ยก ‘ยอ’ ปอปั้น

ต้นยอ ถือเป็นไม้มงคลที่คนโบราณนิยมปลูกไว้ในบริเวณบ้าน โดยมีความเชื่อว่าการปลูกยอจะทำให้ผู้ปลูกได้รับการสรรเสริญเยินยอ หรือยกยอปอปั้นในสิ่งที่ดีแต่เมื่อมาพูดถึงคุณประโยชน์ก็พบว่ามีไม่น้อยไปกว่าพืชชนิดอื่นๆเลยทีเดียว

Lift-Puppy-sculpture-spots ยก ?ยอ? ปอปั้น

ภาพจาก : http://www.thaitechno.net/dip/productdetails.php?id=60654&uid=38255

         เมื่อพูดถึงประโยชน์ทางยาของ ?ยอ? แล้วละก็ ต้นไม้ชนิดนี้ถือเป็นพืชที่สามารถนำเอาส่วนต่างๆของต้นทั้ง ราก ใบ ดอก และผล มาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น โดยรากสามารถนำมาใช้เป็นยาระบาย และแก้อาการท้องผูกได้ ส่วนใบยอจะมีรสขมเฝื่อน แต่มีสรรพคุณในการบำรุงธาตุ แก้ไข้ ฆ่าเหา แก้อาการปวดข้อ แก้โรคเกาต์ แก้ท้องร่วงในเด็ก แก้เหงือกบวม แก้แผลเรื้อรัง และแก้กษัยได้ ในส่วนผลที่คนชอบรับประทานก็มีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่นๆเลย โดยหากเป็นผลดิบหรือผลแก่จะมีสรรพคุณในการช่วยขับลม บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ขับโลหิต ช่วยฟอกเลือด แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน แก้เสียงแหบ หรือแก้อาการร้อนใน แต่หากเป็นผลสุกจะใช้แก้อาการผายลมในลำไส้ ส่วนดอกและต้นก็สามารถใช้เป็นส่วนผสมรวมกับสมุนไพรตัวอื่นเพื่อเป็นยารักษาวัณโรคได้

ลูกยอ เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี โปแตสเซียม วิตามินเอ หรือสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยชะลอความแก่และต้านโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ก่อโรค เช่น เชื้อที่ทำให้เจ็บคอ เชื้อที่ทำให้กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง เชื้อตามผิวหนังที่ก่อแผลพุพอง เชื้อที่ทำให้ ท้องร่วง หรือ เชื้อที่ทำให้เหม็นเน่า เป็นต้น

           น้ำลูกยอ หนึ่งในน้ำสมุนไพร ที่เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพและมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เมื่อมีการตรวจสอบลงไปถึงตัวผลิตภัณฑ์ที่วางขายกันตามท้องตลาด กลับพบว่า มีน้ำลูกยอหลายยี่ห้อที่โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินความเป็นจริง รวมทั้งมีการอ้างผลวิจัยว่าสามารถรักษาโรคได้หลายหลายชนิด ทำให้ผู้บริโภคอาจเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปได้

ภญ.พรพิมล ขัตตินานนท์ นักวิชาการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำลูกยอ เป็นเพียงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีจุดมุ่งหมายสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการดื่มเพื่อรักษาโรค ตามที่หลายๆคนเข้าใจว่าการดื่มน้ำลูกยอทำให้หายจากอาการป่วยทั้งโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคเอดส์ โรคภูมิแพ้ โรคไขข้ออักเสบ และความผิดปกติอื่นๆ ของร่างกาย

  ลูกยอมีความโดดเด่นในด้านการมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีความสามารถในการช่วยชะลอการแก่ของเซลล์และมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งได้ อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่บ่งชี้สรรพคุณของน้ำลูกยอมีชัดเจนเพียงในห้องทดลองเท่านั้น ทั้งยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับพืชชนิดนี้ไม่ค่อยมากนัก และยังไม่เป็นที่ยอมรับทางการแพทย์ในระดับนานาชาติ

            สำหรับรายงานที่ถูกตีพิมพ์แล้วเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันหรือนักวิชาการทั่วโลกให้เชื่อถือ ได้มีการศึกษาพบว่า ในลูกยอมีสาร Polysacchance (noni PPt) ที่มีผลต่อต้านเซลล์ของมะเร็ง Lewis lung carcinoma ในหนูทดลองได้จริง และสามารถยืดอายุของหนูที่เป็นมะเร็งนี้ชนิดนี้ได้ แต่ก็เป็นเพียงงานวิจัยในสัตว์ทดลองที่ไม่สามารถอ้างอิงในมนุษย์ได้

   ข้อควรระวังสำหรับการดื่มน้ำลูกยอ ก็คือ ในน้ำลูกยอมีธาตุโปแตสเซียมในปริมาณค่อนข้างสูงพอๆ กับน้ำส้ม และน้ำมะเขือเทศ ดังนั้น หากผู้บริโภคป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังก็อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ในกรณีที่รับประทานมากจนเกินไป     

อย่างไรก็ดี น้ำลูกยอที่วางขายตามท้องตลาดมักถูกผลิตจากผู้ผลิตรายย่อยที่อาจไม่ได้ควบคุมสุขลักษณะในการผลิตที่ดี ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนทางกายภาพ เคมี และชีวภาพได้ ซึ่งการปนเปื้อนสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ กระบวนการฆ่าเชื้อ ขั้นตอนการบรรจุตลอดจนขั้นตอนการขนส่งและจัดจำหน่าย ซึ่งหากขาดการควบคุมที่เหมาะสมก็ย่อมส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ชนิดต่างๆได้อย่างง่ายดาย

            เมื่อลงไปสำรวจคุณภาพของผลิตภัณฑ์น้ำลูกยอที่วางขายในท้องตลาดกว่า 70 ตัวอย่าง พบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่มีจำหน่ายในท้องตลาดกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ปนเปื้อนในปริมาณเกินกว่าร้อยละ 0.5 ตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มในภาชนะบรรจุปิดสนิท และ ในจำนวนกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ยังพบเมทิลแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ชนิดที่ห้ามบริโภค เกินข้อกำหนดขององค์การอาหารออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อีกด้วย นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บางส่วนยังพบการปนเปื้อนของเชื้อราอีกด้วย

การปนเปื้อนทางเคมีและชีวภาพที่ตรวจพบในผลิตภัณฑ์น้ำลูกยอถือเป็นปัจจัยเสี่ยง หากผู้บริโภครับประทานต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานอาจเกิดการสะสมและเกิดเป็นสารอัลดีไฮน์ในร่างกาย จนเกิดการสะสมบริเวณตับ แล้วมีผลทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นๆตามมาในระยะยาว เช่น มะเร็งตับ เป็นต้น

การใส่ใจในสุขลักษณะที่ดีในการผลิตถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ทางผู้ผลิตจะต้องมีจิตสำนึกเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ทั้งนี้ส่วนของผู้บริโภคเองก็จะต้องฟังหูไว้หู และไม่หลงเชื่อในคำโฆษณาที่เกินกว่าความเป็นจริงมากเกินไป และไม่ลืมที่จะสำรวจฉลากเพื่อตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะซื้อรับประทานได้รับมาตรฐานหรือไม่และมีสรรพคุณในการรักษาโรคหรือช่วยบำรุงร่างกายได้แค่ไหน เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการบริโภคน้ำสมุนไพรได้มากขึ้น