อยากลดความอ้วนด้วยการ ‘นับแคล’ ต้องทำอย่างไร ?

อยากลดความอ้วนด้วยการ ‘นับแคล’ ต้องทำอย่างไร ?

    สมัยนี้…ถ้าคิดจะลดน้ำหนัก คงจะทำด้วยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่หนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้มีร่างกายที่ผอมเพรียว หรือมีน้ำหนักที่ลดลงได้กลับกลายเป็นการควบคุมอาหารด้วยวิธีการที่เรียกว่า “นับแคล” หรือ “นับแคลอรี่ของอาหารที่รับประทานเข้าไป” วิธีการที่ว่านี้ต้องทำอย่างไร แล้วจะได้ผลดีจริงหรือไม่ มาหาคำตอบด้วยกันดีกว่าค่ะ

    การจะนับแคลอรี่ได้นั้น คุณต้องจริงจังกับมันพอสมควร ซึ่งหากคุณกำลังจะเริ่มนับแคลอรี่ คุณจำเป็นต้องรู้ให้ได้ก่อนว่า อาหารต่างๆที่คุณกำลังจะกินมีแคลอรี่อยู่เท่าไรกัน ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือ การลองเสริชในเวปไซต์ แล้วพิมพ์ชื่ออาหารที่ต้องการรู้แคลอรี่ลงไป คุณก็จะพอทราบปริมาณพลังงานที่คุณจะได้รับอย่างคร่าวๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องเป็นปริมาณเดียวกับที่เขากล่าวอ้างอิงไว้ด้วย เพราะหากคุณรับประทานมากเป็นสองหรือสามเท่า แคลอรี่ที่คุณจะได้รับก็จะถูกคูณเพิ่มจำนวนไปด้วย

    โดยเฉลี่ยแล้ว ใน 1 วัน คนเราจะต้องรับประทานอาหารวันละประมาณ 2,200 กิโลแคลอรี่ แต่ก็มีความแตกต่างกันเล็กๆน้อยๆตามเพศ อายุ หรือกิจกรรมที่ทำระหว่างวัน ทีนี้…หากเราต้องการจะลดน้ำหนักให้ได้ 1 กิโลกรัม เราจำเป็นต้องเผาผลาญพลังงานให้ได้ถึงประมาณ 7,700 กิโลแคลอรี่ ซึ่งการที่จะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้สูงเช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการ นับแคลเข้ามาช่วย

    คนที่กำลังนับแคล (แคลอรี่) เพื่อลดน้ำหนักคงจะประสบปัญหาใหญ่เมื่อต้องออกไปทานอาหารนอกบ้าน และไม่สามารถควบคุมพลังงานให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการได้ เพราะเมื่อคุณไม่ได้ทำอาหารจานนั้นเอง ก็ยากที่จะคาดคะเนปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายมีโอกาสได้รับได้ และก็เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมถึงยังไม่ผอมเสียที แต่อย่างไรก็ตาม ก็พอจะมีวิธีการง่ายๆเพื่อที่จะช่วยให้คุณทราบปริมาณพลังงานในอาหารที่คุณทานเข้าไปได้ ว่ามากหรือน้อยพอที่คุณจะรับได้หรือไม่…วิธีนี้ไม่ยากแค่หัดสังเกตตามนี้ค่ะ

อยากลดความอ้วนด้วยการ ‘นับแคล’ ต้องทำอย่างไร ?

ภาพจาก : http://th.theasianparent.com อยากลดความอ้วนด้วยการ ‘นับแคล’ ต้องทำอย่างไร ?

    “นนท์ อัลภาชน์” หรือมิกกี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยโอเรกอน สเตท ของสหรัฐฯ สาขาฟิตเนส แอนด์ นิวทรีชั่น และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย ECU Edith Cowan University สาขา Strength and Conditioning จากประเทศออสเตรเลีย บอกเคล็ดลับการนับแคลอรี ดังนี้

    1. การใช้ตาชั่งวัดปริมาณแคลอรี่

วิธีนี้เชื่อถือได้มากที่สุด เพราะตาชั่งจะไม่หลอกเรา หากคุณทำอาหารทานเองที่บ้าน การใช้ตาชั่งน่าจะเป็นวิธีที่เวิร์คที่สุดในการกำหนดปริมาณแคลอรี่ที่ควรจะได้รับในแต่ละมื้อ

    2. กะปริมาณด้วยมือตัวเอง

วิธีนี้สามารถทำได้จริงทุกที่ หากคุณยังไม่มีเครื่องชั่งที่ได้มาตรฐาน แค่ลองกะคร่าวๆ ก็น่าจะช่วยให้การนับแคลอรี่ง่ายขึ้นได้ การกะประมาณด้วยสายตามีหลักการดังต่อไปนี้ค่ะ

– ฝ่ามือเรา (นิ้วไม่เกี่ยว) ประมาณ 3 ออนซ์
– กำปั้นเรา ประมาณ 1 ถ้วยตวง
– อุ้งมือ ประมาณ 1ออนซ์
– นิ้วโป้ง ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
– ปลายนิ้วโป้ง ประมาณ 1 ช้อนชา

    3. สอบถามรายละเอียดอาหาร

แม้วิธีนี้จะทำให้คุณดูเหมือนเป็นคนที่เรื่องมาก แต่มันก็ช่วยคุณได้เยอะเลยทีเดียว เพราะการดูแค่เมนูอาหารอาจไม่ได้ทราบถึงส่วนผสมที่แน่ชัด ดังนั้น หากคุณสามารถถามหรือสั่งแบบเจาะจงได้ ก็จะดีมากกว่า ลองถามพนักงานไปเลยว่า “ใช้เนื้อส่วนไหน” “ติดมันเยอะมั้ย” หรือ “ใส่อะไรบ้าง” คุณจะได้กะปริมาณการบริโภคได้ถูกต้องตามแคลไงละ

    แม้ว่าเวลาที่คุณกะหรือเดาปริมาณอาหารที่กินนอกบ้าน อาจจะไม่ตรงเป๊ะอย่างที่ควรจะเป็น แต่ก็ขอให้ทำให้ได้สม่ำเสมอ เช่น ถ้าไปกินสเต๊กไก่ร้านหนึ่ง ครั้งแรกทานอกไก่ไป 200 กรัม ครั้งต่อไปก็ควรสั่งเนื้ออกเหมือนเดิม เพื่อให้ได้ปริมาณไขมันและโปรตีนที่ไม่แตกต่างจากเดิม ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะช่วยให้คุณควบคุมแคลอรี่ได้ดีขึ้น และแม้ว่าคุณอาจจะกะปริมาณอาหารผิด แต่ก็เป็นการผิดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งก็จะทำให้ร่างกายได้รับอาหารในปริมาณที่เท่าเดิม และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายมากนัก

การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และไม่มีทางประสบผลสำเร็จได้ภายในระยะเวลาเพียงสั้นๆเพียงไม่กี่สัปดาห์ หากต้องการให้รูปร่างกระชับและผอมลงได้ คุณจำเป็นต้องใช้เวลากับมันอย่างน้อยๆ 3เดือนขึ้นไป ซึ่งหลังจากที่คุณบากบั่นนับแคลอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะเห็นถึงผลลัพธ์ของการมีหุ่นผอมเพรียวได้อย่างชัดเจน เพราะหากคุณสามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ทุกวัน รับรองว่าจะมีน้ำหนักตัวที่ลดลงเรื่อยๆได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม อย่าลืมที่จะออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่กล้ามเนื้อควบคู่ไปด้วย เพราะนั่นถือเป็นการผอมแบบมีสุขภาพดีมากที่สุด

    การนับแคลจะทำได้อย่างมีความสุขหากคุณไม่เข้มงวดกับตัวเองมากเกินไป ในขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่หย่อนยานมากเกินไปด้วยเช่นกัน หากสามารถทำได้จนติดเป็นนิสัยประจำตัว ไม่ว่าจะทานอาหารในบ้านหรือนอกบ้าน ก็คงจะไม่เป็นปัญหาที่วุ่นวายอีกต่อไปอย่างแน่นอน
แล้วคุณจะรู้ว่าการ ‘นับแคล’ สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา และจะช่วยให้คุณควบคุมอาหารและน้ำหนักตัวได้ดีมากขึ้นจริงๆ