ฟื้นความสาวด้วย “หญ้ารีแพร์”

ฟื้นความสาวด้วย "หญ้ารีแพร์"

กลายเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากกับ “หญ้ารีแพร์ หรือหญ้าฮี๋ยุ่ม” ว่าจัดเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแสนวิเศษ สามารถคืนความสาว ฟื้นฟูความสวย และมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้หญิงหลังคลอด ความเข้าใจดังกล่าวนี้ เกิดจากการคิดไปเองหรือมีข้อเท็จจริงสนับสนุนหรือไม่ วันนี้ เรามีคำตอบให้คุณแน่นอนค่ะ
หญ้าฮี๋ยุ่ม หรือ หญ้ารีแพร์ จัดเป็นสมุนไพรขนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลเดียวกับไผ่ ชื่อเดิมของสมุนไพรชนิดนี้มีชื่อว่า “หญ้าฮี๋ยุ่ม” แต่เนื่องจากคนไทยค่อนข้างจะออกเสียงเรียกตามกันยากไปเสียหน่อย ดังนั้นจึงมีการตั้งชื่อใหม่ว่า “หญ้ารีแพร์” เนื่องมาจากคุณสมบัติภายในที่สามารถช่วยซ่อมแซมร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสรรพคุณในด้านการฟื้นฟูช่องคลอดให้กลับมามีความกระชับ เต่งตึง และลดการหย่อนยานของมดลูกได้

ฟื้นความสาวด้วย "หญ้ารีแพร์"

ภาพจาก : http://www.posttoday.com ฟื้นความสาวด้วย “หญ้ารีแพร์”


หญ้ารีแพร์เป็นพืชที่พบได้ในทุกภาคทั่วประเทศไทย แต่โดยมากมักจะขึ้นในที่ร่มชื้น โดยเฉพาะในเขตชายเขาในจังหวัดปราจีนบุรี หรือพื้นที่แถบเชิงเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ลักษณะทางกายภาพของต้นโดยทั่วไปเป็นต้นหญ้าที่มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 1 ฟุต ลักษณะใบจะค่อนข้างยาวและกว้างกว่าหญ้าปกติทั่วไป

ในความเป็นจริงแล้ว หญ้ารีแพร์ นับเป็นพืชสมุนไพรที่คนโบราณรู้จักกันมายาวนานมากแล้ว แต่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่านั้นเอง โดยคนสมัยก่อนมักจะใช้หญ้ารีแพร์ในการบำรุงหญิงตั้งครรภ์ ดังจะสังเกตได้ว่าคนโบราณในอดีตสามารถมีลูกได้มากมายเป็นสิบๆคนต่อๆกัน ซึ่งหนึ่งในเคล็ดลับนั้น ก็มีหญ้ารีแพร์เป็นส่วนประกอบหนึ่งในนั้นด้วยนั่นเอง

เชื่อกันว่า หญ้ารีแพร์ มีส่วนช่วยในการกระชับช่องคลอด ทำให้หญิงหลังคลอดสามารถฟื้นตัวได้ไวไม่แก่ก่อนวัย และมีผิวพรรณเปล่งปลั่งเต่งตึง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องมาจากในหญ้ารีแพร์มีส่วนประกอบที่เรียกว่า สาร “ซิลิกา” (silica) ซึ่งเป็นสารที่กำเนิดมาตามธรรมชาติอย่างแท้จริง สารตัวนี้จัดเป็นสารต้นกำเนิดของคอลลาเจนและน้ำไขข้อในร่างกาย ดังนั้น จึงส่งผลให้เมื่อบริโภคหรือใช้หญ้ารีแพร์บำรุงส่วนต่างๆของร่างกาย ร่างกายก็จะถูกรีแพร์หรือซ่อมแซมให้กลับมาดูเหมือนใหม่ได้อีกครั้งนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ความเชื่อที่ว่านี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญและนายแพทย์ออกมายืนยันเบื้องต้นแล้วว่า หญ้ารีแพร์สามารถใช้กับร่างกายมนุษย์ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่ดีพอสมควร เนื่องมาจากหลักฐานการใช้งานในอดีตกว่าร้อยปีที่ผ่านมา ยังไม่พบว่าสมุนไพรชนิดนี้จะมีอันตรายใดๆที่รุนแรงต่อร่างกาย ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็นิยมรับประทานเป็นผักพื้นบ้านมาอย่างยาวนาน และเป็นที่รู้กันดีว่าสามารถช่วยบำรุงกำลังและรักษาอาการหลังคลอดได้เป็นอย่างดี

สำหรับงานวิจัยในต่างประเทศนั้น ก็มีการพูดถึงเกี่ยวกับ “สาร แบมบู ซิลิกา” ที่มีอยู่ในหญ้ารีแพร์ เช่นเดียวกัน ว่ามีความสามารถในการช่วยเรื่องเส้นเอ็น กระดูก และปอดให้แข็งแรง รวมถึงยังช่วยทำให้อวัยวะใดก็ตามที่ต้องการความยืดหยุ่นเกิดความแข็งแรง และช่วยในเรื่องความเปล่งปลั่งของผิวพรรณได้ดีอีกด้วย

ฟื้นความสาวด้วย "หญ้ารีแพร์"

ภาพจาก : http://women.mthai.com/health/182203.html ฟื้นความสาวด้วย “หญ้ารีแพร์”


สำหรับวิธีการใช้ประโยชน์จากหญ้ารีแพร์นั้น สามารถทำได้ทั้งการนำมารับประทานและใช้เป็นยาภายนอก โดยหากเลือกที่จะรับประทาน สามารถนำยอดของหญ้ารีแพร์มาลวกจิ้มรับประทานคู่น้ำพริก หรือนำเอาใบมาขยี้ผสมน้ำร้อน หรือต้มให้เดือดแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มรับประทานก็ได้ หญ้ารีแพร์มีฤทธิ์ในการช่วยขับปัสสาวะ ช่วยสมานแผล ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น แลดูเปล่งปลั่งและเต่งตึงได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากต้องการสรรพคุณในการรักษาหรือสมานแผล รวมไปถึงการช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ลดบวม หรือช่วยลดน้ำหนัก จะต้องนำหญ้ารีแพร์มาใช้แบบภายนอก โดยหากเป็นการรักษาแผลสามารถทำได้โดยการนำหญ้ารีแพร์มาตำหรือขยี้ แล้วจึงโปะลงไปบนแผล หรืออาจใช้วิธีต้มน้ำอาบ ก็สามารถช่วยให้แผลหายได้ไวขึ้น ส่วนหญิงสาวท่านใดที่ต้องการอยู่ไฟหลังคลอด ก็ให้นำหญ้ารีแพร์มาตากแห้งแล้วเอาไปก่อไฟ โดยใช้ไม้ผุเป็นเชื้อไฟพอให้ไฟคุนิด ๆ จากนั้นก็มานั่งเอาไอรม ครั้งละประมาณ 10-15 นาที วันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น ทำต่อเนื่องเป็นเวลา 7-10 วัน ก็จะช่วยให้ลดอาการบวม กระชับช่องคลอด หรือลดปัญหาเรื่องความหย่อนยานหลังการคลอดบุตรได้

ฟังมาถึงจุดนี้แล้ว คุณผู้ชายก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปนะคะ เพราะหญ้ารีแพร์ไม่ได้มีดีแต่เฉพาะกับผู้หญิงเท่านั้น คุณผู้ชายท่านใดที่ต้องการบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ต้องการรักษาบาดแผล หรือบรรเทาอาการริดสีดวง ก็สามารถใช้ประโยชน์ จากหญ้ารีแพร์ได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าประโยชน์ที่จะได้รับอาจจะไม่เทียบเท่ากับการใช้ในผู้หญิงก็ตาม

จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยของเรายังขาดความรู้ และความเข้าใจในพืชสมุนไพรหลายๆชนิดอยู่มาก ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ค่อนข้างใกล้ตัวเราเป็นอย่างยิ่ง การที่หน่วยงานหรือองค์กรวิชาการออกมาให้ความรู้และอธิบายถึงสรรพคุณของพืชสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์ ไม่เพียงแต่จะเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้แก่คนในประเทศแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ที่ดีให้แก่หลายๆครอบครัว รวมถึงรายได้รวมของประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย