ปวยเล้งประโยชน์แฝงอันตราย

ปวยเล้ง หรือ Spinach ถือเป็นผักใบเขียว ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศอาหรับ จุดเด่นที่สำคัญก็คือเป็นผักที่มีสารอาหารมากมายและครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินซี ที่ล้วนสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ร่างกาย นอกจากนี้ยังมีลูทีนที่ทำหน้าที่กรองแสงสีฟ้าจากแหล่งกำเนิดแสงที่เป็นอันตรายต่อดวงตา เช่น แสงจากดวงอาทิตย์ จอคอมพิวเตอร์ หรือแสงจากหลอดไฟ ลูทีนในปวยเล้งยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันการถูกทำลายของเซลล์รับภาพหรือจอประสาทตาได้ การรับประทานปวยเล้งเป็นประจำจึงส่งผลให้มีสายตาดีและมองเห็นได้อย่างชัดเจน อีกทั้งปวยเล้งยังมีสารแคโรทีนอยด์ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น ปวยเล้งยังเป็นผักที่มีธาตุเหล็กและโฟเลตสูงมาก โดยธาตุเหล็กถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง ที่มีผลต่อการขนส่งและลำเลียงออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆในร่างกาย ส่วนโฟเลตจะทำหน้าที่ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ การแบ่งเซลล์และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย

ปวยเล้งประโยชน์แฝงอันตราย
ภาพจาก : http://www.fitfabfemale.com/2014/03/04/seven-super-foods-to-incorporate-into-your-diet/ ปวยเล้งประโยชน์แฝงอันตราย

อย่างไรก็ตามเมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย เพราะถึงแม้ว่าปวยเล้งจะมีธาตุเหล็กและแคลเซียมในปริมาณที่สูง แต่ก็ยังพบว่ามีปริมาณกรดออกซาลิกสูงเช่นกัน ซึ่งกรดออกซาลิกในปวยเล้งจะเป็นตัวขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็กและโฟเลต ทำให้ร่างกายได้รับสารทั้งสองได้อย่างไม่เต็มที่ และอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียมหรือสังกะสีได้ นอกจากนี้ออกซาลิกยังมีผลทำให้เกิดโรคนิ่วได้ด้วย เนื่องจากกรดออกซาลิกจะเข้าทำปฏิกิริยากับแคลเซียมทำให้เกิดการตกตะกอนภายในร่างกาย

วิธีการแก้ไขก็คือ การรับประทานผักปวยเล้งร่วมกับผักผลไม้อื่นๆที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง มะเขือเทศ เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากปวยเล้งได้ดีขึ้น หรืออีกทางแก้หนึ่งก็คือการลวกผักในน้ำเดือดก่อนนำมาปรุงอาหาร เพราะความร้อนจะช่วยทำลายกรดออกซาลิกได้ถึง 80% เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถรับประทานปวยเล้งได้อย่างปลอดภัยแล้ว

สำหรับผู้ป่วยโรคเก้าต์อาจจะต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานผักชนิดนี้ในปริมาณมาก เนื่องจากในปวยเล้งมีกรดยูริกค่อนข้างสูง จึงอาจส่งผลต่ออาการปวดตามข้อได้ หากรับประทานอย่างต่อเนื่อง