ล้างผักผลไม้

ล้างผักผลไม้อย่างไรให้ปลอดภัย

ในทุกวันนี้ อันตรายอยู่รายรอบตัวเราไปหมด ไม่ว่าจะเป็นอากาศหรืออาหาร ถ้าไม่เลือกที่จะรับเข้าสู่ร่างกายอย่างถูกต้อง ก็มีหวังต้องป่วยหรือร่างกายอ่อนแอกันไปหมดแน่ๆ ไม่เว้นแม้แต่อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่มีวิตามินหรืออาหารที่มาจากธรรมชาติแท้ๆ เพราะอาหารเหล่านี้ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกเคลือกไปด้วยสารเคมีที่อันตราย และเมื่อเรารับประทานเข้าไป ก็ย่อมเกิดอันตรายแก่ร่างกายได้เช่นกัน

ดังนั้น อย่าคิดว่าการทานอาหารคลีน ผลิตจากกระบวนการทำอาหารที่ผ่านความร้อนน้อยๆ จะมีแต่ประโยชน์ เพราะถ้าแหล่งที่ได้มาของวัตถุดิบไม่เหมาะสม คุณก็สามารถได้รับอันตรายได้

แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าผักที่เราจะเลือกซื้อมาประกอบอาหารหรือเลือกมาบริโภคมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ ไทยแพน (Thai-PAN) ได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบสารพิษในผักผลไม้ชนิดต่างๆ ซึ่งผลออกมาก็ค่อนข้างน่าตกใจ เพราะพบการตกค้างของสารพิษในผักหลากหลายชนิด ซึ่งหากผู้บริโภครับประทานผักชนิดนั้นๆอย่างต่อเนื่องยาวนาน ก็สามารส่งผลให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ผักแต่ละชนิดมีโอกาสการปนเปื้อนสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับธรรมชาติในการเพาะปลูก ซึ่งจากการสุ่มตรวจผักผลไม้ที่วางขายกันทั่วไปพบว่ามีผักผลไม้ที่มีสารตกค้างหรือมีสารพิษจากยาฆ่าแมลงที่เกินมาตรฐาน ดังต่อไปนี้

พริกแดง, ส้ม, ฝรั่ง, แก้วมังกร, มะละกอ, กะเพรา, ถั่วฝักยาว, คะน้า, มะม่วงน้ำดอกไม้, ผักกาดขาวปลี, ผักบุ้งจีน, มะเขือเทศ, แตงกวา ซึ่งผักหรือผลไม้ที่ตรวจเจอสารพิษไม่ได้พบเจอเพียงแต่ในตลาดสดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สถานที่จำหน่ายอย่างในโมเดิร์นเทรดก็มีโอกาสพอเจอสารพิษได้เช่นกัน แม้ว่าคุณจะยอมจ่ายแพงกว่าแล้วก็ตาม เพราะการรักษาหรือดูแลมาตรฐานของห้างสมัยใหม่ไม่สามารถควบคุมความปลอดภัยได้ 100 % อยู่ดี

ล้างผักผลไม้อย่างไรให้ปลอดภัย
ล้างผักผลไม้อย่างไรให้ปลอดภัย — ภาพจาก : https://www.toktangbaan.com/วิธีล้างผักผลไม้ให้สะอ/

แต่จะว่าไปแล้ว เราเองต่างหากที่เป็นคนที่จะต้องป้องกันอันตรายก่อนเข้าสู่ร่างกายตัวเอง เพราะในความเป็นจริงแล้ว เราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าอาหารที่เรากำลังจะกินเข้าไปผ่านอะไรมาบ้าง ได้รับการดูแลอย่างดี หรือเป็นผักผลไม้ที่ปลูกเพื่อขายในราคาถูกเท่านั้น แม้จะมีคำโฆษณาหรือคำกล่าวอ้างก็ไม่อาจจะเชื่อได้สนิทใจ ตราบใดที่ผู้ผลิตยังมีการทำผิดกฎ หรือหลีกเลี่ยงการตรวจสอบที่มีมาตรฐานอยู่

ดังนั้น การล้างทำความสะอาดผักและผลไม้ก่อนการรับประทานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเป็นวิธีการในการป้องกันสารพิษขั้นสุดท้ายก่อนรับประทาน ช่วยลดการตกค้างของสารฆ่าแมลง หรือเชื้อโรคต่างๆ และสามารถป้องกันการเกิดโรคอุจจาระร่วงหรือโรคอื่นๆที่ร้ายแรงได้

การลดการสะสมของสารพิษแม้จะไม่สามารถทำได้ 100% แต่วิธีการเหล่านี้ก็สามารถช่วยให้เราปลอดภัยจากการรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นได้ จะมีวิธีการใดบ้างนั้น ตามมาดูเลย

1. ใช้น้ำแรงๆ ในกรณีที่เป็นผักใบให้ใช้มือคลี่ใบผักออกและเปิดน้ำจากก๊อกให้น้ำไหลผ่านผักประมาณ 2 นาที การใช้น้ำล้างในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดสารพิษจากฆ่าแมลงได้ประมาณ 25-40 % แล้วแต่ว่าเราสามารถทำให้น้ำสัมผัสผักได้อย่างทั่วถึงแค่ไหน อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีข้อเสียตรงที่ต้องใช้ปริมาณน้ำค่อนข้างมาก ค่อนข้างจะเปลืองน้ำ และยังไม่ใช่วิธีที่สามารถกำจัดสารพิษได้จนปลอดภัย โดยเฉพาะหากผักหรือผลไม้นั้นๆมีสารพิษตกค้างในปริมาณสูงก็ยังจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วยอยู่ดี

2. ลอกผักชั้นนอกออก ในกรณีที่เป็นผักที่มีเปลือกหลายชั้น ให้ลอกหรือปอกเปลือกชั้นนอกออกก่อน เช่น กะหล่ำปลี หรือถ้าเป็นผักใบควรเด็ดผักเป็นใบๆ เพื่อแช่น้ำสะอาด ก่อนที่จะล้างในขั้นตอนต่อไป

3. ใช้น้ำส้มสายชู หากการใช้น้ำสะอาดยังไม่เพียงพอ ให้ใช้น้ำส้มสายชู (5%) เป็นตัวช่วยในการล้างผัก โดยวิธีการ ก็คือ ให้ผสมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำสะอาด 1 กะละมัง แล้วแช่ผักทิ้งไว้ในกะละมังนาน 10 นาที เมื่อครบเวลาจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้สามารถช่วยลดสารพิษในผักผลไม้ของคุณได้สูงถึง 60-80 % และเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อการบริโภคด้วย

4. ใช้เบกกิ้งโซดา อีกหนึ่งวิธีในการหยิบเอาของใช้ในครัวมาเป็นตัวช่วยในการล้างผัก ก็คือ การใช้เบกกิ้งโซดานั่นเอง ที่ความเข้มข้นของเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยควรใช้เป็นน้ำอุ่น เพื่อให้เบกกิ้งโซดาละลายได้ดี แช่ผักทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง วิธีนี้จะช่วยลดสารพิษได้ถึง 90-95 % เลยทีเดียว แต่ก็จะต้องลงทุนซื้อเบกกิ้งโซดามากสักหน่อยเท่านั้น

5. ต้มเสียเลย สำหรับบางท่านที่ไม่ต้องการสิ้นเปลืองเบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชู การใช้ความร้อนก็สามารถลดปริมาณสารพิษตกค้างได้เช่นกัน แต่ก็ต้องแลกมากับบางสิ่งบางอย่างที่หายไป โดยการให้ความร้อนสามารถทำได้ในรูปแบบการลวกหรือการต้ม ซึ่งจะลดสารพิษได้ประมาณ 50% เท่านั้น พร้อมกับวิตามินบางชนิดที่สูญหายไปด้วย

สรุปแล้ว หากคุณเลือกที่จะรับประทานผักผลไม้ อย่าไว้วางใจว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามจะสอดคล้องกับความปลอดภัยเสมอไป อย่าเพิ่งคิดไปเองว่าร้านค้าจะทำความสะอาดมันมาอย่างดี อาหารบางชนิดอาจพบสารตกค้างของยาฆ่าแมลงสูงได้ และการบริโภคมันเข้าไปอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมาได้อีกมากมาย ดังนั้น การล้างผักให้สะอาดด้วยตัวคุณเองจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดก่อนที่บริโภคเข้าไป

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *