เลื่อนประจำเดือน

ยาเลื่อนประจำเดือน

ยาเลื่อนประจำเดือน

สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ ก็คือ การที่ผู้หญิงมีระบบสืบพันธุ์ที่สมบูรณ์ การมีประจำเดือน และการมีฮอร์โมนที่ควบคุมร่างกายในแบบฉบับของผู้หญิง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการตั้งครรภ์และเป็นการแพร่ขยายประชากรโลก แต่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะไม่เคยมีปัญหากับสิ่งเหล่านี้ หลายคนเกิดปัญหาทุกเดือนของการมีประจำเดือน หลายคนไม่สามารถควบคุมระดับฮอร์โมนในร่างกายได้ หรือแม้แต่ไม่สามารถมีลูกได้ ดังนั้น การมีความรู้เกี่ยวกับระบบการสืบพันธุ์ของตนเองจึงเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง

สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นปัญหาในการดำรงชีวิตของผู้หญิง ก็คือ ประจำเดือน แม้ว่าประจำเดือนจะเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ในบางเวลาก็เป็นสิ่งที่ผู้หญิงอยากจะเอาออกไปจากตัวเอง เพราะในทุกเดือนจะคอยกวนใจและเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตของผู้หญิงอยู่เสมอ

ไม่เพียงแค่อาการปวดท้องที่หลายคนต้องพบเจอเพียงเท่านั้น แต่การทำกิจกรรมต่างๆก็อาจจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ยิ่งผู้หญิงคนไหนวางแผนเที่ยว แผนเดินทางที่ต้องทำกิกรรมหนักๆ ต้องลุยน้ำ หรือทำกิจกรรมในน้ำแล้วละก็ แผนที่วางไว้ทั้งหมดจะต้องเปลี่ยนไปหรือถูกยกเลิก เพราะมีประจำเดือนคอยขัดขวางอยู่นั่นเอง

การแก้ไขปัญหาการมีประจำเดือนในระหว่างที่เราไม่ต้องการในความเป็นจริงก็มีอยู่หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือการกินยาเลื่อนประจำเดือนออกไป ซึ่งการจะวางแผนเผื่อเลือกวิธีแก้ไขก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละบุคคล ซึ่งหากใครที่คิดจะเลือกใช้วิธีการเลื่อนประจำเดือนออกไปด้วยยา ขอแนะนำให้ลองอ่านบทความนี้ก่อนที่จะสินใจนะคะ

ยาเลื่อนประจำเดือน เป็นหนึ่งในวิธีสากลที่มีไว้เพื่อเลื่อนระยะเวลาการเกิดประจำเดือน ออกไป ทำให้แผนชีวิตของเราลื่นไหล และไม่ต้องมีประจำเดือนมากวนใจ แต่อย่างที่รู้ว่าการเลื่อนประจำเดือน เป็นสิ่งที่ฝืนธรรมชาติ แล้วการฝืนสิ่งที่ควรจะเป็นจะมีผลร้ายต่อร่างกายมากแค่ไหนกัน

ยาเลื่อนประจำเดือน

ยาเลื่อนประจำเดือน — ภาพจาก : http://www.mamaexpert.com/posts/content-3573

ยาที่มีผลต่อการเลื่อนประจำเดือนให้มาช้าลงมีใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยตัวยาที่สำคัญที่มีผลให้ประจำเดือนเลื่อนออกจากเวลาที่ควรเป็น ก็คือ นอร์เอทีสเตอโรน (Norethisterone) หรือ ปรีโมลุทเอ็น (Primolut® N) ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนนั่นเอง

ทั้งนี้ การเลือกทานยาในแต่ละบุคคลก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากใครใช้ได้ ใครห้ามใช้ ต้องรู้

หนึ่งในกลุ่มบุคคลที่ไม่ควรอย่างยิ่งในการใช้ยาเลื่อนประจำเดือน ก็คือ หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากยาเลื่อนจำเดือนจะทำให้ทารกในครรภ์ที่เป็นเพศหญิงมีพัฒนาการของอวัยวะเพศผิดแปลกไปจากเดิม หรือมีอวัยวะคล้ายเพศชายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้ยานี้ตอนที่ทารกมีอายุครรภ์ตั้งแต่เดือนครึ่งขึ้นไป จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปกว่าเดิม นอกจากนี้ กลุ่มผู้หญิงที่กำลังให้นมบุตร ก็ไม่ควรรับประทานยากลุ่มนี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากตัวยาสามารถออกมากับน้ำนม และทำให้บุตรของคุณได้รับฮอร์โมนที่ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็นได้

ส่วนผู้หญิงคนไหนที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือเคยมีประวัติการเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดหัวใจ ก็ไม่ควรรับประทานยาเลื่อนประจำเดือนเช่นกัน เพราะจะยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอาการหลอดเลือดอุดตันได้ เช่นเดียวกันกับคนที่เคยป่วยเป็นโรคตับ ยาเลื่อนประจำเดือนจะทำให้ตับทำงานแย่ลง และเกิดการสะสมภายในร่างกายได้

อย่างไรก็ตามหากจำเป็นที่จะต้องใช้ยาตัวนี้จริงๆ ก็ต้องรู้ถึงวิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง ซึ่งยาเลื่อนประจำเดือนควรรับประทานอย่างน้อย 3 วัน ก่อนวันที่คาดว่าจะมีประจำเดือน และรับประทานต่อเนื่องไปจนกว่าจะพ้นช่วงที่คุณไม่ต้องการที่จะมีประจําเดือน เนื่องจากหลังจากหยุดใช้ยา ประจำเดือนก็จะมาหลังจากหยุดยา 2-3 วัน ทั้งนี้การเลื่อนประจำเดือนก็เหมือนเป็นการ Restart รอบเดือนใหม่ ในเดือนถัดไป ประจำเดือนก็จะมาในช่วงเวลาใหม่ ดังนั้น การเลื่อนประจำเดือนจึงมีผลกระทบทำให้การมาของประจำเดือนเปลี่ยนไปจากเดิมด้วย

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ต้องพึงระวังสำหรับคนที่รับประทานยาเลื่อนประจำเดือน ก็คือ หากใครที่หยุดยาเกิน 1 สัปดาห์ แต่พบว่าประจำเดือนยังไม่มา แสดงว่าเริ่มเกิดอาการผิดปกติกับคุณแล้ว ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงโดยด่วน นอกจากนี้ ต้องรับรู้ไว้ว่า…การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัย ก็คือ สามารถรับประทานยาเลื่อนประจำเดือน ไปพร้อมกันกับยาคุมกำเนิดได้หรือไม่ คำตอบก็คือ สามารถใช้ยา 2 ตัวนี้พร้อมกันได้แต่ควรใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น และควรปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมา

ในส่วนของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรับประทานยาเลื่อนประจําเดือนบ่อยๆอาจเกิดได้ในผู้หญิงบางราย อาการที่เกิดขึ้น เช่น การปวดศีรษะ เต้านมคัดตึง คลื่นไส้ รวมไปถึงการมีประจำเดือนแบบกระปิดกะปรอย หรือประจำเดือนมาๆขาดๆได้

ก่อนจะใช้ยาเลื่อนประจำเดือนจึงควรคิดอย่างรอบคอบ ชั่งใจทั้งข้อดีและข้อเสียที่จะเกิดขึ้นตามมา หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้จริงๆก็ต้องใช้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง รับประทานอย่างพอเหมาะ และอ่านคู่มือคำแนะนำอย่างละเอียด ก็จะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากยาขนิดนี้ได้

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *