หยุดกิน…ถ้าไม่อยากมีกลิ่นกาย

กลิ่นตัวเป็นสิ่งที่ไม่มีใครพึงประสงค์จะมี เพราะถึงแม้ว่าคุณจะมีหน้าตาที่ดูดีแค่ไหน แต่หากมีกลิ่นตัวไม่น่าอภิรมย์ก็คงไม่มีคนรอบข้างที่ไหนหลงใหลได้ปลื้มแน่นอน ซึ่งการจะควบคุมไม่ให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวนี้ สามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างตามสาเหตุปัจจัยในการเกิดกลิ่นตัว รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน

    ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรามีกลิ่นตัวกันก่อน
กลิ่นตัวนั้นเกิดมาจากเหงื่อที่ผสมกับเชื้อจุลินทรีย์บนผิวหนัง ซึ่งการที่ร่างกายขับของเสียออกมาในรูปของเหงื่อ จะมีทั้งไขมัน โปรตีน หรือแป้ง ซึ่งล้วนมาจากอาหารที่เรากินเข้าไป ดังนั้น การที่เราไม่ได้ดูแลชำระล้างร่างกายให้สะอาด จึงเป็นเหตุผลที่หนึ่งที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่างกับเชื้อแบคทีเรียในอากาศและผิวหนัง จนเกิดการหมักหมมและทำให้เกิดเป็นกลิ่นบูดเน่าของเหงื่อหรือที่เราเรียกว่า ‘กลิ่นตัว’ ขึ้น และยิ่งถ้าเป็นเหงื่อที่ออกบริเวณที่มีเส้นขนเยอะๆ ก็ยิ่งทวีความอับชื้นและเพิ่มกลิ่นให้ยิ่งรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเหตุผลที่สองที่เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติ โดยเรามักจะพบว่าชาวยุโรปหรือชาวอินเดียที่มีผิวดำจะมีกลิ่นตัวที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าชาวเอเชียที่มีผิวขาวเหลืองอย่างเราๆ ทั้งนี้ก็เกิดมาจากพันธุกรรมที่แตกต่างกันไปตามเชื้อชาตินั่นเอง นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญซึ่งเราจะกล่าวถึงกันในที่นี้ นั่นก็คือ “การรับประทานอาหาร” อันเป็นสิ่งทรงพลังที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเกิดกลิ่นเฉพาะตัวในแต่ละบุคคล

หยุดกิน...ถ้าไม่อยากมีกลิ่นกาย
ภาพจาก : http://main.stylelist.com/2010/11/01/people-skipping-showers-deodorant/ หยุดกิน…ถ้าไม่อยากมีกลิ่นกาย

 

การรับประทานอาหารบางประเภทจะทำให้ร่างกายได้รับสารระเหยบางอย่างที่ถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อและสะสมพอกพูนจนทำให้เกิดเป็นกลิ่นตัวได้ อาหารที่มีผลทำให้เกิดกลิ่นตัวโดยเฉพาะ มีอยู่อหลายชนิด ดังต่อไปนี้

 

หอมหัวใหญ่
ใครก็รู้ว่าหอมหัวใหญ่เป็นหนึ่งในพืชผักที่มีกลิ่นฉุน การรับประทานหอมหัวใหญ่แบบสดๆย่อมส่งผลให้เกิดกลิ่นปากอันแสนโดดเด่นไม่เหมือนใคร มากไปกว่านั้น การรับประทานหอมหัวใหญ่ยังส่งผลให้คุณเกิดกลิ่นตัวได้อีกด้วย เนื่องจากหลังจากที่เรารับประทานหอมหัวใหญ่ไปแล้ว กระบวนการย่อยในร่างกาย จะทำให้เกิดเป็นแก๊สซัลเฟอร์ออกมา และเมื่อแก๊สชนิดนี้ซึมเข้าสู่กระแสเลือด เวลาที่คุณมีเหงื่อออก แก๊สชนิดนี้ก็จะซึมออกมาและทำให้เกิดเป็นกลิ่นตัวที่คุณไม่พึงประสงค์ได้ อย่างไรก็ตาม หอมหัวใหญ่ก็ยังเป็นพืชผักที่ให้ประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย เพียงแต่ต้องรับประทานให้พอดีและพอเหมาะต่อความต้องการของร่างกายเท่านั้นเอง

 

เนื้อแดง
เนื้อแดงที่ได้มาจากเนื้อหมูหรือเนื้อวัว ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวที่รุนแรงมากขึ้นได้ทั้งนั้น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะกระบวนการในการย่อยเนื้อสัตว์เหล่านี้จะมีการผลิตสารตัวหนึ่งออกมา แล้วสารตัวนี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปหล่อเลี้ยงอยู่ทั่วร่างกาย ดังนั้นเมื่อยามที่คุณหายใจหรือมีเหงื่อไหลซึมออกมากลิ่นจากการย่อยเนื้อสัตว์อันไม่พึงประสงค์นี้ก็จะลอยออกมาด้วย โดยหากคุณสังเกตุได้ว่ากลิ่นตัวที่ออกมามีกลิ่นคล้ายแอมโมเนีย นั่นก็เป็นหลักฐานที่แสดงว่าคุณกำลังรับประทานเนื้อสัตว์ในปริมาณที่มากเกินไปแล้วละ การพยายามลดเนื้อสัตว์ที่เป็นเนื้อแดงและแทนที่ด้วยเนื้อปลาหรือธัญพืชที่มีโปรตีน จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคนที่ไม่อยากมีกลิ่นตัวในรูปแบบที่ว่านี้

 

ฟาสต์ฟู้ด (fast food)

ฟาสต์ฟู้ด เป็นอีกหนึ่งชนิดอาหารที่สร้างกลิ่นกายอันแสนน่าอายให้แก่เราได้ ถึงแม้ว่าอาหารประเภทนี้จะช่วยให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายและอิ่มท้องได้ในระยะเวลาอันแสนรวดเร็ว แต่ด้วยส่วนประกอบที่เต็มไปด้วยแป้ง น้ำตาล เกลือ น้ำมัน และสารกันบูด ที่มีไว้เพื่ออำนวนความอิ่มท้องให้คุณได้ตลอดเวลา ทำให้เมื่อคุณรับประทานอาหารเหล่านี้เข้าไปในปริมาณมากๆ จึงมีผลให้เกิดเป็นกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ง่ายมากกว่าอาหารประเภทอื่นๆนั่นเอง

 

กาแฟ

    มาถึงเครื่องดื่มที่เสริมกลิ่นตัวกันบ้าง หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่า “กาแฟ” จะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ เพราะด้วยความที่กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นอันหอมละมุน และช่วยปลุกความง่วงให้พร้อมทำงานต่อไปได้ แต่ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี่แหละที่ทำให้คอกาแฟที่ดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้เข้าไปมากๆเกิดมีกลิ่นตัว กลิ่นปาก และกลิ่นลมหายใจเปรี้ยวๆ ที่ล้วนไม่เป็นที่พอใจของคนรอบข้างแต่อย่างใด

หยุดกิน...ถ้าไม่อยากมีกลิ่นกาย
ภาพจาก : http://news.filehippo.com/2014/02/airport-security-soon-smelling-body-odor/ หยุดกิน…ถ้าไม่อยากมีกลิ่นกาย


    องค์ประกอบที่แตกต่างไปในอาหารย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นตัวของคนเราได้ทั้งสิ้น เนื่องจากอาหารจะไปมีผลโดยตรงต่อระบบขับถ่ายภายในร่างกาย อีกทั้งอาหารบางประเภทยังมีผลต่อการส่งเสริมหรือต่อต้านการดีท็อกซ์เพื่อล้างเอาสิ่งปฏิกูลที่ติดค้างอยู่ในลำไส้ของเราออกไปได้ ดังนั้น หากคุณรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและปราศจากสารระเหยที่จะทำให้เกิดมีกลิ่นติดค้างในร่างกาย อีกทั้งพยายามหลีกเลี่ยงอาหารตามที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ก็น่าจะเป็นวิธีการสำคัญที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัวที่ดีมากขึ้นได้

    ที่นี้ก็คงไม่ต้องไปง้อน้ำหอมราคาแพงที่ไหนมาดับกลิ่นกายอีกแล้วละค่ะ