หยุด ‘เขย่าขา’ ซะทีได้มั๊ย

      เคยได้ยินคำพูดที่ว่า “คนที่นั่งเขย่าขาตลอดเวลาเป็นคนเซ็กส์จัด” หรือไม่ค่ะ เวลาที่เรานั่งอยู่ข้างๆใครสักคนที่เราอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักเขา แล้วเห็นว่าเขาคนนั้นกำลังนั่งเชย่าขาอยู่ คำพูดที่ว่านี้ก็มักจะลอยเข้ามาในสมองคุณทุกที และเกิดคำถามในใจว่า ‘ไอ้นี่มักเซกส์จัด จริงหรือป่าว?‘ หรือบางคนก็อาจจะรู้สึกรำคาญในพฤติกรรมของบุคคลที่นั่งเชย่าขาเหล่านี้ รวมถึงภาวนาให้พวกเขาหยุดเชย่าขาเสียที เพราะแรงสั่นสะเทือนจากการเขย่าที่เกิดขึ้นนี้ มีผลทำให้คุณเสียสมาธิและไม่เป็นอันทำการทำงานได้เลย

หยุด ‘เขย่าขา’ ซะทีได้มั๊ย
ภาพจาก : http://knowledge.truelife.com/content/detail/1725108 หยุด ‘เขย่าขา’ ซะทีได้มั๊ย

    จริงหรือไม่ว่า “พฤติกรรมการนั่งเชย่าขา” จะเชื่อมโยงกับ “ความต้องการทางเพศ? และการนั่งเขย่าขาเช่นนี้ จะมีอันตรายต่อบุคคลนั้นๆหรือไม่? หรือคำถามที่ว่า พอจะมีวิธีการใดบ้างที่จะสามารถแก้ไขปัญหาการนั่งเขย่าขานี้ได้? ทุกคำถามมีคำตอบที่รอให้คุณมาพิสูจน์แล้วค่ะ

    เราอาจจะสังเกตเห็นการนั่งเขย่าขานี้ได้ในบุคคลหลายจำพวก ทั้งเพศชายและหญิง แต่โดยส่วนใหญ่จะพบเห็นในเพศชายได้บ่อยมากกว่า ทั้งนี้อาจเป็นเหตุผลมาจาก เพศหญิงมักจะได้รับการสั่งสอนหรือการปลูกฝังในจิตสำนึกมาว่า เกิดเป็นผู้หญิงจะต้องมีกิริยาท่าทางที่เรียบร้อย เดินให้เรียบร้อย รวมถึงนั่งให้เรียบร้อยด้วย สาวๆทั้งหลายจึงมักมีความสามารถในการบังคับกิริยาอาการของตนเองได้มากกว่าหนุ่มๆนั่นเอง นอกจากนี้ อาจเป็นเพราะพื้นฐานอารมณ์ของเด็กผู้ชาย ที่มักจะเป็นคนที่อยู่ไม่ค่อยอยู่นิ่ง หรือชอบทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวไปมาอยู่เสมอ ประกอบกับผู้ใหญ่ก็ไม่ค่อยจะเข้มงวดให้เด็กผู้ชายต้องสำรวมท่าทางกิริยาเหมือนเด็กผู้หญิงสักเท่าไร ทำให้เด็กผู้ชายหลายคนติดอาการเขย่าขานี้จนเป็นนิสัย และบางคนก็ไม่สามารถควบคุมกิริยาของตนเองให้อยู่นิ่งได้ตลอดเวลา เมื่อใดที่เด็กผู้ชายรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรทำ จึงมักจะ ‘นั่งเขย่าขา’ และนี่ก็เป็นพฤติกรรมไม่ดีที่ติดมาจนโตเป็นผู้ใหญ่ในที่สุด

หยุด ‘เขย่าขา’ ซะทีได้มั๊ย
ภาพจาก : https://board.postjung.com หยุด ‘เขย่าขา’ ซะทีได้มั๊ย


    ส่วนใครที่กำลังสงสัยถึงสาเหตุของการเขย่าขา ว่ามาจากเหตุผลของการเป็นบุคคลเซกส์จัดจริงๆหรือไม่ ศูนย์สุขวิทยาจิต ได้ออกมาอธิบายแล้วว่า การเขย่าขาเป็นอาการที่สามารถพบได้ทั่วๆไป และไม่ใช่เรื่องร้ายแรงเท่าไรนัก พฤติกรรมการเขย่าขาเช่นนี้ เกิดมาจากการที่บุคคลผู้นั้นต้องการกระตุ้นตัวเองให้ตื่นตัว แต่เมื่อเริ่มทำไปสักพักก็จะติดเป็นนิสัย และกลายเป็นความเคยชินในที่สุด ในขณะที่บางคน อาจจะเขย่าขาของตนเองเมื่อพวกเขารู้สึกเบื่อหน่าย และต้องการจะแก้ไขความรู้สึกเช่นนี้โดยการพยายามหาอะไรสักอย่างทำ เพื่อจะได้กระตุ้นตัวเองให้กลับมามีชีวิตชีวาอยู่ตลอดเวลา
แต่สำหรับใครที่คิดว่าการนั่งเขย่าขานี้ เกี่ยวข้องกับการแสดงออกพฤติกรรมทางเพศ หรือการระบายความต้องการทางเพศอยู่หรือไม่ ก็ต้องตอบได้เลยว่า ‘ไม่เป็นความจริง’ แม้แต่น้อย การแสดงความต้องการทางเพศ สามารถพบเห็นได้จากการกระทำในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งง่ายต่อการทำความเข้าใจได้มากกว่า ดังนั้น ใครที่มักจะลืมตัวสั่นขาอยู่เป็นประจำ ก็ไม่ต้องกังวลไปว่า คุณจะเป็นคนที่มีอารมณ์ทางเพศที่ผิดปกติ เพราะมันเป็นเพียงแค่สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่า ร่างกายต้องการความตื่นตัวที่มากขึ้นเท่านั้นเอง

    หากกล่าวถึงในเรื่องของอันตรายส่วนบุคคล อาการสั่นขาเช่นนี้ไม่ได้มีผลร่ยต่ออวัยวะภายในร่างกายของเราแต่อย่างใด เพียงแต่อาจเกิดอันตรายทางอารมณ์ เนื่องจากถูกบุคคลอื่นๆมองอย่างรังเกียจหรือนำเอาไปนินทาได้ ซึ่งหากคุณไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ต้องพยายามหยุดการกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควรดังกล่าว เพื่อให้คุณปลอดภัยจากอันตรายทุกอย่างรอบด้านนั่นเอง

    อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าการเขย่าขานี้ ยังคงเป็นปัญหาที่ทำให้คุณสูญเสียบุคลิกภาพที่ดีไปได้ในทันที และทำให้บุคคลรอบข้างที่ไม่ได้มีความเข้าใจในเหตุผลของการเขย่าขาเช่นเดียวกับคุณ เกิดความเข้าใจผิดว่าคุณนั้นเป็น ‘พวกมักมาก’ ซึ่งการจะไปอธิบายให้คนรอบข้างเข้าใจถึงเหตุผลดังกล่าวนี้ ก็ดูจะเป็นเรื่องยาก ทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณสามารถรักษาภาพลักษณ์ที่ดูดีเอาไว้ได้ จึงขึ้นอยู่กับ ‘สติ’ และ ‘ความอดทน’ ของตัวคุณเอง ที่จะห้ามไม่ให้ร่างกายสั่นขาทุกครั้งที่เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย หรือรู้สึกต้องการกระตุ้นให้เกิดความคิดบางอย่าง โดยอาจหากิจกรรมอื่นๆมาทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจในการเขย่าขาของคุณ หากคุณสามารถบังคับตัวเองได้เช่นนี้ไปสักระยะ ความเคยชินที่คุณเคยนั่งสั่นขาก็จะเริ่มลดลงไป และนั่นก็จะช่วยให้คุณสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง
             รับทราบถึงที่มาและที่ไปของการนั่งเชย่าขากันไปแล้ว ก็หวังว่าผู้อ่านทุกท่านคงจะไม่ได้นั่งอ่านบทความเรื่องนี้และกำลังเขย่าขาไปด้วยอยู่ใช่หรือไม่ค่ะ แต่ถ้าคุณยังคงเผลอสั่นขาอยู่แล้วละก็ ต้องพยายามปรับตัวเองได้แล้วนะคะ เพราะถึงแม้ว่าการกระทำเช่นนี้จะไม่ได้มีผลร้ายอะไรต่อร่างกายของเรา และไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาการเซ็กส์จัดแต่อย่างใด แต่สำหรับสายตาของคนรอบข้างแล้ว เขาย่อมมองคุณในทางที่ไม่ดีเป็นแน่ ดังนั้น เพื่อความน่าเชื่อถือและเพื่อบุคลิกภาพที่ดีของทุกๆคน การนั่งนิ่งๆแบบไม่สั่นขาน่าจะเป็นท่านั่งที่ดูภูมิฐานมากกว่า