ระวัง ‘น้ำแข็ง’ ให้ดี ! มันสกปรกมาก

ระวัง ‘น้ำแข็ง’ ให้ดี ! มันสกปรกมาก

    หลายคนติดนิสัยเคี้ยวน้ำแข็งไปพร้อมๆกับการดื่มเครื่องดื่มแก้วโปรด เพราะนอกจากจะรู้สึกเย็นชื่นใจแล้ว ยังมีความรู้สึกสนุกปากที่ได้ขบเคี้ยวน้ำแข็งไปพร้อมๆกับการดื่มเครื่องดื่มรสชาติโปรดด้วย แต่การที่เรารับประทานน้ำแข็งมากเกินไป อาจนำพาปัญหาทางสุขภาพมาสู่ตัวเราได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีสาเหตุมาจากความสกปรกที่คุณมองข้ามไปนั่นเอง

    “น้ำแข็ง” เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เครื่องดื่มเย็น สดชื่น และเพิ่มรสชาติความอร่อยได้มากยิ่งขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว และเพราะเหตุผลนี้ จึงทำให้คนส่วนใหญ่หันมารับประทานเครื่องดื่มใส่น้ำแข็งกันมากกว่าที่จะรอแช่เครื่องดื่มให้เย็น แต่นอกเหนือจากประโยชน์ที่ว่ามานี้แล้ว กลับมีข้อเสียแสนน่ากลัวที่แอบแฝงอยู่ภายใต้ความเย็นที่คนส่วนใหญ่คิดว่าปลอดภัย อะไรคือความน่ากลัวที่เรากำลังพูดถึงนี้ ตามมาดูกันได้เลยค่ะ

ระวัง ‘น้ำแข็ง’ ให้ดี ! มันสกปรกมาก

ภาพจาก : http://www.chiangmainews.co.th/page/?p=377463 ระวัง ‘น้ำแข็ง’ ให้ดี ! มันสกปรกมาก


    ยากที่จะบอกว่า น้ำแข็งที่คุณกำลังรับประทานกันอยู่นี้สะอาดมากน้อยมากเพียงใด ทั้งนี้ก็เป็นเพราะความหลากหลายของการผลิตที่ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบส่วนบุคคลของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม กว่าที่น้ำแข็งจะผ่านมาถึงปากของเรา เพื่อให้เราได้เคี้ยวเล่นกันอย่างเพลิดเพลินนี้ อาจมีสิ่งสกปรกและเชื้อโรคหลากหลายชนิดปนเปื้อนเข้ามาอย่างคาดไม่ถึง และเจ้าจุลินทรีย์เหล่านี้นี่ละ

    ข้อมูลจากการประปานครหลวง (กปน.) ระบุว่า น้ำแข็งที่เราบริโภคกันอยู่นั้น แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

    1.”น้ำแข็งซอง” หรือน้ำแข็งก้อนใหญ่ที่นำมาทุบให้เล็กลง ใส่เครื่องบดให้เป็นน้ำแข็งเกล็ด น้ำแข็งป่น เพื่อไปจำหน่ายต่อ เหมาะกับการแช่ของสด แช่น้ำขวด นำไปใส่แก้วให้ลูกค้า ทำน้ำแข็งใสใส่ขนมหวาน

    2. “น้ำแข็งหลอดสำเร็จรูป” เป็นก้อนเล็กๆบรรจุใส่ถุงพลาสติกวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต

    สิ่งที่น่าวิตกกังวลอยู่ตรงขั้นตอนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานจากโรงงานที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงการขนส่งที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลเรื่องความสะอาดเท่าที่ควร “ตั้งแต่โรงงานผลิตน้ำแข็งที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนในแหล่งน้ำที่ใช้ผลิตน้ำแข็ง เครื่องตัดก้อนน้ำแข็งก็ใช้ใบมีดเป็นสนิม พวกโรงน้ำแข็งขนาดเล็กหลายแห่งมักมีคนงานยก ตัก โกย บรรจุลงถุง โดยไม่สวมเครื่องแบบมิดชิด บางคนไม่ใส่เสื้อ ใส่กางเกงขาสั้น สวมแค่รองเท้าบูทยางเท่านั้น ถุงก็เป็นกระสอบขาวๆด่างๆไม่ต่างกับถุงปุ๋ย ถุงใหม่หรือถุงเก่าเคยใส่ข้าวสาร หรือสารเคมีมารึเปล่าก็ไม่รู้ ขั้นตอนจัดส่งยิ่งน่ากลัว ส่วนมากใส่รถบรรทุกคลุมด้วยผ้าใบ มีลูกจ้างนั่งทับมา บางคนขึ้นเหยียบไม่สนใจ พอถึงร้านก็ใส่ถุงมือเก่าๆแบกน้ำแข็งไปส่ง ลากกระสอบไปตามพื้น ยังไม่นับถังบรรจุน้ำแข็งของร้านค้าว่าสะอาดหรือเปล่า โดยเฉพาะหากเป็นน้ำแข็งป่นหรือน้ำแข็งเกล็ดด้วยแล้ว ถือว่าเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรคต่างๆมากที่สุด ” สุพจน์ อดีตเจ้าของโรงน้ำแข็งย่านนนทบุรี เปิดเผยความจริงอันน่าตกใจให้ฟัง

    จากการสุ่มตรวจการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในอาหารของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ระหว่างปี 2555–2557 พบว่า มีน้ำแข็งบริโภคมีการปนเปื้อนจุลินทรีย์มากกว่า 64.5 % ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจของสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ระบุว่า ทั้งน้ำแข็งซองและน้ำแข็งหลอด มักมีการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ เช่น โคลีฟอร์ม อีโคไล เป็นต้น ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมาจากสิ่งปฏิกูล โดยส่วนใหญ่จะปนเปื้อนจากผู้ปฏิบัติงานที่สัมผัสกับน้ำแข็งโดยตรง หรือบางครั้งก็ปนเปื้อนมาจากการขนส่งที่ไม่ได้มาตรฐาน

    แล้วผู้บริโภคทั่วๆไปควรทำอย่างไรให้ปลอดภัยจากอันตรายเหล่านี้ สิ่งที่ผู้บริโภคพอจะทำได้ ก็คือ “การสังเกต” หากเป็นน้ำแข็งหลอดบรรจุถุง ควรสังเกตรายละเอียดบนฉลากให้ครบถ้วน ต้องมีข้อความว่า ‘น้ำแข็งใช้รับประทานได้’ ด้วยตัวอักษรสีน้ำเงิน ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากแสดงรายละเอียดครบถ้วน ชัดเจน เช่น ชื่ออาหาร และชื่อที่ตั้ง สถานที่ผลิต เครื่องหมาย อย. พร้อมเลขสารบบอาหาร 13 หลัก วันเดือนปีผลิตหรือวันหมดอายุ ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต

    ส่วนน้ำแข็งหลอด ที่ให้บริการภายในร้านค้าและร้านอาหารทั่วไป ควรสังเกตสถานที่เก็บและภาชนะบรรจุน้ำแข็ง ต้องถูกสุขลักษณะ ไม่มีการใส่น้ำแข็งปนกับอาหารประเภทอื่น ก้อนน้ำแข็งเมื่อสังเกตด้วยตาเปล่าต้องมีความใสสะอาด ปราศจากเศษฝุ่นละอองปะปน ในขณะที่ น้ำแข็งซองหรือน้ำแข็งก้อน ควรซื้อมาบริโภคทั้งก้อน นำมาล้างน้ำก่อนทุบหรือบดแล้วนำใส่ในภาชนะบรรจุที่สะอาด

    ทั้งนี้ สำนักงานอาหารและยา (อย.) ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งได้ออกกฎมาว่า หากมีการตรวจพบผลิตภัณฑ์ใดๆที่มีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จะจ้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ในฐานะที่เป็นอาหารผิดมาตรฐาน ผู้ทำผิดจะต้องถูกระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และอาหารไม่บริสุทธิ์ จะถูกระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ในขณะที่ ผู้บริโภคอย่างเราๆเมื่อพบว่า ผลิตภัณฑ์อาหารมีความไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน ก็สามารถร้องเรียนความถูกต้องได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ทั้งนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนข้างกายที่คุณรักนั่นเอง

    หรือถ้าอยากดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ แต่ปลอดภัยจากเชื้อจุลินทรีย์มากกว่า ก็ลองหันไปรับประทานเป็นเครื่องดื่มแช่เย็นที่ไม่สัมผัสกับน้ำแข็งโดยตรงแทน อาจจะต้องใช้เวลาทำความเย็นสักหน่อย แต่ปลอดภัยมากกว่าแน่นอน เพราะถึงแม้ว่าคุณอาจจะยังไม่เห็นผลเสียทันทีที่รับประทานน้ำแข็งสกปรกๆเข้าไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป อันตรายก็จะกลับมาหาคุณเองในที่สุด