พฤติกรรมทำลายกระดูก

    มีพฤติกรรมหลายๆอย่างที่คนเราทำไปโดยไม่มีเจตนา แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นอาจส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อกระดูกได้โดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินหรือการใช้ชีวิตประจำวัน หากทำในรูปแบบที่ไม่ถูกไม่ควรนั้น ก็ล้วนมีผลให้กระดูกของเราเสื่อมถอยลงได้ตลอดเวลาในทุกวันๆ

    อะไรบ้างคือการกระทำที่ทำร้ายความแข็งแรงของกระดูก และส่งผลให้กระดูกเกิดอาการเปราะหรือหักได้ง่าย เรามาศึกษาไปพร้อมๆกันได้เลยค่ะ

    เริ่มต้นจาก ‘อาหาร’ กันก่อน การรับประทารแคลเซียมหรือวิตามินดีในทุกวันอาจไม่เพียงพอให้กระดูกอยู่ยงคงกระพันไปกับเราได้จนสิ้นลมหายใจ หากเรายังคงมีพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม อาหารที่เรารับประทานเข้าไปก็สามารถทำร้ายร่างกายของเราได้ตลอดเวลาเช่นกัน

    เครื่องดื่มที่คนเรานิยมบริโภคเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย กลับย้อนมาทำร้ายโครงสร้างของร่างกายได้อย่างทารุณ
ไม่ว่าจะเป็น กาแฟ หรือ น้ำอัดลม ก็ล้วนแต่ช่วยเร่งการผุกร่อนของกระดูกและฟันได้ทั้งสิ้น

พฤติกรรมทำลายกระดูก
ภาพจาก : http://www.telegraph.co.uk/news/newstopics/howaboutthat/10430303/Best-time-to-drink-a-cup-of-coffee-10.30am.html พฤติกรรมทำลายกระดูก


    หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ ก็ให้ระวังตัวไว้หน่อยแล้วกันว่าในอนาคตคุณอาจจะต้องพบเจอกับปัญหากระดูกเปราะได้เร็วกว่าใคร งานวิจัยล่าสุดที่กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกาได้ระบุไว้ว่า การดื่มกาแฟเพียงวันละ 2 แก้ว ก็มากเพียงพอที่จะทำให้กระดูกของคุณเปราะแตกได้ง่าย ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากคาเฟอีนที่เป็นองค์ประกอบของกาแฟ จะเป็นตัวเร่งให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะในทุกวัน หากไม่มีการรับแคลเซียมเพิ่มเติม จึงย่อมทำให้โรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกแวะเวียนมาหาคุณได้เร็วกว่าใคร
นอกจากกาแฟแล้ว น้ำอัดลมก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่สามารถลดความหนาแน่นของกระดูกได้เช่นกัน เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อัดลงไปเพื่อให้เกิดความซ่า มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดภาวะกระดูกหักได้ ใครที่ชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำย่อมจะมีโอกาสเกิดโรคกระดูกพรุนได้มากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มน้ำอัดลมเลยประมาณ 3-4 เท่า
พูดถึงอาหารกันไปแล้ว ก็มาต่อกันที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำลายกระดูกกันบ้าง การกระทำหลายๆอย่างต่อไปนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนทำกันอยู่เกือบตลอดเวลา แต่ยังไม่สายเกินไปที่จะไปเรียนรู้ร่วมกันว่า แต่ละสิ่งที่กำลังทำอยู่ส่งผลร้ายต่อกระดูกมากเพียงใด

           เริ่มที่ท่านั่งกันก่อน รู้หรือไม่ว่าท่านั่งไขว่ห้างที่ช่วยให้คุณรู้สึกสบายมากขึ้นนั้น ความจริงแล้วส่งผลร้ายต่อมวลกระดูกอย่างมากมาย ท่านั่งนี้จะทำให้น้ำหนักตัวกดลงที่ก้นข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป และเป็นผลทำให้กระดูกเกิดอาการคดได้ ส่วนใครที่ชอบนั่งหลังค่อมติดต่อกันนานๆ หลายชั่วโมง จะมีผลให้กล้ามเนื้อเกิดอาการเกร็งค้าง เกิดการคั่งของกรดแล็คติก จนทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า ปวดหลัง และมีปัญหาเรื่องกระดูกผิดรูปตามมาได้

พฤติกรรมทำลายกระดูก
ภาพจาก : https://ascannotdo.wordpress.com/ พฤติกรรมทำลายกระดูก


มาต่อกันที่ท่ายืนกันบ้าง คนที่จำเป็นต้องยืนนานๆตลอดทั้งวัน ไม่ควรพักขาโดยการเทน้ำหนักไปที่ขาข้างเดียวติดต่อกันเป็นเวลานาน หากรู้สึกเมื่อยให้สลับพักขาไปมาทั้งสองข้าง หรือถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรลงน้ำหนักให้เท่ากันที่ขาทั้ง 2 ข้าง โดยยืนให้ขากว้างเท่ากับขนาดของสะโพกตัวเอง การยืนเช่นนี้จะช่วยให้เกิดความสมดุลของโครงสร้างร่างกาย และป้องกันปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระดูกได้

    ส่วนท่านอนก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากเราจัดท่าไม่ดี เราก็จะต้องนอนอยู่ในท่านั้นไปอีกเป็นเวลานานหลายชั่วโมง การนอนที่เป็นการทำร้ายกระดูกคือ การนอดคุดคู้หดตัว ซึ่งจะทำให้กระดูกเรียงตัวในแนวผิดธรรมชาติ และก่อให้เกิดปัญหาปวดหลังตามมา การนอนที่ถูกต้องแบบรักษากระดูกจึงควรนอนหงายให้ศีรษะอยู่ในแนวระนาบ โดยหมอนที่หนุนรองศีรษะไม่ควรแข็งหรือนิ่มเกินไป อีกทั้ง ควรมีหมอนรองใต้เข่า เพื่อลดความแอ่นของกระดูกสันหลังช่วงล่างด้วย หากจำเป็นจะต้องนอนตะแคง ก็ให้หาหมอนข้างมาวางคั่นเพื่อก่ายให้ขาทั้งหมดอยู่บนหมอนข้าง เพียงเท่านี้ก็จะสามารถรักษาแนวกระดูกให้อยู่ในแนวตรงตลอดเวลาได้แล้ว
นอกเหนือจากการนั่ง ยืน หรือนอนแล้ว บรรดาสาวนักช็อปทั้งหลายก็ต้องระวังตัวให้ดีเหมือนกัน เพราะความสนุกในการช็อปปิ้งคงหมดไปถ้าเกิดจะมีปัญหาเรื่องกระดูกตามมา ใครที่มักชอบหิ้วของหนักบ่อยๆ ระวังว่าอาจจะเกิดอาการนิ้วล็อกหรือการมีพังผืดยึดตามบริเวณข้อนิ้วมือได้ง่ายขึ้น ส่วนคนที่ชอบสะพายของหนักที่ไหล่ข้างเดียวนานๆ ก็เสี่ยงต่อการเกิดอาการกระดูกสันหลังคดได้เช่นกัน เพราะร่างกายซีกเดียวจะต้องทำงานหนักอยู่เพียงลำพัง ฉะนั้นใครที่รู้ตัวว่าชอบแบกของหนักหรือสะพายกระเป๋าหนักๆตลอดเวลาก็ควรเลือกกระเป๋าแบบที่สะพายไหล่ได้ทั้งสองข้าง หรือสลับเปลี่ยนไปมาเมื่อรู้สึกถึงความเมื่อยล้า เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้กระดูกไม่ถูกทำลายมากเกินไปแล้วค่ะ

          หากสามารถหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการทำร้ายกระดูกเช่นนี้ได้ คุณก็จะสามารถเลี่ยงปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับกระดูกไปได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม อย่าลืมที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกด้วยการรับประทานแคลเซียมและวิตามินดี รวมถึงการออกกำลังการเพื่อเพิ่มมวลกระดูกอย่างเหมาะสม ไม่ว่าคุณจะอายุมากเท่าไรก็สามารถมีกระดูกที่แข็งแรงได้ไม่แพ้คนอายุน้อยๆหรอกค่ะ