เข่าเสื่อมเข่าเสียก็เพราะอย่างนี้ละ

เข่าเสื่อมเข่าเสียก็เพราะอย่างนี้ละ

    เชื่อว่าเข่าเป็นอวัยวะที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าอวัยวะส่วนอื่นเลย เพราะส่วนของเข่าเป็นจุดเชื่อมต่อส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่มีผลทำให้สามารถเคลื่อนไหวร่างกายไปไหนมาไหนก็ได้ตามต้องการ จะลุกหรือจะนั่งก็ย่อมมีเข่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทั้งสิ้น ซึ่งการใช้งานเข่าอย่างหนักก็มีผลทำให้เข่าร้องโอดโอยได้เช่นกัน และย่อมทำให้คุณเกิดความเจ็บป่วยจากการเป็นโรคต่างๆมากมาย โดยเฉพาะ ‘โรคข้อเข่าอักเสบ‘ ด้วย

เข่าเสื่อมเข่าเสียก็เพราะอย่างนี้ละ

ภาพจาก : http://running.competitor.com/2014/07/injury-prevention/weak-in-the-knees-strengthen-your-hips_22950 เข่าเสื่อมเข่าเสียก็เพราะอย่างนี้ละ


    หัวเข่าของมนุษย์ประกอบไปด้วยกระดูก 3 ส่วน ได้แก่ กระดูกส่วนล่างของกระดูกต้นขา กระดูกส่วนบนของกระดูกหน้าแข้งและกระดูกสะบ้า ซึ่งบริเวณที่กระดูกทั้ง 3 ชิ้นสัมผัสกันจะมีกระดูกอ่อนผิวข้อซึ่งหนาประมาณ 3-4 มิลลิเมตรปกคลุมอยู่ด้วย หากกระดูกอ่อนที่อยู่บริเวณผิวข้อนั้นถูกทำลาย โดยอาจมีลักษณะบางลง แตก หรือเปื่อยยุ่ย ก็จะมีผลให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อเป็นไปอย่างสะดุด เกิดแรงกดกระแทกที่ข้อต่อมากขึ้น และทำให้เกิดเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมในที่สุด ซึ่งก็จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดแบบตื้อๆ แปลบๆ หรือรู้สึกเจ็บเสียวตามแนวบริเวณข้อเข่า
มีพฤติกรรมที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นพฤติกรรมปกติและไม่อันตรายมากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมธรรมดาๆเหล่านี้อาจจะกลายเป็นการทำร้ายหัวเข่าและทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้โดยไม่รู้ตัว มาดูกันดีกว่าว่าอะไรบ้าง
ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเข่าอักเสบหรือเสื่อมกันบ้าง เพราะหากเราสามารถเรียนรู้ได้ก่อน ก็จะช่วยให้สามารถป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายที่มากเกินไปได้

รู้หรือไม่ว่า “การเล่นกีฬามากเกินไป อาจทำร้ายเข่าโดยไม่รู้ตัว” คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าการเล่นกีฬาเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อของอวัยวะส่วนต่างๆแข็งแรง ระบบทางเดินหายใจสะดวก ใบหน้าสดใส และเป็นคนที่มีสุขภาพภายนอกโดยรวมที่ดูสมบูรณ์แข็งแรง แต่การเล่นกีฬาที่มากเกินไปกลับทำให้เกิดผลเสียที่คุณเองอาจไม่เคยเตรียมใจเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกีฬาทั้งหลายด้วยแล้ว พวกเขาแทบจะไม่สามารถปฏิเสธการออกกำลังกายในทุกๆวันได้เลย เพราะสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องฝึกซ้อมเพื่อให้พร้อมต่อการลงสนามแข่งเสมอ ผลการวิจัยจาก Tufts Medical Center ในบอสตันระบุว่า กีฬาที่เป็นอันตรายต่อเข่าเป็นอย่างมากหนีไม่พ้นกีฬาที่จำเป็นต้องใช้อวัยวะส่วนล่างมากๆ เพราะฉะนั้น “นักฟุตบอล” จึงถือเป็นอาชีพที่เข้าข่ายต่อการต้องทนทรมานกับอาการปวดข้อเข่ามากที่สุด ส่วน “นักวิ่งระยะไกล” “นักยกน้ำหนัก” และ “นักมวยปล้ำ” ก็ถือเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงรองลงมาที่จะมีโอกาสเจ็บเข่าได้มากเช่นกัน ส่วนกีฬาประเภทอื่นๆ เช่น บาสเก็ตบอล ชกมวย สกี ฮ็อกกี้น้ำแข็ง เดินเท้า ยิงปืน และกรีฑา ยังไม่พบความเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อกระดูกเสื่อมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ผลการทดลองนี้เป็นการทดสอบในเพศชายเท่านั้น ยังไม่ได้มีการรับรองผลเช่นเดียวกันในเพศหญิง
ดังนั้น การพยายามวิ่งบนพื้นนุ่มๆหรือเลือกรองเท้าที่มีความสามารถในการรองรับน้ำหนักของร่างกายได้ดี จะเป็นการช่วยถนอมข้อต่อของอวัยวะต่างๆในร่างกายให้ใช้งานได้อย่างยาวนานขึ้น และเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เข่าเสื่อมเข่าเสียก็เพราะอย่างนี้ละ

ภาพจาก : http://www.webmd.com/fitness-exercise/guide/knee-ligament-injuries เข่าเสื่อมเข่าเสียก็เพราะอย่างนี้ละ


    ท่านั่งก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำลายความแข็งแรงของเข่าได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งขัดสมาธิหรือการนั่งพับเพียบก็ล้วนแล้วแต่จะทำให้เข่าเสื่อมได้ไวมากขึ้นทั้งนั้น ส่วนท่ายืนก็มีส่วนทำลายเข่าได้ไม่แพ้กัน เพราะเข่าจำเป็นต้องรับน้ำหนักส่วนบนของร่างเกือบทั้งหมด และยิ่งหากเป็นการใส่รองเท้าส้นสูงด้วยแล้ว ยิ่งทำให้การกระจายน้ำหนักลงสู่เท้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ด้วย เข่าจึงต้องรับศึกหนักในการประคองร่างกายให้ตั้งตรงเสมอ และนั่นก็ทำให้เกิดอาการข้อเสื่อมได้เร็วมากขึ้นนั่นเอง

    แม้ว่าอาการปวดเข่าจากโรคข้อเข่าเสื่อมจะไม่ได้เป็นโรคที่เป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต แต่ก็เป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส และมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างที่สุด ดังนั้น การพยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยการหมั่นสร้างความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อรอบเข่าด้วยวิธีง่ายๆ โดยการนั่งเหยียดขาตึงแนบพื้น พร้อมกับกระดกปลายเท้าเข้าหาตัวสลับไปกับการจิกเท้าไปข้างหน้า ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนรู้สึกตึงที่บริเวณหน้าแข้งและเกิดความเมื่อยขา หากทำได้เป็นประจำในทุกๆวัน จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณรอบเข่าเกิดความแข็งแรงและยากต่อการถูกทำลายได้ นอกจากนั้น ควรที่จะควบคุมน้ำหนักตัวให้ได้ตามมาตรฐานดัชนีมวลกาย (BMI) และพยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการทำร้ายข้อเข่าต่างๆตามที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และปลอดภัยจากอาการปวดเข่าที่ทำร้ายร่างกายของเราได้

    แม้อาการปวดเข่าจะเป็นสิ่งที่หนุ่มสาววัยรุ่นและคนวัยทำงานทั้งหลายมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว และถือเป็นโรคของผู้สูงอายุมากกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคชนิดนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย หากมีนิสัยและการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นการดูแลเข่าตั้งแต่อายุยังน้อย จึงเป็นเครื่องมือป้องกันที่ดีที่จะช่วยให้คุณสามารถมีชีวิตที่สุขสมบูรณ์ได้