อย่าปล่อยให้ ‘รังแค’ ลอยนวล

อย่าปล่อยให้ 'รังแค' ลอยนวล

    ใครๆก็ไม่อยากมีรังแคกันทั้งนั้น! เพราะรังแคจะเป็นตัวบั่นทอนบุคลิกภาพ และทำให้บุคคลนั้นๆสูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันลงไปได้ แล้วจะต้องทำอย่างไรให้มีรังแคลดลง มาหาคำตอบไปพร้อมๆกันได้เลยค่ะ

อย่าปล่อยให้ 'รังแค' ลอยนวล

ภาพจาก : http://healthdescription.com/2013/12/15/what-is-dandruff/ อย่าปล่อยให้ ‘รังแค’ ลอยนวล


    รังแค คือ ขุยสีขาวที่หลุดลอกออกมาจากหนังศีรษะ โดยผงรังแคนี้อาจจะติดอยู่ที่บริเวณโคนผม บนเส้นผม หรืออาจจะร่วงลงมาเกาะบนเสื้อผ้าบริเวณต้นคอ หรือไหล่ของเราได้ ยิ่งวันไหนที่เราใส่เสื้อสีเข้มด้วยแล้วละก็ จะยิ่งทำให้สามารถสังเกตเห็นรังแคได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งตามปกติแล้ว เซลล์หนังศีรษะของคนเราจะมีการผลัดเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยหนังศีรษะที่เกิดใหม่จะค่อยๆ เลื่อนจากใต้ผิวหนังขึ้นมาจนถึงผิวชั้นบนสุด และหลุดออกไปในเวลาประมาณ 28 วัน เซลล์ที่หลุดออกมานี้ละที่เรียกว่า ‘รังแค’ ซึ่งรังแคที่เกิดขึ้นสำหรับคนปกติจะเป็นชิ้นเล็กๆที่ตาเปล่ามองไม่เห็น แต่สำหรับใครที่มีสาเหตุบางประการมารบกวนหนังศีรษะก็จะส่งผลให้วงจรการผลัดเซลล์ถูกย่นระยะเวลาให้เร็วขึ้น และเซลล์ที่หลุดออกมาก็จะมีขนาดใหญ่มากขึ้นและมองเห็นได้ชัดเจน จนเกิดเป็น ‘รังแค’ อย่างที่ทุกคนรู้จักกันนั่นละค่ะ ซึ่งรังแคไม่เพียงแต่จะทำให้คนเราเสียความมั่นใจเพียงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า ‘คุณอาจจะยังดูแลหนังศีรษะไม่ดีเพียงพอ’ ก็เป็นได้

    รังแคไม่ใช่โรคร้ายที่รักษาไม่ได้ แต่เกิดขึ้นได้จากความผิดปกติในการแบ่งตัวและการหลุดลอกของเซลล์ชั้นหนังกำพร้าของศีรษะ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อราแบบกลากที่หนังศีรษะ การเป็นโรคสะเก็ดเงิน หรือที่เรียกว่า ‘โซไรสิส (Psoriasis)’ การแพ้สารเคมีที่สัมผัสหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาย้อมผมหรือน้ำยาดัดผม รวมไปถึงสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด นั่นก็คือ การเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือผิวหนังอักเสบที่ศีรษะแบบที่เรียกว่า ‘เซ็บเบอริก เดอมาไตติส (Seborrheic dermatitis)’ เป็นต้น

    แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะเป็นรังแคไปนานๆหรอกใช่มั๊ยค่ะ แต่ก็เชื่อว่า คนส่วนใหญ่ที่เป็นรังแคไม่ทราบหรอกว่าสาเหตุที่ตนเป็นอยู่นั้นเกิดได้จากอะไร พอเริ่มมีรังแคเกิดขึ้น สิ่งแรกที่มักจะทำกัน ก็คือ “การเปลี่ยนชนิดของยาสระผม” ซึ่งอาจจะลองหันไปใช้แชมพูสูตรขจัดรังแคดูก่อนว่าอาการจะดีขึ้นหรือไม่

    ส่วนผสมในแชมพูขจัดรังแคบางชนิดก็จะมีส่วนประกอบของสารลดการแบ่งตัวของเซลล์หนังศีรษะ เช่น แชมพูน้ำมันดิน(Tar Shampoo) แชมพูที่มีสารเซเลเนียมซัลไฟด์ หรือแชมพูที่มีสารที่ลดจำนวนยีสต์บนหนังศีรษะ ซึ่งมีวัตถุออกฤทธิ์เป็นสารพวกซิงค์ ไพริไทออน หรือคีโตโคนาโซน (ketoconazole)

    การใช้แชมพูเหล่านี้สระผม ควรทิ้งระยะเวลาให้ตัวยาในแชมพูได้มีโอกาสสัมผัสกับหนังศีรษะสักระยะหนึ่ง โดยอาจจะใช้เวลาประมาณ 5 นาที นอกจากนี้ ก็ควรใช้มือขยี้หรือเกาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะการเกาแรงๆอาจจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบบนหนังศีรษะให้มากขึ้นได้ ส่วนสุดท้าย คือ จะต้องล้างเอาแชมพูออกจากเส้นผมและหนังศีรษะให้หมด เพื่อไม่ให้เกิดการตกค้างของสารเคมีบนหนังศีรษะ นอกจากนี้ การใช้ยาสระผมเพื่อขจัดรังแคในช่วงระยะแรก อาจจะต้องสระผมให้บ่อยหน่อย โดยอาจจะลองสระในทุกวันหรือวันเว้นวันก็ได้ตามความเหมาะสม และเมื่อรังแคลดน้อยลง ก็ค่อยเว้นระยะห่างในการสระผมให้มากขึ้นตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

    แต่ถ้าเกิดว่าการรักษารังแคด้วยแชมพูยังไม่ได้ผลดีเพียงพอ ก็อาจจะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุในการเกิดรังแคอย่างละเอียดถี่ถ้วน การรักษาที่ตรงจุดจะช่วยให้เราสามารถมีผมที่ไร้รังแคได้อย่างแน่นอนค่ะ

อย่าปล่อยให้ 'รังแค' ลอยนวล

ภาพจาก : http://www.personal.psu.edu/afr3/blogs/siowfa12/2012/10/should-washing-your-hair-be-a-daily-ritual.html อย่าปล่อยให้ ‘รังแค’ ลอยนวล


    ส่วนใครที่ไม่อยากจะมีปัญหารังแครังควาญใจ ก็ลองหันมาใช้เทคนิคการดูแลหนังศีรษะดังต่อไปนี้ดูสิค่ะ รับรองว่า ไร้รังแคมากวนใจแน่นอน

    ประการแรกในการป้องกันรังแค คือ การพยายามเลี่ยงการเผชิญหน้ากับแสงแดดจัด เพราะความร้อนจากแสงแดด ถือเป็นตัวการที่คอยทำลายเส้นผมและหนังศีรษะได้ ส่งผลทำให้หนังศีรษะเกิดความแห้งและกระตุ้นการเกิดรังแคได้มากขึ้น ทางที่ดีคือการพยายามกางร่มหรือใส่หมวกเพื่อลดการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ก็จะเป็นวิธีที่ช่วยถนอมหนังศีรษะได้ดีทางหนึ่ง การป้องกันขั้นต่อมาก็คือ การไม่หวีผม เสยผม ถูหรือเกาหนังศีรษะมากเกินไป เพราะการสัมผัสหนังศีรษะบ่อยๆ จะเป็นการกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันออกมามาก และทำให้ผมมันเร็วขึ้น ส่วนการสระผมก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการกระตุ้นการเกิดรังแคได้เช่นกัน ทางเลือกที่เหมาะสมคือ การพยายามเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นจะทำให้หนังศีรษะแห้งและลอกเป็นขุ่ยได้ง่ายมากกว่าเดิม นอกจากนี้ ก็จำเป็นจะต้องล้างแชมพูออกจากหนังศีรษะให้สะอาดหมดจดทุกครั้ง เพื่อป้องกันการตกค้างของสารเคมี รวมถึงอาจใช้วิธีกดนวดเป็นวงกลมเบาๆให้ทั่วหนังศีรษะระหว่างสระผม โดยเฉพาะบริเวณไรผม ใบหู จนถึงลำคอ เพื่อช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนในอวัยวะดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น ส่วนสุดท้ายคือการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และควรเลือกทานอาหารที่มีส่วนประกอบของธาตุสังกะสี วิตามินบี ซี และอี เพื่อบำรุงหนังศีรษะให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

    ใครอยากมีผมที่สวยไร้รังแค ก็ลองนำไปทดลองปฏิบัติดูกันได้ค่ะ เพราะจะทำให้คุณเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัวขึ้นมาได้อีกเยอะเลยทีเดียวเชียวละ