น้ำขิงต้านโรค

น้ำขิงต้านโรค

หากพูดถึงการดื่มน้ำขิง ก็คงจะมีแค่คนแก่ๆเท่านั้นที่นิยมดื่มกัน เพราะหนุ่นสาวสมัยนี้มักจะชอบดื่มอะไรที่มีรสชาติอร่อยถูกปากหรือทานง่ายมากกว่า แต่อย่าวที่คนโบราณเขาว่าไว้นั่นแหละค่ะ “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ดังนั้น ของอะไรที่รสชาติไม่ค่อยจะดี โดยส่วนใหญ่ก็มักจะมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น ซึ่งขิงก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หากได้รับประทานบ่อยๆอย่างถูกวิธีแล้วจะสามารถช่วยต้านโรคได้มากมาย

โดยการรับประทานขิงเพื่อบำรุงสุขภาพมักนิยมดื่มในรูปของน้ำขิง ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งแบบสำเร็จรูป แบบผง แบบน้ำให้เลือกรับประทานตามความสะดวก แต่หลายคนก็ยังไม่ชอบใจรสชาติ และเชื่อว่าการรับประทานน้ำขิงแบบสดๆน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าและมีรสชาติที่ถูกปากตนเองมากกว่า ดังนั้น วันนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำวิธีการชงน้ำขิงดื่มเพื่อเพิ่มความอร่อยและเพื่อประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ หากคนไหนพร้อมที่จะสุขภาพดีไปด้วยกัน ก็เตรีมตัวได้เลยค่ะ

สำหรับประโยชน์ของการดื่มน้ำขิงมีอยู่หลายประการ ในวันนี้จะขอเน้นในส่วนของการลดน้ำหนักเป็นสำคัญ พร้อมกับประโยชน์ส่วนเสริมที่ยังช่วยบำรุงร่างกายได้อีกเพียบ สำหรับเรื่องการดื่มน้ำขิงเพื่อช่วยลดน้ำหนักได้นั้นในปี 2008 นักวิจัยชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อว่า L.K. Han ได้ตีพิมพ์ประโยชน์ของขิงลงในวารสารวิชาการ Journal of the Pharmaceutical Society of Japan ไว้ว่า ขิงเป็นสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มอัตราการทำงานของระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เมื่อร่างกายเกิดการเผาผลาญไขมันได้มากกว่าปกติ การรับประทานขิงจึงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักอย่างได้ผลนอกจากนี้ น้ำขิงยังเป็นผลดีต่อระบบขับถ่าย เนื่องจากช่วยลดอาการท้องผูก หรือช่วยระบายของเสียไม่ให้เกิดการตกค้างในร่างกาย ช่วยลดความเครียดหรือช่วยลดแนวโน้มที่รับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูงเพื่อลดความเครียดที่มีนั่นเอง

นอกจากประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมน้ำหนักแล้ว การดื่มน้ำขิงยังมีสรรพคุณทางยาหลายประการ เช่น การช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ลดอาการท้องเฟ้อ ช่วยลดอาการแพ้ท้องของคนที่กำลังตั้งครรภ์ ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังการคลอดบุตร ช่วยแก้อาการปวดระหว่างการมีประจำเดือน ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ช่วยต่อต้านเชื้อโรค หรือช่วยลดรอยสิวและฝ้ากระได้

แค่การดื่มน้ำขิง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีประโยชน์มากมายหลายด้านขนาดนี้ ใครอยากเรียนรู้ที่จะมีหุ่นสวย มีสุขภาพที่ดี เตรียมจดสูตรน้ำขิงแสนอร่อยที่ใครๆก็สามารถทำเองได้ที่บ้านกันเถอะค่ะ

น้ำขิงต้านโรค
น้ำขิงต้านโรค — ภาพจาก : https://www.honestdocs.co/ginger-juice-high-blood-sugar

 

สูตรที่ 1 สูตรคนรักขิง..แค่ขิงสดก็เอาอยู่

สูตรแรกนี้สำหรับคนที่สามารถรับประทานขิงได้อย่างเอร็ดอร่อย หรือไม่รู้สึกลำบากในการกลืนมันลงคอ ส่วนผสมที่ใช้จึงมีเพียงแค่ขิงสดบด 1 ประมาณ 1/2 ช้อนชา และน้ำร้อน 1 แก้วเท่านั้น วิธีการทำมีดังนี้

ตักขิงสดที่บดละเอียดใส่ลงไปในแก้วน้ำร้อนที่เตรียมไว้ จากนั้นก็คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วค่อยๆ จิบดื่มทีละนิดตลอดวัน โดยหากใครสามารถดื่มได้คล่อง ก็สามารถเพิ่มปริมาณของขิงบดลงไปได้อีก แต่ถ้าใครยังไม่คล่องก็ให้ลดปริมาณลงหรือไปดื่มสูตรต่อไปแทน

สูตรที่ 2 สูตรทานง่ายคล่องคอด้วยน้ำขิงผสมมะนาว

สำหรับมือใหม่หัดดื่มหรือคนที่ไม่สามารถรับประทานขิงได้มาก ให้ใช้ตัวช่วยเป็นน้ำมะนาวดูก่อน วิธีการคือให้ผสมขิงสดขนาด 1/2 นิ้ว กับน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง ด้วยสูตรดังนี้

นำขิงที่เตรียมไว้มาล้างและปอกเปลือก แช่ลงในแก้วน้ำอุ่นประมาณ 3-5 นาที เพื่อให้รสขิงละลายออกมา จากนั้นเติมน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความเปรี้ยวให้ชุ่มคอ ต่อด้วยน้ำผึ้งอีกประมาณ 1/2 ช้อนชา เพื่อเพิ่มความหวานและช่วยลดรสชาติเผ็ดร้อนจากขิง การเติมส่วนผสมทั้งสองอย่างลงไปนั้นจะช่วยให้ได้รสชาติของน้ำขิงที่หอมหวานและอร่อยกลมกล่อมมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

น้ำขิงต้านโรค
น้ำขิงต้านโรค — ภาพจาก : http://www.coffeefavour.com/ginger-tea-recipe/

 

สูตรที่ 3 สูตรผสมยกกำลังสาม

ส่วนผสมที่ใช้ในสูตรนี้จะไม่ได้มีแค่ขิง เพียงอย่างเดียว แต่จะเพิ่มข่าแก่และตะไคร้ลงไปด้วย วิธีการก็คือ

ล้างขิงและข่าให้สะอาด ปอกเปลือกออกให้หมด หั่นสมุนไพรทุกชนิดให้ชิ้นบางๆ นำไปอบที่อุณภูมิ 40-60 องศาเซลเซียส 3 ชั่วโมง แต่ถ้าใครไม่มีตู้อบก็ให้นำไปตากแดดจัดประมาณ 2 วัน หรือจนกว่าสมุนไพรจะแห้ง เมื่อแห้งแล้วให้เก็บในโหลที่ป้องกันความชื้น เนื่องจากจะต้องเก็บไว้เป็นเวลานาน อาจจะทำให้สมุนไพรดูดความชื้นกลับเข้าไปอีกครั้ง

เมื่อต้องการจะนำมาดื่ม ให้หยิบสมุนไพรแห้ง 1 กำมือใส่ลงในแก้ว เทน้ำร้อนลงไปเกือบเต็มแก้ว แล้วปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีจากนั้นจึงดื่ม ยิ่งดื่มตอนที่ยังอุ่นจะทำให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

 

ทั้งสามสูตรนี้ล้วนมีพระเอกเป็นขิงทั้งสิ้น ซึ่งใครสะดวกที่จะรับประทานแบบไหนก็เลือกเอาได้ตามชอบ เพราะทั้งสามสูตรนี้ล้วนเป็นสูตรที่ช่วยบำรุงร่างกายได้ทั้งสิ้น ขอเพียงแต่ให้เตรียมัตถุดิบทุกอย่างให้สะอาด เก็บอย่างถูกวิธี และชงดื่มตามเวลาที่ควรจะเป็น คุณก็จะได้รับประโยชน์จากของได้อย่างเต็มที่อย่างแน่นอน หากต้องการหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นอย่าลืมนึกถึงสมุนไพรไทยๆ แต่ประโยชน์ดังไกลไปถึงต่างประเทศด้วยนะคะ

 

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *