มีอะไรบ้างในเครื่องสำอาง

มีอะไรบ้างในเครื่องสำอาง

“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” สุภาษิตนี้บ่งบอกได้ว่า การเสริมเติมแต่งย่อมส่งผลให้คนดูดีขึ้นได้เสมอ ซึ่งหนึ่งในอุปกรณ์ที่จะช่วยเพิ่มความสวยก็คงหนีไม่พ้นเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ที่สาวๆหลายต่อหลายท่านนิยมชมชอบ และแทบจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเมื่อต้องออกจากบ้าน

ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะชายหรือหญิงก็ล้วนแต่ต้องเคยสัมผัสกับเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของครีมกันแดด โลชั่น แป้ง อายชาร์โดว์ มาสคารา หรือลิปสติก แต่คุณรู้หรือไม่ค่ะว่า ผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่คุณใช้อยู่ทุกวันนั้น มีส่วนประกอบของสารเคมีแอบแฝงอยู่ภายในมากถึง 90% เลยทีเดียวเชียวนะ

มีอะไรบ้างในเครื่องสำอาง

ภาพจาก : http://health.howstuffworks.com/skin-care/moisturizing/products/creams-and-lotions-different.htm มีอะไรบ้างในเครื่องสำอาง


   และที่น่ากลัวไปมากกว่านั้นก็คือ เครื่องสำอางบางยี่ห้อที่วางขายกันเกลื่อนตามข้างทาง ก็ไม่ได้มีการรับรองการผลิตจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถืออย่างคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมทั้งในบางครั้งก็ไม่ได้มีการระบุถึงองค์ประกอบภายในเครื่องสำอางนั้นๆอย่างชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงในการเกิดอันตรายอย่างมาก หากเครื่องสำอางที่ใช้อยู่ไม่ได้คุณภาพที่ดีพอ

  ดังนั้น การที่เราพอจะทราบถึงองค์ประกอบที่เป็นส่วนผสมภายในเครื่องสำอาง จะทำให้เรารู้เท่าทันและพอจะหลบหลีกอันตรายได้เร็วกว่าใคร อีกทั้ง ยังทำให้เราทราบว่าองค์ประกอบต่างๆที่อยู่ภายในเครื่องสำอางนั้นๆทำหน้าที่อะไรได้บ้าง อย่ารอช้า มาดูส่วนประกอบต่างๆไปพร้อมกันได้เลยค่ะ


   ส่วนแรกที่มักจะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็คือ “น้ำ” น้ำเป็นตัวการในการทำละลาย ซึ่งในบางครั้งจะผสมอยู่กับน้ำมันเพื่อให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงความจำเป็นในการทำหน้าที่เพื่อละลายส่วนประกอบต่างๆภายในผลิตภัณฑ์ด้วย และเนื่องมาจากการมีน้ำแล้วน้ำมันเป็นส่วนผสม จึงจำเป็นต้องมีสาร Emulsifier เพื่อใช้เป็นตัวผสานความสัมพันธ์ของน้ำกับน้ำมันให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยสารในกลุ่ม Stearate  ซึ่งจะส่งผลให้สารละลายสามารถแทรกซึมผ่านชั้นผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น

   อีกส่วนประกอบหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยการเป็นสารเพิ่มน้ำ (Humectant) ด้วยการดึงน้ำจากสิ่งแวดล้อมหรือจากใต้ชั้นผิวหนัง ก็คือ Glycerin และสารกลุ่ม Glycol ตัวอย่างสารในกลุ่มนี้ เช่น Propylene glycol, Butylene glycol เป็นต้น หรือหากเป็นสารในกลุ่ม Lanolin ก็มีหน้าที่ในการปกป้องไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้เช่นกัน เนื่องจากสารกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์เคลือบผิวไม่ให้ผิวมีการสูญเสียน้ำออกไปได้นั่นเอง แต่ถ้าหากในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีส่วนประกอบของ Petrolatum ก็ให้ระวังตัวไว้เลย เพราะถึงแม้สารชนิดนี้จะทำหน้าที่ไม่แตกต่างจากสารในกลุ่ม Lanolin แต่ผลที่ได้ต่อร่างกายอาจแตกต่างกัน เนื่องจาก Petrolatum เป็นสารที่ทำให้เกิดสิวได้ง่าย และอาจทำให้ใบหน้าแก่ก่อนวัยอันควรได้ นอกจากนี้ หากใช้วัตถุดิบในการผลิตไม่ดี ก็อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารที่เรียกว่า 1,4-dioxane ซึ่งเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้

   สารในกลุ่มต่อไปคือ Sodium Lauryl Sulfate (SLS) และ Sodium Laureth Sulfate (SLES) พบได้มากในผลิตภัณฑ์ประเภทโฟมล้างหน้า สบู่ และแชมพู
เนื่องจากมีคุณสมบัติในการกำจัดสิ่งสกปรกได้อย่างดี อย่างไรก็ตาม พึงระวังไว้เลยว่า ยิ่งสารชนิดนี้สามารถทำลายล้างสิ่งสกปรกได้มากเพียงใด ก็ย่อมทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนังของเราได้มากขึ้นเช่นกัน
ดังนั้น การพยายามหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเหล่านี้มากเท่าใด จะยิ่งเป็นการดีต่อผิวพรรณมากเท่านั้น

มีอะไรบ้างในเครื่องสำอาง

ภาพจาก : http://www.glamour.com/lipstick/2010/04/15-easy-tips-for-flawless-skin มีอะไรบ้างในเครื่องสำอาง


   สาร BHA (Butylated hydroxyanisole) และ BHT (Butylated hydroxytoluene)

ทำหน้าที่เป็นสาร Antioxidants ที่สังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการยับยั้งและป้องกันการเสื่อมสลายของผลิตภัณฑ์เมื่อสัมผัสกับออกซิเจนในบรรยากาศ สารสองตัวนี้โดยส่วนใหญ่จะพบในผลิตภัณฑ์กันแดดไปจนถึงลิปสติก สำหรับกลุ่มสารที่ทำหน้าที่เป็น Antioxidants ที่คล้ายกันยังมีอีกหลายประเภท เช่น วิตามินอี (Tocopherol) ที่สกัดได้มาจากธรรมชาติ เป็นต้น

หากเป็นสารในกลุ่ม?Formaldehyde, DMDM, hydantoin diazolidinyl urea, Imidazalidol urea Sodium hydroxymethylglycinate, N-(Hydroxymethyl) glycine, Monosodium salt และ Quaternium-15 มักจะถูกใช้เป็นสารกันบูดในผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไม่ดีหรือราคาถูก ซึ่งมีการศึกษาพบว่า สารFormaldehyde ที่กล่าวถึงนี้เป็นสารก่อมะเร็งที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อร่างกายมนุษย์ และยังทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณลำคอ ตา และจมูกได้อีกด้วย

    ส่วนในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมความขาวของผิว จะมีสาร Hydroquinone เป็นองค์ประกอบอยู่ด้วย ซึ่งสารชนิดนี้มีความสามารถในการลดเลือนจุดด่างดำ เนื่องจากออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเซลล์เม็ดสีเมลานินได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ Hydroquinone ควรอยู่ในปริมาณที่จำกัด เนื่องจาก ตัวมันเองมีผลทำให้รังสี UVA และ UVB ซึมผ่านผิวหนังได้มากขึ้น และนั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรคมะเร็งผิวหนังได้

    ส่วนในยาทาเล็บบางยี่ห้อก็มีส่วนประกอบของ Toluene ที่ใช้เป็นตัวทำละลายเช่นกัน จากงานวิจัย พบว่าสาร Toluene ตัวนี้มีผลที่ค่อนข้างอันตรายต่อระบบประสาท เมื่อเราสูดหายใจเอา Toluene เข้าไป จะมีผลทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะและปวดหัวได้ ดังนั้น หากสามารถเลือกได้ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทาเล็บที่มีส่วนประกอบของ Toluene และหันไปใช้น้ำยาทาเล็บประเภทอื่นแทน จะทำให้ได้รับโทษที่น้อยกว่า

    นอกเหนือจากสารที่ยกตัวอย่างมานี้ ยังมีสารอีกมากมายหลายชนิดที่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่ามีอันตรายต่อร่างกาย อย่างไรก็ดี การพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ไม่ได้มาตรฐาน น่าจะเป็นแนวทางที่ปลอดภัยมากที่สุด เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนอย่างยาวนาน