อาหารริมทาง กินยังไงให้ปลอดภัย

อาหารริมทาง กินยังไงให้ปลอดภัย

    ในช่วงเวลาเร่งด่วนบวกกับเสียงร้องของกระเพาะอาหาร คงจะทำให้ใครหลายๆคนตัดสินใจที่ต้องรับประทานอาหารข้างทางเพื่อประทังชีวิตไปก่อน หรือบางคนก็อาจจะนิยมฝากท้องกับร้านอาหารข้างทางแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งบางครั้งบางคราวการเข้าไปรับประทานอาหารในร้านข้างทางบ้างร้านอาจจะไม่ได้รับเพียงแค่ความอิ่มอร่อยเท่านั้น แต่อาจจะได้ของแถมที่ปนเปื้อนไปด้วยเชื้อโรคและฝุ่นละออง ที่มีผลนำพาอาการปวดท้องมาสู่ตัวคุณด้วยก็เป็นได้

อาหารริมทาง กินยังไงให้ปลอดภัย

ภาพจาก : http://www.vagabondish.com/travel-street-foods-must-try/ อาหารริมทาง กินยังไงให้ปลอดภัย

    ที่กล่าวมานี้ไม่ได้จะเป็นการใส่ร้ายร้านอาหารข้างทางแต่อย่างใด เพราะบางร้านก็มีการจัดการสุขอนามัยในการทำอาหารที่ดี ทำให้สามารถรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล แต่สำหรับบางร้าน ก็อาจจะต้องใช้การสังเกตมากขึ้นอีกนิด เพื่อให้เราเกิดความมั่นใจว่าจะไม่ต้องไปโรงพยาบาลหลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารมื้อนั้นไปแล้ว

    สิ่งที่จะต้องให้ความใส่ใจให้มาก ก็คือ ตำแหน่งที่ตั้งของร้านอาหาร บางร้านเลือกทำเลที่ที่ตั้งอยู่ริมฟุตบาท เพื่อที่ลูกค้าจะได้สะดวกต่อการเข้ามานั่งรับประทานอาหารในร้าน แต่ในทางกลับกัน ร้านอาหารริมฟุตบาทนี้มีความเสี่ยงอย่างมากต่อการปนเปื้อนของฝุ่นหรือควันพิษจากท่อไอเสียของรถยนต์ โดยเฉพาะร้านที่ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่นหรือติดขัดอยู่เสมอ


    และหากเป็นร้านที่เปิดโล่งแล้วด้วยละก็ จะยิ่งเพิ่มโอกาสการปนเปื้อนของฝุ่นควันลงไปที่ภาชนะและอาหารมากยิ่งขึ้นได้อีก ดังนั้น การจะเลือกรับประทานอาหารร้านใดร้านหนึ่ง ก็ไม่ควรคำนึงถึงแต่ความอร่อยหรือชอบของเราเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูในเรื่องของสุขลักษณะในการขายของทั้งหน้าร้านและหลังร้านด้วย แม้ว่าร้านอาหารนั้นจะตั้งอยู่ริมถนนก็จริง แต่ถ้ามีภาชนะที่คอยปกปิดฝุ่นละออง แต่งกายสะอาดเหมาะสม หรือมีการดูแลร้านให้สะอาดน่ามอง ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคมากกว่า

    ไอเสียและควันพิษจากรถยนต์บนท้องถนนมีสิทธิที่จะเจือปนลงไปในอาหารที่ไม่มีฝาปิดได้ง่ายมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าการปนเปื้อนของสารพิษเหล่านี้ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายของเราเป็นแน่ แต่จะมีผลเสียมากน้อยแค่ไหนนั้น ตามมาดูกันได้เลย

    ควันดำของรถยนต์ที่เกิดขึ้นมานั้นเกิดมาจากการที่เครื่องยนต์ใช้น้ำมันในการเผาไหม้ได้อย่างไม่สมบูรณ์ จนทำให้เกิดเป็นก๊าซที่เป็นมลพิษค่อสิ่งแวดล้อมและร่างกายมนุษย์ อันได้แก่ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซไนตริกออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอื่นๆ

    การที่ผู้บริโภคอย่างเราๆได้รับเอาสารพิษของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในร่างกายในปริมาณมากๆอย่างต่อเนื่องนี้ จะส่งผลต่อการทำงานของปอดและระบบการหายใจได้ โดยก๊าซชนิดนี้จะไปแย่งจับตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ทำให้ออกซิเจนที่เดิมทีจะต้องไปจับตัวกับฮีโมโกลบินเพื่อเคลื่อนตัวไปทั่วร่างกายนั้นมีปริมาณลดน้อยลง ออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไปจึงไม่สามารถเดินทางไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆของร่างกายได้ดีดังเดิม ร่างกายของเราจึงอาจเกิดภาวะขาดออกซิเจนได้นั่นเอง ซึ่งเมื่อเกิดภาวะขาดออกซิเจนขึ้น จะส่งผลให้คุณเริ่มรู้สึกเวียนศีรษะ หายใจลำบาก คลื่นไส้ หงุดหงิด เจ็บหน้าอก และเป็นลมเอาได้

อาหารริมทาง กินยังไงให้ปลอดภัย

ภาพจาก : http://www.concierge.com/ideas/foodwine/tours/2274 อาหารริมทาง กินยังไงให้ปลอดภัย


    นอกจากควันพิษหรือก๊าซพิษแล้ว ยังอาจมีอนุภาคของสารเคมีจากท่อไอเสียรถยนต์ที่ลอยมาปนอยู่ในอาหารด้วยก็เป็นได้ เช่น ผงคาร์บอน ตะกั่ว ฟีนอล หรือยางเหนียว ซึ่งสารเหล่านี้จัดเป็นสารก่อมะเร็งที่มีพิษสงร้ายแรงอย่างมากต่อสุขภาพของเรา ส่วนสารตะกั่วที่ปนอยู่ในน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อถูกปลดปล่อยออกมาจากท่อไอเสียก็อาจจะสามารถเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ได้โดยผ่านทางอาหารที่สัมผัสกับไอเสียจากรถยนต์ องค์การอนามัยโลกจึงได้มีการกำหนดเกณฑ์ของสารตะกั่วขั้นต่ำที่สุดที่สามารถพบในอาหารได้ ไม่เกิน 1 ไมโครกรัมต่ออาหาร 1 กรัม ทั้งนี้ เนื่องจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของสารตะกั่วเป็นประจำและเป็นเวลานาน จะถือเป็นภัยอันตรายที่มีผลทำลายสุขภาพได้

    นอกเหนือจากเรื่องของสารพิษจากท้องถนนแล้ว เรื่องของการรักษาความสะอาดก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องมาจากร้านข้างทางอาจจะไม่ได้มีการดูแลความสะอาดได้ดีเท่ากับร้านอาหารที่อยู่ตามอาคารหรือตามห้างสรรพสินค้า การเก็บวัตถุดิบบางครั้งก็จำเป็นจะต้องอาศัยน้ำแข็งเป็นตัวทำความเย็นแทนการใช้ตู้เย็นที่ต้องอาศัยไฟฟ้า ซึ่งบางครั้งความเย็นที่ใช้อาจจะไม่เพียงพอต่อการถนอมคุณภาพอาหาร อีกทั้ง ความสะอาดของน้ำแข็งก็มีผลอย่างมากต่อการเสื่อมเสียของอาหารที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่า เนื่องมาจากอาหารจะต้องสัมผัสกับน้ำแข็งโดยตรง การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์โดยเฉพาะแบคทีเรีย จึงมีโอกาสเกิดได้มากหากผู้ขายขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ย่อมส่งผลเสียต่อไปยังลูกค้าที่รับประทานอาหารที่สกปรกเข้าไป

    การเลือกรับประทานอาหารข้างทางมื้อต่อไปไม่ว่าจะเป็นข้าวราดแกง ส้มตำ หรือก๋วยเตี๋ยว ก็คงจะต้องเพิ่มเรื่องการสังเกตความสะอาดเข้าไปด้วยนะคะ ถ้าหากไม่อยากจะเจ็บป่วยง่ายๆจากการรับประทานอาหารที่เราชื่นชอบ นอกจากนี้ ก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆซึ่งจะทำให้เราสามารถเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้นกว่าการรับประทานอาหารที่ทำค้างเอาไว้นานแล้ว