น้ำมะเขือเทศ..ดีจริงหรือแค่หลอก

    ช่วงนี้จะเห็นว่ากระแสการดื่มเครื่องดื่มจากน้ำมะเขือเทศกำลังมาแรงและเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างต่อเนื่อง หลายต่อหลายคนถึงกับซื้อมาดื่มกันอย่างจริงจัง เพื่อหวังผลว่าจะขาวสวยเมื่ออย่างที่เค้าพูดกัน แต่ก่อนจะหันไปดื่มเครื่องดื่มจากผลไม้ชนิดนี้ เรามาดูกันสักนิดดีมั๊ยค่ะว่า อะไรในน้ำมะเขือเทศที่มีส่วนให้เราขาวสวยได้อย่างที่เราต้องการ แล้วต้องเป็นน้ำมะเขือเทศอย่างเดียวหรือป่าว วันนี้เรามีคำตอบให้คุณค่ะ

น้ำมะเขือเทศ..ดีจริงหรือแค่หลอก
ภาพจาก : http://www.healthista.com/nutrition/tomato-juice-prevents-breast-cancer/ น้ำมะเขือเทศ..ดีจริงหรือแค่หลอก


    ตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำมะเขือเทศกลายเป็นเครื่องมือในการบำรุงผิวให้ขาวสวย ก็คือ “ไลโคปีน (Lycopene)” สารสำคัญที่พบได้มากในผลมะเขือเทศ ทำหน้าที่เป็นเนื้อเยื่อสำคัญในการห่อหุ้มและป้องกันเมล็ดของมะเขือเทศต่อความเข้มข้นของรังสีอัลตราไวโอเลตที่รุนแรง เพื่อให้ต้นอ่อนได้เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ สารตัวนี้จัดเป็นสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่พบได้ในพืชหลายชนิด เช่น แตงโม เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู มะละกอ รวมถึงมะเขือเทศที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ ซึ่งผลวิจัยชี้ให้เห็นว่าสารสำคัญตัวนี้มีของดีซ่อนอยู่มากมายเลยทีเดียว

    ไลโคปีนเป็นสารประกอบที่มีรายงานว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพได้หลายทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือประโยชน์ด้านการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งคอหอย มะเร็งช่องปาก มะเร็งเต้านม และที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ‘มะเร็งต่อมลูกหมาก’ ภัยร้ายที่ลูกผู้ชายหวาดกลัวนั่นเอง

ในด้านของการปกป้องผิวหนัง พบว่าไลโคปีนมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตามินอีถึง 100 เท่า เมื่อเทียบในปริมาณที่เท่ากัน โดยไลโคปีนจะทำงานร่วมกันกับออกซิเจนในกระแสเลือด เพื่อดักจับสารอนุมูลอิสระและขับมันออกไปให้พ้นจากร่างกาย นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ในการเติมความชุ่มชื้นที่เป็นเสมือนเป็นการสร้างเกราะป้องกันให้กับคอลลาเจนในชั้นผิวอีกด้วย ไลโคปีนในมะเขือเทศจึงมีหน้าที่ในการกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง พร้อมทั้งยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เป็นตัวการทำให้เกิดความหมองคล้ำด้วยการลดทอนปฏิกิริยาของไทโรซิเนส การรับประทานไลโคปีนจึงส่งผลให้คุณมีผิวที่ขาวเปร่งปรั่งมากขึ้นได้อย่างผิดหูผิดตานั่นเอง

น้ำมะเขือเทศ..ดีจริงหรือแค่หลอก
ภาพจาก : http://hm-garden.com น้ำมะเขือเทศ..ดีจริงหรือแค่หลอก



    แล้วควรจะรับประทานมะเขือเทศในรูปแบบไหนละ จึงจะทำให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด? ความเชื่อที่ว่าการรับประทานของสดใหม่ ย่อมเป็นผลดีมากกว่าการรับประทานของที่ผ่านกระบวนการแปรรูป อาจใช้ไม่ได้กับมะเขือเทศเสมอไป เพราะผักชนิดนี้จำเป็นจะต้องนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปที่ให้ความร้อนเสียก่อน จึงจะทำให้ผู้บริโภคได้รับผลดีมากที่สุด

    ที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจาก มะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของมะเขือเทศอ่อนตัวลง ซึ่งมีผลทำให้ไลโคปีนถูกร่างกายดึงออกไปใช้ได้ดีกว่า นอกจากนี้ ความร้อนและกระบวนการต่างๆระหว่างการผลิตผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ ยังส่งผลทำให้ไลโคปีนที่อยู่ภายในผักชนิดนี้เปลี่ยนรูปแบบจากไลโคปีนชนิด “ออลทรานส์(all-trans-isomers)” ไปเป็นไลโคปีนชนิด “ซิส(cis -isomers)” ซึ่งเป็นผลทำให้การรับประทานผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศแปรรูปมีผลดีมากกว่า เนื่องจากไลโคปีนที่ร่างกายได้รับจะเป็นชนิดที่ละลายน้ำได้ดี และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายนั่นเอง และยิ่งถ้าเป็นผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศที่ถูกนำมาผ่านกระบวนการให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น ซอสมะเขือเทศ หรือผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น เป็นต้น ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายได้รับไลโคปีนในปริมาณที่สูงมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ไลโคปีนยังถือเป็นสารที่ทนต่อความร้อน จึงไม่ต้องกังวลว่าสารไลโคปีนจะลดจำนวนลงหลังจากผ่านกระบวนการให้ความร้อนเหล่านั้น

    จากงานวิจัยในปี พ.ศ. 2554 ของประเทศอังกฤษ พบว่า ผู้หญิงจำนวน 20 คน ที่บริโภคซอสมะเขือเทศเข้มข้นที่มีสาร “ไลโคปีน” เพียงอย่างเดียว ติดต่อกันยาวนาน 12 สัปดาห์ สามารถควบคุมการเพิ่มขึ้นของสารอนุมูลอิสระ “MMP-1” ที่เป็นต้นเหตุให้คอลลาเจนในชั้นผิวแตกตัวและเสื่อมสภาพได้ พร้อมทั้งยืนยันว่า สารไลโคปีนมีส่วนช่วยเสริมโปรคอลลาเจน (Procollagen) ที่เป็นสารตั้งต้นในการสร้างคอลลาเจนของผิวหนังให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นได้

    จากงานวิจัยข้างต้น สามารถยืนยันได้ว่าการที่ร่างกายได้รับไลโคปีนที่เข้มข้นมากเท่าไร ยิ่งมีผลดีต่อสุขภาพผิวและสุขภาพกายมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าอยากจะให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นมากกว่าเดิมอีก แนะนำให้รับประทานมะเขือเทศควบคู่กับผักและผลไม้ที่ให้วิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม มะนาว มะขามเทศ เป็นต้น เพราะ “วิตามินซี” จะช่วยเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำ ทำหน้าที่ป้องกันสารอนุมูลอิสระบริเวณ ‘ด้านนอก’ ของเซลล์ผิวหนัง ในขณะที่ “ไลโคปีน” จะเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมัน ทำหน้าที่ป้องกันสารอนุมูลอิสระในระดับ ‘เยื่อหุ้มเซลล์’ ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงจากภายในได้เป็นอย่างดี

    เห็นถึงประโยชน์กันขนาดนี้แล้ว ใครที่อยากจะมีผิวขาวใสอมชมพูก็ลองหันมาดื่มหรือรับประทานผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศกันดูนะคะ การรับประทานอย่างต่อเนื่องและรับประทานในรูปแบบที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีสุขภาพผิวที่ดีและมีสุขภาพกายที่แข็งแรงปลอดภัยจากโรคมะเร็งร้ายอย่างแน่นอนค่ะ