สะดือ : จุดอ่อนที่แสนบอบบาง

สะดือ : จุดอ่อนที่แสนบอบบาง

    แฟชั่นโชว์สะดือจัดว่าเป็นหนึ่งในแฟชั่นที่สาวๆที่มั่นใจในหุ่นของตัวเองมักจะนิยมใส่เพื่ออวดหุ่นของตัวเองอยู่เสมอ ชุดว่ายน้ำทูพีชก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สาวๆที่รักการท่องเที่ยวทางทะเลจะใส่เพื่อโชว์เรือนร่างอันสวยงามของตัวเองเสมอ แต่เดี๋ยวก่อน…คุณแน่ใจแล้วหรือยังว่า นอกจากหุ่นที่เป๊ะสมส่วนแล้ว คุณยังไม่ลืมที่จะดูแลอวัยวะที่เรียกว่า ‘สะดือ’ ที่จะตกเป็นเป้าสายตาของคนภายนอกที่มองมาด้วย

สะดือ : จุดอ่อนที่แสนบอบบาง

ภาพจาก : http://www.vcharkarn.com/varticle/44260 สะดือ : จุดอ่อนที่แสนบอบบาง


    หลายๆครั้งที่คนเรามักจะมองข้ามการดูแลความสะอาดของจุดกลางบริเวณหน้าท้อง ที่เรียกว่า ‘สะดือ’ นี้อยู่เรื่อยมา เพราะคิดว่าเป็นเพียงจุดเล็กๆที่ไม่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อตนเองได้ แต่คุณทราบหรือไม่ค่ะว่า สิ่งที่คุณกำลังมองข้ามไปนี้ถือเป็นบริเวณสะสมเชื้อโรคที่สำคัญ และเป็นตัวการของการเกิดโรคร้ายแรงหากดูแลรักษามันอย่างผิดวิธี

    ทั้งที่เป็นส่วนของร่างกายที่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ใดๆ แต่ทำไมร่างกายของเรายังจำเป็นจะต้องมีมันเอาไว้ด้วย เหตุผลสำคัญของมันจำเป็นต้องย้อนเวลากลับไปตอนที่เราแรกเกิด สะดือจะเป็นบริเวณจุดต่อเชื่อมโยงระหว่างทารกในครรภ์กับคุณแม่  โดยมีท่อพิเศษที่ชื่อว่า ‘สายสะดือ’ เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อ สายสะดือนี้จะทำหน้าที่ให้เลือดของแม่นำออกซิเจนและอาหารมาเลี้ยงทารกให้เจริญเติบโตและมีชีวิตในขณะที่ยังอยู่ในครรภ์ได้ แต่หลังจากที่ทารกคลอดออกมาแล้ว การให้อาหารด้วยวิธีนี้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป และจุดเชื่อมต่อดังกล่าวก็จำเป็นจะต้องตัดออกให้ขาด จนกลายเป็นแผลเป็นที่รู้จักกันดีในนามของ “สะดือ” นั่นเอง

    ทราบถึงที่มาของการเกิดสะดือกันไปแล้ว ก็มาเรียนรู้กันต่อว่าทำไมเราถึงต้องเอาใจใส่ส่วนที่เหมือนจะไม่มีประโยชน์นี้นัก เหตุผลสำคัญก็คือ สะดือถือเป็นจุดอับที่เหมาะสมต่อการติดเชื้อได้ง่าย ด้วยความที่สะดือของคนส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นหลุมลึกลงไป ซึ่งลักษณะเช่นนี้เอื้อต่อการสะสมของสิ่งสกปรก เชื้อรา แบคทีเรีย หรือเชื้อยีสต์ได้ง่าย อีกทั้งบริเวณที่ว่านี้ก็มักจะมีลักษณะอับชื้น ซึ่งส่งผลให้เชื้อจุลินทรีย์ที่ฝักตัวอยู่ที่บริเวณนี้เจริญเติบโตได้เร็วมากขึ้นอีกด้วย

    เมื่อมีการติดเชื้อราหรือยีสต์ จะสังเกตได้ว่าสะดือและผิวรอบๆสะดือจะเปลี่ยนเป็นสีแดง  นอกจากนี้ยังมีอาการคันร่วมด้วย และเมื่อสะดือเกิดการติดเชื้อราหรือเชื้อยีสต์แล้ว ก็จะส่งผลให้เกิด การติดเชื้อแบคทีเรียตามมาได้ด้วย ซึ่งหากเมื่อใดที่สะดือติดเชื้อแบคทีเรียก็จะสังเกตเห็นน้ำเหลืองซึมๆออกมาที่บริเวณนี้ หรือบางครั้งก็อาจมีลักษณะเป็นสะเก็ดบางๆเกิดที่สะดือร่วมด้วย

    เมื่อทดลองตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์ที่สะดือของอาสาสมัครกว่า 60 คน ก็พบความจริงอันแสนน่าตกใจว่า ในสะดือของกลุ่มคนเหล่านี้สามารถพบเชื้อแบคทีเรียได้หลากหลายถึงสองพันกว่าสายพันธุ์  ซึ่งในแต่ละคนก็จะมีปริมาณและชนิดของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในสะดือแตกต่างกันไปตามแต่ปัจจัยการใช้ชีวิต ซึ่งปริมาณแบคทีเรียที่พบก็มีตั้งแต่ 20 ชนิด จนถึง 120 ชนิด แล้วแต่ว่าแต่ละคนจะมีการดูแลสะดือของตนได้มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง

    ดังนั้นทางที่ดี  เราจึงควรหมั่นทำความสะอาดสะดือ และอย่าปล่อยให้ร่างกายของเรากลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค  โดยวิธีการทำความสะอาดสะดือสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้คอตตอตบัดจุ่มน้ำอุ่น ขี้ผึ้ง หรือเบบี้ออยล์ แล้วเช็ดทำความสะอาดที่สะดือให้ทั่ว โดยจะต้องทำอย่างเบามือ ไม่แคะ แกะ หรือปลิ้นสะดือออกมาเพื่อทำความสะอาด  เพราะการทำเช่นนี้อาจจะทำให้สะดือเกิดการอักเสบได้ง่ายมากขึ้น

    หลังจากที่มั่นใจว่าทำความสะอาดได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ใช้ผ้านุ่มๆเช็ดสะดือให้แห้งดีอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอับชื้นซึ่งถือเป็นแหล่งสะสมของเชื้อจุลินทรีย์ จากนั้นจึงปิดท้ายด้วยการทาผิวด้วยโลชั่นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวให้มากขึ้น

สะดือ : จุดอ่อนที่แสนบอบบาง

ภาพจาก : http://www.tuvie.com/convenient-cotton-a-cotton-bud-and-liquid-disinfectant-in-one/ สะดือ : จุดอ่อนที่แสนบอบบาง

    นอกจากนี้ ยังมีข้อควรรู้เกี่ยวกับสะดือเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย นั่นก็คือ ระหว่างการอาบน้ำอย่ามัวแต่ทำความสะอาดเพียงแค่อวัยวะด้านนอกเท่านั้น แต่ต้องอย่าลืมที่จะใส่ใจในการล้างสบู่หรือเจลอาบน้ำที่ไหลลงมาติดค้างที่บริเวณสะดือด้วย จะได้ไม่เป็นการสะสมสิ่งสกปรกและกลิ่นที่คุณไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ จะต้องห้ามใช้ของมีคมมาแคะหรือทำความสะอาดสะดือเป็นอันขาด เพราะจะมีผลให้สะดือเกิดการอักเสบและติดเชื้อจุลินทรีย์มากขึ้นไปกว่าเดิม และหากเมื่อใดที่รู้สึกเจ็บ คัน เป็นแผล หรือมีความผิดปกติบางอย่างที่สะดือ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อจะได้วินิจฉัยสาเหตุของปัญหาได้อย่างถูกวิธี รวมถึงหาทางแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีด้วย


จะเห็นได้ว่า ทุกๆส่วนในร่างกายล้วนเป็นสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องใส่ใจดูแลทั้งสิ้น แม้ว่าส่วนนั้นจะไม่ได้มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตเท่าไรนัก แต่บางครั้งการหลงลืมหรือละเลยที่จะดูแลร่างกาย ก็อาจจะนำพาความโชคร้ายบางอย่างที่คุณไม่อยากให้เกิดขึ้น มาเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตได้ ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดก็คงจะเป็นการหมั่นรักษาความสะอาดของร่างกายให้สมบูรณ์มากที่สุด เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้ห่างไกลจากโรคภัยเพียงเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณดูดีได้มากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวด้วย