ผักสีม่วง

ผักสีม่วง

ผักสีม่วง

การเลือกรับประทานผักผลไม้ในปัจจุบันมีแนวทางมากมายแตกต่างกันไปแล้วแต่ความต้องการ เพราะมีผักผลไม้ให้เลือกหลากหลายชนิด ตามแต่ความชอบของบุคคลแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ผักแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนหนึ่งที่สามารถแยกความพิเศษของผักผลไม้ได้ และเป็นสิ่งที่เราสามารถเห็นได้ชัดเจนก็คือ “สี” นั่นเอง

สีของผลไม้ที่แตกต่างกัน ย่อมให้ประโยชน์เชิงสุขภาพที่แตกต่างกันไปด้วย ในวันนี้จะขอกล่าวถึงประโยชน์ของผักผลไม้ที่มี “สีม่วงหรือสีแดงเข้ม” ซึ่งถือว่าเป็นผักผลไม้ที่เป็นส่วนน้อยในทั้งหมด แต่คุณประโยชน์ของพวกเขามากมายเกินกว่าที่คุณอาจจะเคยรับรู้ ผักผลไม้สีแปลกเหล่านี้จะมีประโยชน์อะไรบ้างนะ มาลองหาคำตอบกันได้เลยค่ะ

ผักสีม่วง

ผักสีม่วง — ภาพจาก : ppseeds.com/product/997/whole-1-oz-กะหล่ำปลีสีม่วง-purple-cabbage

การที่ผักหรือผลไม้มีสีเข้มแบบสีม่วงหรือสีแดง หมายความว่าในผักหรือผลไม้ชนิดนั้นๆมีส่วนผสมของสารสำคัญบางประการ นั่นก็คือ “แอนโทรไซยานิน” สารตัวนี้เป็นสารสำคัญที่พบได้ในข้าว rice berry แครอทม่วง กะหล่ำปลีม่วง รวมไปถึงผักผลไม้อื่นๆที่มีสีม่วงหรือสีแดงเข้ม

ตัวอย่างของผักผลไม้ที่มีสีม่วงที่เราจะยกที่มาอธิบายให้ฟังในวันนี้จะเป็นประโยชน์ของเจ้ากะหล่ำปลีสีม่วง ที่เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่กล้ากินเพราะกลัวสีสันที่ฉูดฉาด แต่ถ้าอ่านประโยชน์ของมันแล้ว อาจจะรีบกลับไปหากินโดยด่วนก็เป็นได้ ประโยชน์ของมันมีดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร หลายคนต้องทนทรมานกับการมีแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่มีผลทำให้รู้สึกแสบท้องตลอดทั้งเวลาที่หิวหรืออิ่ม จะกินจะนอนก็ลำบาก วิธีแก้ขั้นต้นให้ลองหันทานกะหล่ำปลีสีม่วงดูสิคะ เพราะในผักชนิดนี้มีสารสำคัญที่มีหน้าที่ในการสมานแผลในกระเพาะอาหารได้ ดังนั้น หากรับประทานกะหล่ำปลีสีม่วงเข้าไปก็จะช่วยให้แผลที่อยู่ในกระเพาะอาหารค่อยๆสมานและช่วยให้อาการปวดท้องที่เคยเป็นจางหายไปได้ ไม่เพียงเท่านั้นกะหล่ำปลีสีม่วงยังมีสารอินไทบินที่ทำหน้าที่กระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด เพื่อหล่อเลี้ยงระบบย่อยอาหารในร่างกาย การที่เลือดไหลเวียนอย่างเหมาะสมก็จะช่วยให้การย่อยอาหารของร่างกายดีมากขึ้นได้นั่นเอง
  2. แก้แฮงค์หลังดื่มหนัก หลังจากปาร์ตี้หนักๆจบลง หลายคนอาจจะต้องมองหาตัวช่วยในการแก้แฮงค์ ซึ่งหนึ่งในตัวช่วยที่มีความสามารถในการแก้ไขและช่วยเสริมประโยชน์ให้แก่ร่างกายได้ ก็คือเจ้ากะหล่ำปลีตัวนี้นี่เอง วิธีการก็คือ รับประทานกะหล่ำปลีควบคู่ไปกับการดื่มเลย เพราะการที่ผักชนิดนี้มีน้ำเป็นองค์ประกอบค่อนข้างมาก มันก็จะช่วยเจือจางปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ซึ่งมีผลทำให้การดื่มของคุณจะมีความสุขมากยิ่งขึ้นได้ หรือสามารถดื่มได้มากขึ้นกว่าเดิม
  3. บำรุงทารก ข้อนี้มีประโยชน์สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ เพราะอาหารที่คุณแม่ควรบริโภค ก็คือกะหล่ำปลีสีม่วง เนื่องจากเป็นผักที่มีกรดโฟลิคสูง ซึ่งกรดตัวนี้เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของสมองของเด็กทารก รวมไปถึงการสร้างอวัยวะต่างๆในช่วงเวลาที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์ มากไปกว่านั้น ยังช่วยป้องกันความผิดปกติของ DNA ได้ด้วย จึงอาจเรียกได้ว่าการรับประทานกะหล่ำปลีสีม่วงของคุณแม่ จะช่วยให้ลูกน้อยเติบโตทางร่างกายและสมองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
  4. ช่วยบำรุงประสาท ในกะหล่ำปลีชนิดนี้จะมีวิตามินซีที่สูงมากกว่ากะหล่ำปลีชนิดอื่นๆถึงประมาณ 2 เท่าตัว การที่ได้รับวิตามินซีที่สูงมากกว่าเดิมย่อมมีส่วนช่วยในการบำรุง รวมไปถึงช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินซี เช่น โรคเลือดออกตามไรฟัน เป็นต้น

แม้ว่ากะหล่ำปลีสีม่วงจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ต้องระวังเรื่องของวิธีการในการเตรียมก่อนการรับประทาน เพราะการรับประทานกะหล่ำปลีสีม่วงให้ได้ประโยชน์ที่สุด ควรนำผักชนิดนนี้ไปลวกหรือทำให้สุกก่อนรับประทาน ทั้งนี้ ก็เพื่อทำลาย “สารกอยโตเจน” ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในกะหล่ำปลีดิบและเป็นสารอันตรายที่มีผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์นั่นเอง

ผักสีม่วง

ผักสีม่วง — ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=U0rca9AWEj4

ผักผลไม้ที่มีสีม่วงหรือสีแดงเข้มยังมีอีกมากมายหลายชนิด ซึ่งอาจเป็นสีพิเศษที่คุณไม่ค่อยได้เห็นกัน แต่ก็ล้วนเป็นแหล่งของสารอาหารที่มีคุณภาพดีทั้งนั้น และสารอาหารเหล่านี้ก็มีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายแต่อาจจะมากน้อยต่างกันไปตามขนิด ขนาด และแหล่งเพาะปลูก

ไม่ว่าจะเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่ แครอทม่วง หรือ กะหล่ำปลีสีม่วง ก็ถือเป็นแหล่งของสารอาหารชั้นดีที่มีแอนโทรไซยานินทั้งนั้น เพียงแค่เลือกเติมสีสันให้มื้ออาหารของคุณมีความหลากหลาย ไม่เฉพาะแต่เพียงสีม่วงเท่านั้น แต่สีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียว ก็ล้วนมีประโยชน์ และมีสารอาหารแตกต่างกันไป ถ้าจะให้ที่สุด ก็ควรทำให้มื้ออาหารของคุณมีความสมดุลของสีทุกๆสี โดยไม่เลือกรับประทานอาหารใดอาหารหนึ่งซ้ำๆติดต่อกันนานๆ เพราะนอกจากประโยชน์ทางสารอาหารที่ได้ไม่ครบถ้วนแล้ว ยังเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษจากที่เดิมๆด้วย

สุดท้ายอย่าลืมรักษาสมดุลของเนื้อสัตว์ ผัก แป้ง ในจานอาหารของคุณด้วย เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ครบทุก 5 หมู่ และร่างกายของเราก็จะแข็งแรงเพราะมีแหล่งของสารอาหารชั้นดี สมองดี ร่างกายดี ก็ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่แน่นอน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *