากที่สุด หลังจากต้องเหน็ดเหนื่อยจากการใช้ชีวิตมาตลอดทั้งวัน ซึ่งการนอนจึงควรจะเป็นช่วงเวลาที่คนเรารู้สึกสบายตัวมากที่สุด แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะอาการป่วยของโรคบางโรค อาจจจะทำให้การนอนหลับเป็นเพียงแค่การหลับตา แต่ไม่เป็นการพักผ่อนได้อย่างเหมาะสม เพราะช่วงเวลาความสะดวกสบายที่หายไปนั่นเอง

อาการ “เหงื่อออกตอนกลางคืน” เป็นอีกหนึ่งอาการที่ทำให้การนอนหลับกลายเป็นเรื่องยาก และไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งการที่คนเรามีเหงื่อออกเวลานอนไม่ใช่เกิดมาจากความร้อนภายนอก เช่น การนอนในห้องที่มีอากาศร้อนมากเกินไป หรือการห่มผ้าห่มหนาเกินไป ในทางตรงกันข้าม อาการเหงื่อออกเป็นการระบายความร้อนจากภายในร่างกาย ซึ่งบางคนเกิดอาการร้อนวูบวาบ จนทำให้เกิดหงื่อออกเป็นจำนวนมาก

แล้วเหงื่อที่เกิดขึ้นเช่นนี้มีสาเหตุมาจากความร้อนภายในร่างกายในเรื่องใดบ้าง การจะรู้ถึงต้นตอของสาเหตุที่แท้จริงจะต้องอาศัยการทดสอบทางการแพทย์ และการสอบถามประวัติควบคู่ไปด้วย จึงจะสามารถชี้ชัดได้ว่าอาการที่เป็นอยุ่นั้นเกิดจากสาเหตุใด ทั้งนี้ เราสามารถจำแนกสาเหตุบางประการของการมีเหงื่อออกตอนการคืน ได้ดังต่อไปนี้

1. มีการติดเชื้อของอวัยวะบางส่วน

อาการติดเชื้อมักจะไม่แสดงออกจนกว่าที่เชื้อจะโตและรุนแรง ทำให้เรายากที่จะรู้ได้ว่าตอนนี้นั้นเราปลอดภัยหรือกำลังติดเชื้ออยู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรคอะไรก็ตาม หรือจะเป็นการติดเชื้อที่อวัยวะส่วนไหนของร่างกาย สัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกได้ ก็คือ การติดเชื้อสามารถทำให้เหงื่อออกตอนกลางคืนได้ทั้งนั้น ตัวอย่างของอาการติดเชื้อที่ต้องระวัง เช่น โรควัณโรค โรคเยื่อหัวใจอักเสบ เป็นต้น ดังนั้น การที่คุณสังเกตว่าตัวเองเริ่มมีเหงื่อออกมากเวลากลางคืน ก็ให้ลองตัวเช็คร่างกายโดยทันที ว่ามีส่วนไหนในร่างกายบ้างที่กำลังโดยเชื้อโรครุมทำร้ายอยู่

2. โรคมะเร็ง

โรคมะเร็งอาจจะมีอาการที่แสดงออกมาหลากหลาย ตามแต่ว่าเจ้าก้อนมะเร็งจะไปกำเนิดอยู่ที่ไหน ซึ่งบางชนิดมักจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนได้ เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม คงเป็นการยากที่จะใช้อาการเหงื่อออกในตอนกลางคืนเพียงอย่างเดียวเป็นตัวตัดสินว่าคุณกำลังเป็นโรคมะเร็งอยู่หรือไม่ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยการสังเกตอาการอื่นๆร่วมด้วย

3. การทานยาบางชนิด

การที่เราพยายาม ใช้ยาเพื่อรักษาอาการหนึ่งๆ อาจจะมีผลทำให้เกิดอาการอื่นๆตามมาได้ ยกตัวอย่างเช่น การเกิดเหงื่อออกในตอนกลางคืน ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อร่างกายได้รับยาประเภทรักษาอาการติดเชื้อ ยากล่อมประสาทบางตัว รวมไปถึงยาเสพติดบางประเภท ก็ทำให้เกิดอาการเหงื่อออกได้เช่นกัน

4. ภาวะน้ำตาลในเลือดตกต่ำ

บางครั้งอาการเหงื่อออกก็เป็นสิ่งที่ร่างกายสร้างมาเพื่อปกป้องตัวเอง เพราะในเวลาที่ระดับน้ำตาลในเลือดของคนเราต่ำ ร่างกายจะทำการขับเหงื่อออกมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งเมื่อตรวจสอบดูจะพบว่าเหงื่อที่ไหลออกมาในเวลานั้นจะมีน้ำตาลปนออกมาด้วยโดยอัตโนมัติ

นอนเหงื่อออกไม่ใช่ไม่อันตราย
นอนเหงื่อออกไม่ใช่ไม่อันตราย — ภาพจาก : https://www.honestdocs.co/causes-you-to-sweat-at-night

5. ภาวะผิดปกติของฮอร์โมน

เป็นไปได้ที่ร่างกายของเราจะเกิดความผิดปกติของฮอร์โมน ซึ่งอาจจะเกิดจากสิ่งเร้าต่างๆมากมาย ซึ่งการที่ฮอร์โมนไม่สามารถทำงานได้สมบูรณ์ดังเดิม ก็เป็นเหตุผลให้มีเหงื่อไหลออกมาในตอนกลางคืนได้ ทั้งนี้เป็นฮอร์โมนจะผลิตออกมาจากต่อมหมวกไต ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการขับของเหลวในร่างกายนั่นเอง

6. ระบบประสาท ผิดปกติ

เป็นไปได้ว่าอาการเหงื่อออกเวลากลางคืนอาจเป็นผลมาจากระบบประสาทที่ทำงานบกพร่องได้

7. วัยหมดประจำเดือน

ข้อสุดท้ายน่าจะเป็นอาการที่เกิดได้บ่อยมากๆในผู้หญิงที่หมดประจำเดือนหรือที่เรียกว่าวัยทอง การเปลี่ยนจากวัยผู้ใหญ่ให้กลายเป็นวัยทอง จะทำให้ร่างกายมีอาการต้องปรับตัวหลายอย่าง อาจมีอาการร้อนวูบวาบ มีเหงื่อออกในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตาม อาการนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตกกังวลและเป็นอาการที่เกิดขึ้นไม่นาน เมื่อทิ้งเวลาไปสักพักหนึ่ง อาการที่เคยเป็นอยู่ก็จะค่อยๆดีขึ้น และหายไปได้เอง

อาการเล็กๆที่เราคิดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรมากนักกับชีวิตของคนเรา แค่เปิดแอร์ให้แรงขึ้นก็น่าจะหาย คงไม่ใช่วิธีการแก้ไขที่ถูกต้องอีกต่อไปแล้ว เพราะเหงื่อที่ออกในช่วงเวลานอนหลับมีสาเหตุมาจากอาการต่างๆมากมาย บางคนอาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่นน้ำหนักลด เป็นต้น

แม้ว่าอาการเหงื่อออกตอนกลางคืนจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้เกิดอาการโดยไม่รักษา…แล้วจะแก้ไขอย่างไรให้อาการดังกล่าวหายไป ต้องบอกว่าอาการนี้ไม่มีวิธีการรักษาที่ตายตัว ต้องรักษาตามสาเหตุหลักของโรค ดังนั้น จึงต้องได้รับการวินิจฉัยก่อนว่าป่วยเป็นโรคอะไร จึงจะสามารถรักษาตามสาเหตุได้ถูกต้อง

โดยสรุปแล้วอาการเหงื่อออกในตอนกลางคืนคงไม่ใช่อาการที่เลวร้าย แต่กลับเป็นกระจกที่คอยส่องให้คุณเห็นว่าตอนนี้มีอะไรในร่างกายบ้างที่ผิดปกติ ซึ่งล้วนเป็นผลดีต่อตัวคุณเพราะจะคอยเตือนว่าในขณะนี้ร่างกายของคุณไม่ปกติอยู่นะ และถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณต้องเริ่มหันมาดูแลใส่ใจในสุขภาพตัวเองได้แล้ว ดังนั้น เมื่อพบเจออาการนี้ให้รีบเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในร่างกายทันที จะได้แก้ไขปัญหาได้ทัน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *