น้ำนมแม่…คุณค่าที่ลูกคู่ควร

น้ำนมแม่...คุณค่าที่ลูกคู่ควร

    นมแม่ นับเป็นสารอาหารที่เหมาะสมมากที่สุดของเด็กแรกเกิด เนื่องจากเป็นอาหารที่ร่างกายของมารดาสร้างขึ้นเอง มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็กทารก และไม่มีสารพิษใดๆเจือปน การได้รับนมแม่จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มเกราะป้องกันที่ทารกสมควรได้รับให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

น้ำนมแม่...คุณค่าที่ลูกคู่ควร

ภาพจาก : http://www.thehealthsite.com/news/moms-high-milk-intake-puts-baby-at-risk-of-iron-deficiency/ น้ำนมแม่…คุณค่าที่ลูกคู่ควร

 

กระบวนการสร้างนมแม่เกิดจากการที่ร่างกายของแม่มีการผลิตฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองในช่วงก่อนคลอดทารก ซึ่งนอกจากจะเร่งการผลิตน้ำนมแล้ว ฮอร์โมนเหล่านี้ยังมีผลทำให้เต้านมของแม่เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น เช่น เต้านมใหญ่ขึ้น ฐานนมใหญ่ขึ้น หัวนมขนาดใหญ่ขึ้น คัดหน้าอก หรือมีน้ำใสๆไหลออกจากหัวนม เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้ถือเป็นอาการปกติของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะต้องเกิดในอนาคต

แต่เมื่อหลังจากคลอดทารกแล้ว กระบวนการผลิตน้ำนมจะมีฮอร์โมนอีก 2 ชนิดเข้ามาควบคุมการสร้างและหลังน้ำนมอย่างชัดเจน ได้แก่ ‘ฮอร์โมนโพรแลคติน’ และ ‘ฮอร์โมนออกซีโทซิน’ โดยฮอร์โมนโพรแลคตินจะเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างน้ำนม แต่จะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อทารกดูดนมแม่เท่านั้น หากทารกไม่ได้ดูดนมแม่ ฮอร์โมนตัวนี้ก็จะลดลงจนไม่ผลิตน้ำนมออกมาอีก ในขณะที่ ฮอร์โมนออกซีโทซินจะทำให้แม่มีน้ำนมพุ่งออกจากเต้า เนื่องจากมีการกระตุ้นของกล้ามเนื้อเล็กๆ รอบๆ ต่อมน้ำนม ทำให้น้ำนมไหลได้อย่างต่อเนื่องในขณะที่ทารกดูดนม นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความผูกพันระหว่างคู่แม่ลูกให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
ลักษณะของน้ำนมแม่ที่ไหลออกมาในแต่ละเวลาก็มีความแตกต่างกันในด้านของสารอาหารและลักษณะปรากฎ โดยหากเป็นน้ำนมแม่ในช่วง 1-4 วันแรก น้ำนมจะสีเหลือง ใส เหนียวเล็กน้อย นมแม่ในช่วงเริ่มแรกหลังการคลอดนี้ มีอีกชื่อหนึ่งว่า “โคลอสครัม (Colostrum)” ซึ่งถือได้ว่ามีความอุดมสมบูรณ์ในด้านของสารอาหารแบบครบถ้วนมากที่สุด โดยสีเหลืองของน้ำนมที่มองเห็นเกิดมาจากสีของสารอาหารที่มีชื่อเรียกว่า เบต้าคาโรทีน ซึ่งเป็นสารตัวสำคัญที่มีผลต่อการเติบโตของสมองและการมองเห็นของลูก ในวันที่ 5-14 วัน น้ำนมจะมีสีขาวขุ่นมากขึ้น ทั้งยังมีลักษณะข้นเพราะมีปริมาณของน้ำและไขมันสูงขึ้น นมในช่วงนี้จึงอาจมีสีออกไปทางสีน้ำตาลมากกว่า ส่วนน้ำนมในช่วง 10-14 วันเป็นต้นไป จะเริ่มเป็นน้ำนมจริง ความเข้มข้นของน้ำนมจะมากขึ้น และมีสีขาวขุ่นมากที่สุด

น้ำนมแม่...คุณค่าที่ลูกคู่ควร

ภาพจาก : http://breastmilkteststrips.wordpress.com/ น้ำนมแม่…คุณค่าที่ลูกคู่ควร

 

อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า นมแม่ถือเป็นนมที่เหมาะสมกับการเลี้ยงทารกมากที่สุด โดยเฉพาะในเด็กแรกเกิดด้วยแล้วละก็ การรับประทานนมแม่จะทำให้เด็กทารกได้รับประโยชน์อย่างมากยิ่งกว่าการดื่มน้ำนมจากแหล่งอื่นๆ ในน้ำนมแม่จัดว่ามีสารอาหารที่เหมาะสม พร้อมด้วยภูมิต้านทานที่ช่วยให้ลูกน้อยของคุณมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยบ่อย อีกทั้งช่วยให้คุณแม่ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ที่ไม่ต้องเสียเวลาในการชงนมเหมือนกับการรับประทานนมผงโดยทั่วไป

 ในน้ำนมแม่จะมีไขมันชนิดพิเศษ คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว หรือ DHA ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของสมอง อีกทั้ง ยังช่วยป้องกันอาการท้องเสียและการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากประโยชน์ต่อลูกน้อยแล้ว คุณแม่ก็ยังได้ประโยขน์จากการให้ลูกน้อยดูดนมจากอกได้เช่นกัน เพราะการให้นมแม่จะช่วยให้คุณแม่ไม่ขาดธาตุเหล็ก เพราะมีระยะการปลอดประจำเดือนที่ยาวนานขึ้น และยังทำให้คุณแม่มีน้ำหนักลดลงหลังคลอดได้เร็วมากกว่า รวมไปถึงประโยชน์ในด้านการคุมกำเนิด ซึ่งมีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์ขณะให้นมบุตรเพียงแค่ 1% เท่านั้น

แม้ว่าจะเป็นที่ทราบกันดีว่า น้ำนมแม่นั้นทีคุณค่าด้านโภชนาการอย่างสูง แต่การรับประทานนมแม่ไปจนโตก็ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม เนื่องจากเด็กทารกจำเป็นจะต้องได้รับสารอาหารอื่นๆเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตเมื่อพวกเขาเริ่มมีอายุมากขึ้น โดยหากเป็นทารกในช่วงอายุ 9 เดือน นอกจากน้ำนมแม่ที่ทารกควรจะบริโภคแล้ว ทารกยังต้องการอาหารเสริมอีกอย่างน้อย 2 มื้อต่อวัน ส่วนลูกน้อยที่เริ่มมีอายุครบ 1 ปี คุณแม่อาจจะต้องลดบทบาทการดูดนมของลูกลงไป และหันมารับสารอาหารจากอาหารมื้อหลักทั้ง 3 มื้อ ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะทั้งการดูด การเคี้ยว การกลืน ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้ประกาศออกมาถึงระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการให้นมลูก ว่าควรให้ลูกกินนมแม่นานถึง 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของคุณแม่และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆด้วยว่าจะสามารถให้นมลูกได้นานแค่ไหน

    การได้รับน้ำนมจากอกของแม่อย่างถูกที่ถูกเวลา จะส่งผลอย่างยิ่งต่อการสร้างรากฐานและการเจริญเติบโตของสมอง ครั้นจะให้ลูกน้อยแรกเกิดบริโภคสารอาหารโดยวิธีอื่นก็คงจะยังไม่เหมาะสมนัก เพราะยังคงมีความจำกัดในด้านของความจุของกระเพาะอาหาร ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย หรือระบบการย่อยและการดูดซึมที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ การได้รับน้ำนมจากแม่จึงถือเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มต้นชีวิตที่สมบูรณ์แบบของลูกน้อย