ห่างกันสักพัก

ห่างกันสักพัก

    โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์คู่ใจ ที่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบันสัมผัสกับอุปกรณ์ชิ้นนี้เกือบตลอดทั้งวัน หากเมื่อใดที่ขาดของรักของหวงนี้ไป คงต้องวิ่งวุ่นหากลับคืนมาให้ได้ เพราะโทรศัพท์มือถือจัดเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยย่นระยะทางการสื่อสารได้เป็นอย่างดี และช่วยให้การทำงานหรือการส่งผ่านข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงติดมือถือกันนักหนา ไม่เว้นแม้แต่เวลา ‘นอน’

ห่างกันสักพัก

ภาพจาก : http://www.spyghana.com/sleeping-mobile-phone-pillow-dangerous/ ห่างกันสักพัก


    ด้วยความจำเป็นบางประการทำให้คนส่วนใหญ่จำเป็นจะต้องเปิดมือถือเอาไว้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือเวลากลางคืน ซึ่งถ้าหากเป็นเวลาในช่วงกลางวันก็คงไม่แปลกอะไร เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนเราจำเป็นจะต้องติดต่อสื่อสารกับคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ตอนกลางคืนที่เป็นเวลาพักผ่อนนอนหลับนี่สิ การเปิดสัญญาณโทรศัพท์มือถือค้างเอาไว้จะมีผลต่อร่างกายหรือไม่? และจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหนกัน? พร้อมแล้วมาฟังเฉลยไปพร้อมๆกันได้เลยค่ะ

    เชื่อว่าคนยุคใหม่มักจะใช้ชีวิตและนอนหลับไปพร้อมๆกับโทรศัพท์มือถืออยู่เสมอ เพราะโทรศัพท์มือถือจัดเป็นอุปกรณ์ที่สามารถให้ข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงที่เข้าถึงได้ง่ายและมีการอัพเดตอยู่ตลอดเวลา หรือบ่อยครั้งที่คนเราอาจจะต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเนื่องมาจากเสียงสัญญาณเตือนต่างๆจากโทรศัพท์มือถือ เช่น โทรศัพท์ดัง ข้อความเข้า เมลงานเด้ง เป็นต้น ซึ่งสัญญาณต่างๆเหล่านี้พร้อมจะฉุดเราออกมาจากห้วงนิทราได้ทุกเวลา

ห่างกันสักพัก

ภาพจาก : http://www.news-mail.com.au/news/smart-phones-can-trick-us/2198398/ ห่างกันสักพัก


    นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุอีกด้วยว่า โทรศัพท์มือถือจะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องไว้ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ก็มีผลต่อระบบประสาทของมนุษย์ได้ ดังนั้น หากเราเปิดมือถือไว้ตลอดทั้งวันทั้งคืน และพกพามันติดตัวไปกับเราด้วยทุกที่ ย่อมส่งผลให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถที่จะรบกวนคุณได้อย่างไม่มีเวลาพัก ซึ่งแน่นอนว่า สภาวะที่กล่าวมานี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกายอย่างแน่นอน

    ผลกระทบที่สามารถมองเห็นได้เลย ก็คือ อาการหลังการตื่นนอน ซึ่งมักจะส่งผลให้คุณรู้สึกงัวเงียอยู่เสมอในตอนเช้า ที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจาก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะไปมีผลต่อการลดการสร้างสาร Melatonin ที่เป็นสารที่ช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่าย ดังนั้น คุณจึงรู้สึกได้ถึงการนอนหลับที่ไม่เต็มอิ่ม และต้องการการพักผ่อนที่มากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

    ไม่เพียงแต่การปิดโทรศัพท์ระหว่างการนอนเพียงเท่านั้น แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟนก่อนเวลาเข้านอนด้วย นักวิจัยได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า การใช้โทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟนก่อนจะเข้านอน มีผลโดยตรงต่อการนอนหลับในยามค่ำคืน โดยอาจทำให้เกิดอาการนอนหลับไม่สนิท เนื่องจากแสงสีเงินบนหน้าจอของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้มีผลต่อการระงับการทำงานของสมองบางส่วน สมองจะยังคงจดจำภาพของแสงสีเงิน และปรับการทำงานใหม่ จนทำให้ร่างกายคิดไปเองว่าเวลาตอนนั้นยังคงเป็นเวลากลางวันอยู่ ส่งผลให้สมองหยุดการหลั่งสารเมลาโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยในการนอนหลับได้ นอกจากนี้ยังมีการแนะนำเพิ่มเติมว่า หากอยากจะเล่นหรือจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือประเภทนี้จริงๆ ก็ควรหรี่แสงของหน้าจออุปกรณ์เหล่านี้ให้สว่างให้น้อยที่สุดเท่าที่จะพอมองเห็น หรืออาจใช้วิธีการจำกัดเวลาในการเล่นอุปกรณ์เหล่านี้ให้น้อยลง อีกทั้งไม่ควรจ้องมองหน้าจอของโทรศัพท์ใกล้มากเกินไป ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อลดโอกาสที่แสงจากหน้าจอจะมากระทบสายตาของเราให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

    จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนจากมหาวิทยาลัยชิคาโกแห่งสหรัฐอเมริกา จึงได้แนะนำให้ปิดสมาร์ทโฟนทุกชนิดก่อนเข้านอนอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง และเก็บอุปกรณ์สื่อสารทุกอย่างให้พ้นจากระยะที่เราสามารถเอื้อมมือไปถึงได้ ส่วนใครที่มักจะใช้สมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยในการปลุกแทนนาฬิกา ก็ควรหลีกเลี่ยงการกระทำแบบนี้ แล้วหันมาใช้นาฬิกาปลุกจริงๆแทน ก็จะช่วยทำให้เราสามารถนอนหลับได้อย่างสบายและยาวนานยิ่งขึ้น

    การใช้โทรศัพท์ก่อนเข้านอนหรือการเปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้ตลอดคืน จึงถือเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการนอนหลับฝันดีของเราได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะฉะนั้น ใครที่ไม่อยากจะสูญเสียเวลาการพักผ่อนที่มีค่าเหล่านี้ไป ก็คงต้องเริ่มตัดใจและปิดอุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้ไปเสียบ้าง หรือหากไม่สามารถปิดเครื่องมือสื่อสารเหล่านี้ได้หมด ก็ควรเลือกที่จะเหลือเอาไว้สักเครื่องเพื่อให้ผู้อื่นสามารถติดต่อเราได้ในกรณีฉุกเฉิน และควรว่างเอาไว้ให้ห่างจากตัวเรา เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนช่วงเวลาการพักผ่อนของเรามากจนเกินไป

    การนอนหลับได้อย่างเพียงพอและเต็มอิ่ม ย่อมจะส่งผลดีอย่างยิ่งต่อสุขภาพ ช่วยลดอาการเจ็บป่วย และแก้อาการของโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคซึมเศร้า หรือแม้แต่การช่วยลดน้ำหนักส่วนเกินก็ย่อมได้ นอกจากนี้ ยังเป็นผลดีต่อผิวพรรณที่จะช่วยให้แลดูกระจ่างใสได้มากกว่าเดิม ลดโอกาสการเกิดสิว และบอกลาขอบตาหมีแพนด้าไปได้เลย

    เห็นถึงข้อดีของการหนีห่างโทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟนขนาดนี้แล้ว ก็ลองปิดมือถือหรือตั้งค่าแบบ Airplane mode ก่อนนอนกันดูนะคะ เผื่อจะทำให้การนอนหลับของคุณในค่ำคืนนี้เป็นไปได้อย่างเต็มที่และฝันดีมากกว่าที่เคยเป็น…ราตรีสวัสดิ์ค่ะ