อุจจาระบอกโรค

อุจจาระบอกโรค

    จะแปลกอะไรถ้าคนเรามีการขับถ่ายอุจจาระทุกวัน เพราะเมื่อใดที่คนเรายังต้องทานอาหารทุกวัน ร่างกายก็จำเป็นต้องขับถ่ายเอาของเสียออกมาอยู่แล้ว ซึ่งการขับถ่ายออกมาในรูปแบบของอุจจาระนั้นสามารถฟ้องโรคให้เรารู้ได้ว่าตอนนี้ร่างกายเราเป็นอย่างไร มีอะไรผิดปกติ หรือต้องรีบรักษาตรงไหนอย่างเร่งด่วน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยที่จะสนใจอุจจาระที่ขับถ่ายออกมาเลยในทุกเช้า เพราะเห็นว่ามันเป็นสิ่งสกปรก เราอยากให้คุณลองเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ และหันมาก้มมองก้อนอุจจาระเสียบ้าง บางทีคุณอาจจะได้เรียนรู้อะไรอีกหลายอย่างจากสิ่งปฏิกูลที่คุณคิดว่าไม่มีค่าอะไรแล้วก็ได้


    จะมีสักกี่คนที่เคยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของก้อนอุจจาระของตัวเอง หรือถ้าสังเกตแล้วคุณรู้หรือไม่ว่าแบบไหนที่เรียกว่าดี หรือ
แบบไหนที่เรียกว่าไม่ดี ถ้ายังไม่รู้มาลองหัดสังเกตไปพร้อมกันเลยค่ะ

    ก้อนอุจจาระคือผลงานที่ได้จากการย่อยอาหาร ซึ่งหากร่างกายได้รับอาหารที่ดีและผ่านการย่อยที่สมบูรณ์ ก้อนอุจจาระที่ได้ออกมาก็จะมีสุขภาพดีตามไปด้วย ก้อนอุจจาระของคนที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงควรจะมีลักษณะเหมือน “กล้วย” หรือ “ดินเปียก” ซึ่งสามารถเคลื่อนตัวออกจากทวารหนักได้อย่างไหลลื่น การขับถ่ายอุจจาระที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้แรงเบ่งที่รุนแรง
แต่ต้องสามารถขับถ่ายออกมาได้อย่างง่ายดายในทุกๆวัน

    ก้อนอุจจาระที่ดีไม่ควรแบ่งตัวเป็นเม็ดเล็กๆเหมือนก้อนกรวด ไม่แข็ง และไม่เหลวเละ แต่ต้องมีลักษณะนุ่ม เป็นก้อนยาว อย่างไรก็ตาม หากคุณพบเจอลักษณะของก้อนอุจจาระดังต่อไปนี้ แสดงว่าร่างกายของคุณกำลังมีความผิดปกติบางอย่างแล้ว ดังข้อมูลต่อไปนี้

อุจจาระบอกโรค

ภาพจาก : http://www.never-age.com/3019 อุจจาระบอกโรค

7 ลักษณะของก้อนอุจจาระที่ไม่ดี

    1. อุจจาระคล้ายดินร่วน และเหลว

    หากคุณมีลักษณะของก้อนอุจจาระแบบนี้และมีอาการปวดถ่ายเร็ว อาจมีสาเหตุมาจากการถ่ายท้องเนื่องจากยาระบายหรืออาหารที่มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ทำให้ลำไส้ใหญ่เกิดการบีบตัวเร็ว ยังไม่ทันที่อุจจาระจะฟอร์มตัวเป็นก้อนก็ต้องถูกขับถ่ายออกมาเสียก่อน อุจจาระที่ขับถ่ายออกมาจะค่อนข้างเหลว นอกจากนี้ ถ้าพบว่าอุจจาระมีสีเขียวซึ่งเป็นสีของน้ำดี แสดงว่าคนๆนั้นท้องเสียอย่างหนัก หรืออาจพบได้ในเด็กที่มีลำไส้ใหญ่สั้นและทำงานเร็ว

    2. อุจจาระเป็นสีขาวซีดเหมือนสีขี้เถ้า 

    การที่อุจจาระมีสีแปลกไปเช่นนี้มีสาเหตุมาจากการอุดตันของทางเดินท่อน้ำดี ทำให้น้ำดีไม่สามารถไหลเข้าสู่ลำไส้ได้ กรณีเช่นนี้มักพบในคนที่เป็นนิ่วหรือมีเนื้องอกในท่อน้ำดี หรืออาจเป็นเพราะมีความผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตน้ำดีออกมาได้ตามปกติ

 

    3. อุจจาระเป็นก้อนเล็กๆ แข็ง และแห้ง 

    อาการนี้พบได้บ่อยในคนที่ถ่ายไม่ค่อยออกและต้องออกแรงเบ่งแรงกว่าก้อนอุจจาระจะออกมา แถมออกมาก็ยังเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย แข็งและแห้ง อีกด้วย สาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากการรับประทานอาหารเป็นหลัก ลองสำรวจตัวเองดูว่าคุณรับประทานอาหารที่มีกากใยมากเพียงพอแล้วหรือไม่ ขาดน้ำหรือป่าว เพราะสองสาเหตุนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณขับถ่ายผิดปกติ นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุเนื่องมาจากอารมณ์ และอากาศอีกด้วย กล่าวคือถ้าร่างกายเกิดภาวะร้อนเกินไปอยู่เป็นประจำ ก็จะทำให้สูญเสียน้ำมากนั่นเอง

    4. อุจจาระเป็นสีดำ มีกลิ่นแรง ร่วมกับอาการปวดท้อง

    หากคุณมีอาการเช่นนี้น่าจะเกิดจากความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารตลอดแนว เช่น เกิดมีเลือดไหลในกระเพาะอาหาร ในลำไส้เล็ก หรือในลำไส้ใหญ่ หากพบเจออาการเช่นนี้อย่าปล่อยให้หายเอง แต่ควรรีบไปตรวจเช็กร่างกายโดยด่วน


    
5. อุจจาระมีเลือดสดปนออกมา

    เลือดที่ปนมานี้ต้องไม่ใช่เลือดจากประจำเดือน แต่เป็นเลือดที่มีสาเหตุมาจากแผลบริเวณทวารหนัก ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากอุจจาระบาดหรือการปริขาดของเนื้อเยื่อ อาการเช่นนี้พบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการท้องผูก แต่แผลที่เป็นสามารถหายเองได้ อย่างไรก็ตาม คนที่ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรังอาจจำเป็นต้องเข้ารักษาด้วยการผ่าตัด

    6. อุจจาระมีเลือดสดปนออกมา มีอาการคันก้น และเจ็บทวารหนักขณะถ่าย 

    หากมีอาการคันและเจ็บปนมาด้วย อาการที่คุณเป็นอาจเป็นเพราะโรคริดสีดวงทวาร ถ้าไม่รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือเข้ารับการรักษา จะมีหัวริดสีดวงที่อักเสบโผล่ออกมาทางปากทวารหนัก และทำให้เจ็บปวดมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

    7. อุจจาระเป็นมูกวุ้น ถ่ายทั้งวัน และอาจมีเลือดออกมาร่วมด้วย 

    กรณีถือเป็นอาการที่ค่อนข้างอันตราย โดยถ้าอาการหายไปได้เองภายใน 1-2 วัน อาจเกิดจากอาหารเป็นพิษ แต่ถ้าเป็นนานกว่านั้นอาจเป็นเพราะสาเหตุของการอักเสบของลำไส้ หากเกิดในผู้สูงอายุ อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือลำไส้ใหญ่อุดตัน ดังนั้น หากคุณถ่ายอุจจาระแล้วเกิดอาการผิดปกติเช่นนี้ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

 

    เห็นหรือยังค่ะว่าสิ่งที่เราคิดว่าไม่มีค่าแล้ว ก็ยังสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่เราได้ ดังนั้น อย่ารังเกียจที่จะสังเกตสีและลักษณะของอุจจาระของตัวเองกันเลยนะคะ  เพราะสิ่งนี้สามารถเป็นสัญญาณบ่งบอกสุขภาพของเราได้อย่างดีเยี่ยม การรับรู้ถึงปัญหาจะทำให้เราเรียนรู้ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้ก่อนใคร และโรคร้ายก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นจนทำร้ายร่างกายของเราได้เลย