บีบสิว

บีบสิวเสี่ยงสูง

บีบสิวเสี่ยงสูง

เชื่อว่าคนทุกคนจะต้องเคยมีปัญหาผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับสิว บางคนอาจจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาตอนที่เป็นวัยรุ่นเริ่มต้น บางคนอาจจะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนแปรปรวน หรือในช่วงของการมีประจำเดือน ในขณะที่บางคนเป็นสิวต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ว่าจะมีอายุเท่าไรก็สามารถเกิดสิวได้เป็นประจำ รักษาอย่างไรก็ไม่หายสนิทสักที

ปัญหาสิวที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคล เกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ เช่น ฮอร์โมน พฤติกรรมในการรับประทานอาหาร พฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมไปถึงปัจจัยอื่นๆอีกมากมายที่ส่งผลให้แต่ละคนเป็นสิวไม่เท่ากัน เมื่อใดก็ตามที่เกิดอาการเป็นสิวขึ้น ก็มักจะมีคำถามขึ้นมากมายว่าควรหรือไม่ที่จะกำจัดสิวไปจากใบหน้า หรือควรกำจัดสิวอย่างไรให้ได้ผลเร็วที่สุด และไม่ส่งผลกระทบให้เกิดรอยแผลเป็นตกค้างบนใบหน้า

สิว ถือเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการอักเสบเรื้อรังอันเป็นเหตุผลมาจากความผิดปกติของต่อมเหงื่อหรือรูขุมขน สิวที่เกิดขึ้นมีหลายลักษณะ อาจจะเป็นตุ่มสิว สิวหัวขาว หรือสิวหัวดำก็ได้ ซึ่งล้วนแต่เกิดขึ้นบนผิวหนังได้ทั้งบริเวณใบหน้า หน้าอก คอ แผ่นหลัง แขน และไหล่ ซึ่งสิวอาจจะแบ่งตามการอักเสบหรือไม่อักเสบได้ ดังนี้ สิวที่ไม่อักเสบจะเป็นการอุดตันขนาดเล็ก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เป็นสิวหัวดำหรือสิวข้าวสาร สิวประเภทนี้จะไม่ค่อยรู้สึกเจ็บ แต่ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนเท่านั้น

ในขณะที่ สิวอักเสบจะเป็นสิวที่เป็นสีแดง มีเลือดคั่ง หรือมีหนอง และอาจตุ่มขนาดใหญ่ที่อยู่ลึกลงไปในผิว ความรุนแรงของสิวอักเสบไล่มาตั้งแต่รุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงระดับไหน ก็ไม่ควรบีบสิวทั้งสิ้น

แน่นอนว่าทางการแพทย์มักจะแนะนำไม่ให้มีการบีบหรือแกะสิว เพราะการบีบหรือทำให้สิวแตกยอมทำให้เกิดแผลเป็นขึ้นได้อย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ หลายคนก็ไม่สามารถที่จะทนให้เม็ดสิวค้างอยู่บนใบหน้าได้ตลอดไป หรือไม่สามารถรอให้เม็ดสิวยุบลงไปเองตามเวลาที่ควรจะเป็น เมื่อทนไม่ไหว…การบีบสิวจึงเกิดขึ้น ซึ่งการบีบสิวอาจไม่ได้มีผลเพียงแค่ทำให้ใบหน้าของคุณเสียโฉมหรือเกิดแผลเป็นเพียงเท่านั้น แต่เคยมีเคสของความเจ็บปวดจากการบีบสิวของคนบางคนที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตจากการบีบสิวเลยก็มี หากคุณกำลังคิดที่จะกำจัดสิวบนใบหน้าออกไป อยากให้ลองอ่านบทความต่อไปนี้ดูก่อน เพราะไม่แน่ว่าคุณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ค่ะ

บีบสิวเสี่ยงสูง

บีบสิวเสี่ยงสูง — ภาพจาก : https://www.sanook.com/women/81009/

 

ปัญหาหลักๆของการบีบสิว คือ การเกิดรอยแผลเป็น และทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายจาก หนึ่งจุดไปเป็นหลายจุดทั่วใบหน้า ทั้งนี้ เพราะสิวเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เมื่อบีบสิวจนแตก เชื้อโรคเหล่านี้ก็จะแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ และลุกลามจนทำให้เกิดสิวในบริเวณถัดไปได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม สิวในบางจุดอาจจะยอมให้บีบได้หากต้องการหรือจำเป็นจริงๆ แต่มีสิวในบางบริเวณที่ห้ามบีบ “โดยเด็ดขาด” เพราะหากคุณบีบสิวบริเวณนี้จะทำให้ความรุนแรงของมันเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม บริเวณที่ว่านี้ ก็คือ “จมูกปากส่วนบน” และ “มุมปากทั้งสองข้าง” ซึ่งรวมเรียกว่าพื้นที่สามเหลี่ยมบนใบหน้า

ทำไมถึงไม่ควรบีบสิวในบริเวณนี้? เหตุผลก็เพราะที่บริเวณหรือที่เรียกว่าพื้นที่สามเหลี่ยมบนใบหน้า จะมีเส้นเลือดที่เชื่อมต่อไปยังด้านหลังของศีรษะหรือบริเวณสมองส่วนท้าย ดังนั้น การที่คุณบีบสิวบริเวณนี้จึงมีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อในบริเวณสมองส่วนท้ายได้ และอาจรุนแรงจนถึงขั้นเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ก็จะนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด

ทั้งนี้เคยมีผู้ป่วยที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการบีบสิวในบริเวณดังกล่าวมาแล้ว เมื่ออดีตที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เคยบีบสิวในบริเวณดังกล่าว และทำให้เกิดผลกระทบตามมาคือทำให้เกือบจะตาบอดหรือเสียดวงตาไปเลยทีเดียว ซึ่งเหตุผลก็มาจากที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้มีมากนัก แต่ถึงแม้ว่าโอกาสการเกิดจะน้อยเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงเลย เพราะมีเหตุผลที่สามารถที่จะเกิดได้อยู่ และอาการที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่อาการตาบอด แต่อาจจะเป็นอาการร้ายแรงในรูปแบบอื่นๆ เช่น อาการอัมพาต หรือการเสียชีวิตก็เป็นได้ และที่สำคัญบริเวณของสามเหลี่ยมอันตรายที่ว่านี้ก็เป็นหนึ่งในบทความที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งมีแพทย์ออกมาเตือนในเรื่องของการบีบสิวกันด้วย

นอกเหนือจากการบีบสิวในบริเวณของสามเหลี่ยมอันตรายแล้ว ก็ไม่ควรทำกิจกรรมอื่นๆที่ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงด้วย ไม่ว่าจะเป็น การดึงขนจมูก หรืออื่นๆ เพราะการที่เราทำให้บริเวณดังกล่าวไม่รับความเสียหาย ก็อาจจะก่อให้เกิดอาการรุนแรงที่เชื่อมโยงไปสู่สมองของเราได้เช่นกัน

เรื่องใกล้ตัวแต่มีภัยร้ายแรงขนาดนี้ เห็นทีจะต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้นแล้วละคะ ใครที่ชอบกดสิว หรือดึงขนจมูกอยู่บ่อยๆ ก็อยากให้ระวังเพิ่มเติมเรื่องนี้ด้วย เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งเกิดอาการที่ผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับสมองขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ ก็ให้คิดไว้ว่าอาจจะเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ก็ได้ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะคะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณและคุณทั้งนั้น

 

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *