ฟอกตับ

ฟอกตับ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

อวัยวะภายในของเราเป็นสิ่งของที่เมื่อเสียแล้ว อยากที่จะมาสิ่งอื่นมาทดแทนได้ หรือถ้าได้จริงๆก็ต้องอาศัยดวง โชตชะตา และเงินทอง ที่อาจจะสามารถแลกอวัยวะชิ้นใหม่มาได้ แต่ก็ไม่เสมอไป ดังนั้น การพยายามรักษาอวัยวะให้อยู่กับเราไปให้นานมากที่สุดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เชื่อว่ามนุษย์หลายๆคนละเลยที่จะใส่ใจ จะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อมันสายเกินไปเสียแล้ว

การรับสารพิษต่างๆเกิดได้รอบตัวเรา แม้ว่าเราจะพยายามป้องกันตัวเอง แต่ก็ยังมีโอกาสที่ร่างกายจะได้รับสารพิษสะสม ซึ่งอวัยวะที่จะคอยรองรับอันตรายทั้งหมด ก็คือ “ตับ” นั่นเอง เหตุผลก็เพราะว่าตับเป็นอวัยวะสำคัญในระบบร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมระบบการเผาผลาญอาหาร ผลิตน้ำดีเพื่อย่อยไขมัน กรองเลือด หรือหลั่งเอ็นไซม์ในการย่อยและการดูดซึมสารอาหารและหน้าที่ที่สำคัญมากที่สุด ก็คือ การกำจัดสารพิษเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายให้เป็นปกติตลอดเวลา

บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่าสารพิษที่อยู่ในบรรยากาศจะมากมายเพียงใด และสามารถทำร้ายเราได้จริงหรือ? สารพิษโดยส่วนใหญมักจะเข้ามาหาเราแบบไม่ทันรู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการหายใจ การรับประทานอาหาร หรือกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งเราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าส่วนประกอบอะไรบ้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเราจนกว่าที่เราจะโดยมันทำร้าย ตัวอย่างสารพิษ เช่น เชื้อราหรือแบคทีเรีย สารกันบูด ควันบุหรี่ ควันท่อไอเสีย ควันไฟ สารตกค้างจากยาฆ่าแมลง เป็นต้น

สารพิษบางอย่างอาจจะเป็นพิษอย่างมากกับบางคน แต่สำหรับบางคนอล้วกลับไม่มีผลใดๆ ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานหรือลักษณะส่วนบุคคลของคนผู้นั้น ซึ่งการได้รับสารพิษเหล่านี้ทีละน้อยๆ มักจะไม่ส่งผลร้ายออกมาในทันที แต่จะค่อยๆสะสมจนแสดงอาการป่วยออกมาที่สุด

ฟอกตับ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ฟอกตับ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว — ภาพจาก : https://www.besthardwares.com/article/

 

ที่น่ากลัวมากไปกว่านั้นและอาจเป็นสิ่งที่คุณคาดไม่ถึง ก็คือ ภายในร่างกายของเราก็ยังสามารถผลิตสารพิษออกมาได้เช่นกัน และสารพิษทั้งหมดทั้งที่รับภายภายนอกและสร้างเองจากภายในจะถูกลำเลียงไปไว้ที่ตับ เพื่อนำไปกำจัดออกไปจากร่างกาย ดังนั้น ตับจึงต้องรับศึกหนักในการรองรับและกำจัดของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการอีกต่อไป

เมื่อตับต้องทำงานหนัก ความสามารถของตับก็จะลดน้อยลง สารพิษที่เคยถูกกำจัดก็อาจจะถูกทำลายได้ไม่หมด และสารพิษก็จะเดินทางกลับเข้าสู่กระแสเลือดและแทรกซึมเข้าสู่ส่วนต่างๆภายในร่างกายอีกครั้ง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นจะเห็นได้ว่าตับกลายเป็นฮีโร่ในการปกป้องร่างกาย ซึ่งการจะทำให้ฮีโร่ทำงานได้ไปตลอดชีวิต ก็ต้องมีวิธีที่เหมาะสมในการดูแลมันด้วย ซึ่งหนึ่งในวิธีการที่คนนิยม ก็คือ การขจัดสารพิษตกค้างหรือการล้างพิษในตับ ซึ่งจะช่วยให้ตับมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น

ฟอกตับ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ฟอกตับ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว — ภาพจาก : https://www.beautyepic.com/clean-your-liver-and-lose-weight-in-72-hours/

 

การกำจัดสารพิษในตับมีวิธีอยู่มากมาย โดยหนึ่งในวิธีที่จะขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ มีดังต่อไปนี้

การล้างพิษทำได้โดยการใช้น้ำเกลือที่มีส่วนผสมของวิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งแพทย์จะนำเอาสารเหล่านี้ฉีดผ่านเข้าทางหลอดเลือดดำเพื่อนำไปสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่างๆ และเพื่อกำจัดสารพิษออกจากร่างกายด้วย โดยหลักการทำงานคือสารล้างพิษจะเข้าไปเปลี่ยนสารพิษชนิดไม่ละลายในน้ำให้สามารถละลายน้ำได้ แล้วตับจะได้สามารถขับสารพิษเหล่านี้ออกมาในรูปของอุจจาระได้อย่างง่ายดายมากขึ้น แต่ในทางตรงข้าม อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ตับกำลังขจัดสารพิษอยู่นั้น ไตก็จะต้องทำงานหนักมากขึ้น และจะทำให้มีสารพิษบางส่วนถูกดูดซึมกลับสู่กระแสเลือดและขับออกทางไต ดังนั้น ในระหว่างการรักษาตับ ไตก็จะถูกทำลายไปในเวลาเดียวกัน ผู้ที่ต้องการล้างพิษตับจึงจำเป็นต้องมีสภาพการทำงานของไตที่สมบูรณ์ มิเช่นนั้นร่างกายอาจจะรับไม่ไหวได้

ประโยชน์ของการล้างตับ ได้แก่ ช่วยลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยลดการสะสมของไขมันที่ตับ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ และช่วยบรรเทาความรุนแรงของอาการหวัด เป็นต้น ซึ่งบุคคลที่เหมาะสมที่จะหันมาดูแลตับอย่างหนักหน่วงหรือสมควรจะล้างพิษในตับ ก็คือ คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีความเสี่ยง เช่น คนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ดื่มสุราเป็นประจำ รับประทานอาหารรสจัดเป็นประจำ รับประทานอาหารปิ้งย่างเป็นประจำ และ คนที่มักเครียดตลอดเวลา ทั้งนี้ การล้างพิษในตับอาจได้ผลดีเฉพาะในบางบุคคลเท่านั้น เนื่องจากวิธีการที่ว่านี้มีความจำเพาะในแต่ละบุคคล ทำให้ได้ผลแตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมแล้วก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของตับให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยการซ่อมแซมเซลล์ที่เคยสึกหรอไป

วิธีอื่นๆเพิ่มเติมจากการล้างสารพิษในตับแบบปกติ เช่น การดื่มน้ำด่าง การรับประทานดีเกลือ เป็นต้น และหากต้องการจะให้ได้ผลดีจะต้องมีการควบคุมเวลาการรับประทานที่เหมาะสมร่วมกับการออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวันที่เหมาะสม เพื่อไม่เป็นภาระให้ร่างกายสร้างสารพิษขึ้นเอง และจะทำให้ร่างกายสามารถขับเอาสารพิษออกทางอุจจาระได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม

        การทำให้ตับกลับมามีประสิทธิภาพจะช่วยให้ร่างกายลดโอกาสการเกิดโรคร้ายได้ ทำให้ความเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด หรือโรคความดันโลหิตสูงลดลงได้อย่างแน่นอน