บอกลาหน้าย่น

บอกลาหน้าย่น

    รอยย่นบนหน้าผากหรือรอยตีนกาที่เห็นได้ชัดเวลายิ้ม นับเป็นอีกหนึ่งริ้วรอยที่บ่งบอกถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งริ้วรอยเหล่านี้ยากเหลือเกินที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีได้ อย่างไรก็ตาม หากพอจะมีวิธีการบางอย่างที่จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยเหล่านี้ไม่ให้ปรากฎขึ้นก่อนวัยอันควร ก็คงจะเป็นเรื่องดีมิใช่น้อย

    แล้ววิธีการใดบ้างละ ที่จะช่วยให้เรามีใบหน้าที่เต่งตึงได้อย่างยาวนาน เขยิบเข้ามาใกล้ๆสิค่ะ เราจะอธิบายให้คุณฟังเอง

บอกลาหน้าย่น

ภาพจาก : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=64287 บอกลาหน้าย่น


    ก่อนจะรู้ถึงวิธีการในการกำจัดหรือป้องกันไม่ให้เกิดรอยย่น จะต้องเริ่มต้นจากการรู้ถึงสาเหตุและที่มาที่ไปของริ้วรอยเหล่านี้ก่อน ซึ่งปัจจัยหลักๆที่ทำให้เราเกิดมีร่องรอยของความชรานี้ เกิดขึ้นได้จากการเสื่อมโทรมของคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นหนังแท้ ซึ่งมีเหตุผลมาจากวัยที่มากขึ้น อาหารการกินที่ไม่เหมาะสม การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การถูกแสงแดดแผดเผา รวมถึงนิสัยที่ชอบหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บ่อยๆ

    หากอยากจะให้ริ้วรอยเหล่านี้จางหายไป ก็ต้องหันมาใส่ใจดูแลชั้นหนังแท้ให้ดี พร้อมๆกับการจัดการริ้วรอยที่เกิดขึ้นไปแล้วด้วย โดยวิธีการที่ใช้มีหลายวิธี ดังต่อไปนี้

    วิธีการแรก ให้เริ่มต้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ครีมที่มีส่วนประกอบของเรตินอลหรือวิตามินเอดูก่อน สารชนิดนี้จะช่วยในการบำรุงหรือลบเลือนริ้วรอยที่เคยมีอยู่บนใบหน้าของคุณให้จางหายไปได้ ซึ่งรูปแบบของเรตินอลและวิตามินเอ จะมีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ตามแต่ความต้องการและประสิทธิภาพในการบำรุงผิว โดยส่วนมากมักจะพบสารชนิดนี้เป็นส่วนผสมอยู่ในครีมลดเลือนริ้วรอยต่างๆ อยู่แล้ว แต่ก็มีบ้างที่พบในรูปแบบของซีรัม ซึ่งมักจะมีส่วนผสมที่เข้มข้นและซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ไวกว่า ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพในการรักษาก็จะแปรผันตรงกับราคา ที่คุณจำเป็นจะต้องจ่ายเพิ่มเพื่อความสวยงามของตัวคุณ
อย่างไรก็ดี การจะเลือกใช้ครีมลบริ้วรอยจะต้องเลือกให้ถูกกับผิวหน้า ถูกวิธีการใช้ และถูกกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล โดยหากเป็นวิตามินเอไม่ควรจะทาในช่วงตอนกลางวัน เนื่องจากวิตามินเอไม่ถูกกับแสงแดด การใช้วิตามินชนิดนี้ในช่วงกลางวันอาจจะทำให้ไม่ได้ผลหรือทำให้เกิดอาการผิวแสบแดงได้ ดังนั้นหากจะให้ได้ผลดีก็ควรทาครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอในช่วงตอนกลางคืนจะดีกว่า นอกจากนี้ คนที่มีปัญหาผิวแห้งหรือมักมีอาการแพ้ง่าย ก็ควรได้รับการทดสอบการแพ้ก่อนจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อีกทั้ง สารเรตินอลกับวิตามิน A อาจมีผลทำให้ผิวแห้งได้ง่ายขึ้น ดังนั้น จึงควรทามอยซ์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังหลังจากทาครีมลดริ้วรอยด้วย

    วิธีต่อมาคือการนวดเพื่อลบเลือนริ้วรอย วิธีนี้ให้ทำระหว่างการล้างหน้าหรือทาครีม โดยใช้นิ้วกลางกับนิ้วนางกดนวดตรงกลางหน้าผาก แล้วนวดไล่ออกไปที่ขมับตามแนวโค้งของคิ้ว จังหวะขึ้นให้กดหนัก จังหวะลงให้กดเบา กดนวดเช่นนี้ซ้ำไปมาประมาณ 3 ครั้ง จะช่วยให้คุณผ่อนคลายความเครียดไปพร้อมๆกับการมีใบหน้าที่ไร้ริ้วรอยได้

บอกลาหน้าย่น

ภาพจาก : http://www.ladyja.com/ บอกลาหน้าย่น

    การรับประทานอาหารที่มีโอเมก้าทรีอย่างปลาแซลมอน ปลาทูน่า หรือปลาสวาย หรือการรับประทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีและวิตามินเอสูง อย่างส้ม แอปเปิ้ล แครอท ตำลึง ฟักทอง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบำรุงผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอกได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ควรควบคุมปริมาณการบริโภควิตามินเอให้เหมาะสม หรือไม่เกิน 15,000 ไมโคกรัมต่อวัน เพราะหากร่างกายได้รับมันมากเกินไปอาจจะส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเสี่ยงต่อการแท้งลูกได้

    นอกเหนือจากการใช้วิธีการต่างๆแล้ว อีกหนึ่งสิ่งง่ายๆที่ทำได้ทุกคนก็คือ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น ท่าทางในการนอน การนอนตะแคงข้างเดียวนานๆ จะส่งผลทำให้เกิดรอยพับที่ร่องแก้ม ส่วนการนอนคว่ำก็มีผลให้เกิดริ้วรอยบนหน้าผากได้เช่นกัน ดังนั้นท่าทางการนอนที่ดีที่สุดจึงควรเป็นท่านอนหงาย ซึ่งไม่ทำให้เกิดการกดทับของใบหน้าในทุกส่วน แถมยังช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวกและไม่ทำให้หายใจติดขัดอีกด้วย นอกจากนี้ อาจปรับเปลี่ยนการนอนได้ง่ายๆด้วยการปรับเวลาการนอนให้ไวมากขึ้น เข้านอนแต่หัวค่ำ ซึ่งข้อมูลจากงานวิจัยบ่งชี้แล้วว่า การนอนในช่วงเวลา 4 ทุ่มถึงตีสอง จะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมามากที่สุด ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยให้คุณมีริ้วรอยต่างๆน้อยลง ดังนั้น การนอนดึกกว่าช่วงเวลาดังกล่าวหรือนอนน้อยเกินไป ก็จะส่งผลให้คุณเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าคนที่นอนหลับอย่างเพียงพอนั่นเอง

 

    นอกจากนี้ ยังมีวิธีอื่นๆอีก เช่น การดื่มน้ำให้เพียงพอ
งดการสูบบุหรี่ งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ พยายามไม่เลิกคิ้วหรือหยีตาบ่อยๆ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ไม่ปล่อยให้ผิวแห้ง ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกแดด ขัดผิวอาทิตย์ละครั้ง หรือลดการรับประทานของหวานหรือน้ำตาล เป็นต้น ซึ่งหากคุณสามารถปฏิบัติตัวได้ตามที่กล่าวมาทั้งหมด ก็ไม่ต้องเป็นกังวลเลยว่าหน้าจะเหี่ยวหรือย่นก่อนวัยอันควรแน่นอน