ล้างจมูกให้ถูกวิธี

    หลายๆครั้งที่คนเราจำเป็นจะต้องพบเจอกับมลภาวะที่เป็นพิษตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นควันพิษจากท่อไอเสีย ฝุ่นควันจากการก่อสร้าง หรือก๊าซพิษจากการเผาไหม้ต่างๆ ที่ล้วนทำลายเนื้อเยื่อในโพรงจมูกให้เสื่อมคุณภาพลงได้ ดังนั้นการดูแลโพรงจมูกให้ถูกวิธี จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ทุกคนควรเอาใจใส่ให้ได้มากที่สุด เพื่อการหายใจที่สะอาดสดชื่นตลอดเวลา

ล้างจมูกให้ถูกวิธี
ภาพจาก : http://drmarcells.com.au/blog/sinus-wash-can-it-help-you/ ล้างจมูกให้ถูกวิธี


    การล้างจมูก หรือ Nasal Irrigation คือการสวนล้างโพรงจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อชะล้างเอาน้ำมูก  หนอง  สิ่งสกปรกในจมูก ซึ่งเกิดจากการอักเสบในโพรงจมูกและไซนัส หรือคราบสะเก็ดแข็งของเยื่อบุจมูกหลังการผ่าตัดจมูกและไซนัส หรือหลังการฉายแสงออก การล้างจมูกจะช่วยให้โพรงจมูกเกิดความชุ่มชื้น ช่วยลดอาการน้ำมูกไหลลงคอ ลดอาการจาม และลดอาการคัดจมูกลงได้ การล้างจมูกที่ถูกวิธีจะช่วยบรรเทาอาการป่วยในผู้ที่มีอาการเยื่อจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ (Non-allergic Rhinitis) และผู้ที่มีอาการเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) ได้ อีกทั้งยังช่วยให้หายใจได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย

    ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่า ก่อนการล้างจมูกจะต้องทำอะไรบ้าง เริ่มต้นจากการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมกันก่อน อุปกรณ์ในการล้างจมูกประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ (1) น้ำเกลือปราศจากเชื้อ Sodium Chloride 0.9% w/v (2) ไซรินจ์ (Syringe) ขนาด 5-50 มิลลิลิตร (3) อุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น ภาชนะรองน้ำ กระดาษทิชชู่ แก้วสะอาด และจุกล้างจมูก เมื่อเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแล้วก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการล้างจมูกได้เลย

    ขั้นตอนแรกจะเริ่มจากการล้างมือและอุปกรณ์ทุกอย่างให้สะอาดก่อน จากนั้นให้อุ่นน้ำเกลือให้มีอุณหภูมิพอเหมาะกับเยื่อบุจมูก เพราะการใช้น้ำเกลือที่ไม่ได้อุ่นล้างจมูกอาจทำให้เกิดการคัดจมูกหลังการล้างได้ หลังจากเตรียมน้ำเกลือเสร็จให้เทหรือดูดน้ำเกลือเข้าไซรินจ์ให้เต็ม แล้วจึงสวมจุกล้างจมูกเข้าที่ปลายไซรินจ์เพื่อช่วยให้ล้างจมูกได้สะดวกขึ้น หลังจากเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ทุกอย่างสมบูรณ์แล้ว ก็จะถึงเวลาการล้างจมูกเสียที วิธีการล้างทำได้โดยการโน้มตัวลงโดยมีอ่างล้างหน้าหรือกะละมังรองอยู่ด้านล่าง ดันจุกล้างจมูกให้แนบสนิทกับรูจมูกข้างหนึ่ง แล้วจึง กลั้นหายใจ ก้มหน้า และอ้าปากไปพร้อมๆกัน จากนั้นค่อยๆฉีดน้ำเกลือในไซรินจ์เข้ารูจมูกอย่างช้าๆ น้ำเกลือจะไหลเข้าไปในโพรงจมูกและไหลออกทางรูจมูกอีกด้านหนึ่ง เมื่อฉีดเอาน้ำเกลือเข้าสู่โพรงจมูกจนหมดแล้ว ก็ให้สั่งน้ำมูกที่ค้างอยู่ออกเบาๆ ในขั้นตอนนี้อาจจะมีน้ำเกลือบางส่วนไหลออกมาทางปากบ้างเล็กน้อย ก็ให้บ้วนน้ำเกลือส่วนเกินนี้ทิ้งไป เมื่อทำการล้างจมูกข้างหนึ่งเสร็จแล้วก็ให้เปลี่ยนไปทำกับจมูกอีกข้างด้วยวิธีการเดียวกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถล้างจมูกให้สะอาดได้เรียบร้อยแล้ว

ล้างจมูกให้ถูกวิธี
ภาพจาก : http://www.webmd.com/allergies/ss/slideshow-nasal-irrigation ล้างจมูกให้ถูกวิธี


    อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังเพิ่มเติมที่ผู้ล้างจมูกทุกท่านควรจะต้องเรียนรู้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย ประการแรกก็คือ น้ำที่ใช้ในการล้างจมูกจะต้องเป็นน้ำเกลือปราศเชื้อเท่านั้น ห้ามใช้น้ำเปล่าในการล้างจมูกเด็ดขาด เพราะการใช้น้ำเกลือจะช่วยป้องกันการติดเชื้อและไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองในโพรงจมูกได้ ในขณะที่การใช้น้ำเปล่าจะเสี่ยงทั้งการติดเชื้อและอาจทำให้เกิดการสำลักน้ำได้ ประการที่สอง ก็คือ ความแรงในการฉีด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุมอัตราการฉีดน้ำเกลือให้ช้าๆ เพราะการฉีดน้ำเกลือเข้าจมูกแรงๆ อาจมีผลทำให้โพรงจมูกเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบได้ ส่วนประการสุดท้ายก็คือ การสั่งน้ำมูกหลังการล้างจมูก ซึ่งถ้าจะให้ดีก็ควรต้องสั่งน้ำมูกเบาๆโดยสั่งพร้อมๆกันทั้ง 2 ข้าง การสั่งน้ำมูกแรงๆ นอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อโพรงจมูกแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอาการหูอื้อหรือหูอักเสบได้อีกด้วย

    ส่วนกรณีที่เป็นการล้างจมูกในเด็กจะต้องระวังไม่ให้เกิดการสำลักน้ำเกลือ เนื่องจากเด็กอาจจะยังไม่สามารถควบคุมการหายใจหรือการสั่งน้ำมูกได้อย่างถูกต้อง การล้างจมูกในเด็กจึงจำเป็นจะต้องอยู่ในการควบคุมของผู้ปกครองตลอดเวลา และมีแพทย์เป็นผู้แนะนำวิธีการอย่างละเอียด
ได้ทราบถึงวิธีการล้างจมูกไปแล้ว คงจะหมดความสงสัยเกี่ยวกับวิธีการล้างจมูกกันแล้วนะคะ แต่บางคนอาจจะมีคำถามในใจอยู่ว่า แล้วการล้างจมูกนี้จำเป็นต้องทำบ่อยแค่ไหน ทำน้อยไปหรือมากไปจะมีผลต่อร่างกายหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือ การล้างจมูกเหมาะสมที่จะทำเมื่อเราเกิดมีอาการเป็นหวัด คัดจมูก มีน้ำมูก หรือจาม เพราะการล้างจมูกจะช่วยให้การหายใจคล่องขึ้น ดังนั้นเมื่อใดที่เรารู้สึกหายใจไม่ค่อยออก การล้างจมูกก็เป็นหนึ่งในวิธีการแก้ไขที่ทำได้บ่อยครั้งแบบไม่มีอันตรายใดๆ หากเราเรียนรู้การล้างด้วยวิธีที่ถูกต้อง

      จะเห็นได้ว่าวิธีการล้างจมูกดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก และไม่ใช่วิถีชีวิตที่คนทั่วไปปฏิบัติกัน แต่ถ้าหากเราเรียนรู้วิธีการปฏิบัติอย่างถูกต้องและทำตามขั้นตอนอย่างละเอียด ก็น่าจะช่วยให้การหายใจเอาอากาศเข้าไปในร่างกายทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการชะล้างเอาสิ่งสกปรกน้ำมูก  หรือหนองที่ติดค้างอยู่ภายในจมูกออกไป ทำให้เราห่างไกลจากอาการเจ็บป่วยได้ดีอีกด้วย