เสียวฟัน…ป้องกันได้

เสียวฟัน...ป้องกันได้

    ใครบ้าง? ที่เวลารับประทานอาหารที่เย็นๆหรือรสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดทีไร มีอันต้องรู้สึกเสียวฟันทุกที ถ้าหากคุณกำลังเป็นหนึ่งในกลุ่มคนประเภทนี้อยู่ละก็ แนะนำให้ลองอ่านบทความต่อไปนี้ดูค่ะ เพราะอาจจะทำให้คุณค้นพบวิธีที่จะช่วยทำให้การรับประทานอาหารของคุณกลับมามีความสุขได้อีกครั้งหนึ่ง

เสียวฟัน...ป้องกันได้

ภาพจาก : http://2013.dentalblissbangkok.com/DentalArticles/2013 เสียวฟัน…ป้องกันได้

    อาการเสียวฟันเป็นอาการหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆคนที่ขาดการดูแลสุขภาพฟันที่ดี และส่งผลกระทบให้การรับประทานอาหารไม่อร่อยเท่าที่ควรจะเป็น แต่อาการดังกล่าวก็ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงอะไร และมีวิธีการที่จะป้องกันไม่ให้เกิด ‘อาการเสียว’ ได้ด้วย จะเป็นอะไรนั้น มาดูกันเลย

    ถ้าหากเมื่อใดที่การรับประทานอาหารเย็นๆอย่างไอศกรีมหรือน้ำแข็งของคุณมีอันต้องเกิดความเจ็บปวดจากอาการเสียวฟัน หรือการรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่ที่มีรสเปรี้ยวหรือหวานและรู้สึกไม่สบายหรือมีความเจ็บปวดแปล๊บๆ จี๊ดๆในช่วงเวลาสั้น ๆแล้วละก็ คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน ซึ่งอาการเหล่านี้นับเป็นหนึ่งสัญญาณสำคัญที่กำลังบ่งบอกให้คุณรู้ว่าฟันของคุณต้องมีความผิดปกติอะไรบางอย่างเกิดขึ้นซะแล้วละ

    โครงสร้างของฟันที่มีสุขภาพดีมักจะมีเคลือบฟันคอยห่อหุ้มหรือโอบอุ้มเนื้อฟันข้างในอยู่ แต่เมื่อมีอะไรบ้างอย่างมาทำลายส่วนที่อยู่ภายนอกนี้ออก ก็มักจะส่งผลให้คุณเกิดอาการสะดุ้งทุกๆครั้งที่รับประทานอาหารที่มีอุณหภูมิเย็นๆ

    อาการเสียวฟันมีสาเหตุเกิดขึ้นได้จากการที่เนื้อเยื่อฟันแข็งบริเวณรากฟันถูกเปิดออก ไม่ว่าจะมีเหตุผลมาจากอาการเหงือกร่นหรือการเจ็บป่วยอื่นๆ ซึ่งโดยปกติแล้วเนื้อเยื่อฟันแข็งนี้มักจะมีเหงือกและเคลือบฟันคอยเป็นเกาะกำบังรอบฟันและทำหน้าที่ปกป้องรักษาเนื้อเยื่อฟันแข็งเหล่านี้อยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประกอบกับการขาดการดูแลรักษาสุขภาพภายในช่องปาก ก็อาจส่งผลให้เหงือกและเคลือบฟันที่ทำหน้าที่เป็นปราการด่านสำคัญนี้เสื่อมคุณภาพลงไป เนื้อเยื่อฟันแข็งนี้จึงเกิดการสึกกร่อนและบางลง ไปตามกาลเวลา

    ประสิทธิภาพการปกป้องเนื้อเยื่อฟันที่ต่ำลงจะส่งผลให้เกิดอาการเหงือกร่นเมื่อคุณมีอายุมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่สาเหตุสำคัญที่ทำให้ส่วนเนื้อเยื่อแข็งบริเวณรากฟันถูกเปิดออก และการที่ส่วนสำคัญเช่นนี้ถูกเปิดออกจะส่งผลให้รูและท่อจำนวนมากที่เป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อฟันแข็งตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและอาหารบางอย่างได้ผิดปกติไป ของเหลวหรืออาหารจึงสามารถเคลื่อนที่เข้าไปในท่อเนื้อฟัน และไปกระตุ้นปลายประสาทให้เกิดความรู้สึกปวดเสียวฟันแปล๊บๆ จี๊ดๆหรือที่เรียกกันทั่วๆไปว่า ‘เสียวฟัน’ นั่นเอง

เสียวฟัน...ป้องกันได้

ภาพจาก : http://club.sanook.com/39159 เสียวฟัน…ป้องกันได้


    บางท่านอาจมีคำถามในใจว่า “อาการเสียวฟันที่เป็นอยู่นี้มีอันตรายร้ายแรงมากแค่ไหน” “จะส่งผลอะไรต่อสุขภาพภายในช่องปากหรือไม่” ซึ่งคำตอบก็คือ อาการเสียวฟันในเริ่มแรกเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนที่คอยบ่งบอกให้คุณรู้ว่า “ฟันเริ่มมีปัญหาแล้ว” แต่ถ้าคุณยังไม่รีบแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่อื่นๆตามมา และบดบังความอร่อยและความสุขในการรับประทานอาหารจานโปรดของคุณให้ลดลงได้อย่างแน่นอน

    รู้แบบนี้แล้ว เมื่อเกิดอาการเสียวฟันก็อย่ามัวแต่นิ่งนอนใจ ทางที่ดีที่สุดก็คือการเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบความผิดปกติภายในช่องปาก หลังจากนั้นทันตแพทย์ก็จะประเมินปัญหาการเสียวฟันที่เกิดขึ้นและดำเนินการรักษา ซึ่งวิธีที่นิยมใช้ก็มีหลายแบบ ตั้งแต่การลองเปลี่ยนยาสีฟันที่ช่วยลดอาการเสียวฟันเป็นพิเศษ การให้ยาที่เป็นเจลฟลูออไรด์หรือน้ำยาฟลูออไรด์ การเปลี่ยนแปรงสีฟันที่มีขนแปรงนิ่มเพื่อลดการสึกกร่อนของคอฟัน การฝึกการแปรงฟันที่ถูกวิธีเพื่อลดปัญหาเหงือกร่น คอฟันสึก หรือรากฟันโผล่ หรือหากเป็นกรณีที่อาการเสียวฟันเกิดจากเหตุผลของการนอนกัดฟันก็จะต้องมีการใส่เครื่องมือป้องกันขณะนอนหลับเพื่อลดการสึกของฟันด้วย

    นอกจากนี้ หากยังไม่อยากให้การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มของคุณต้องลดความเอร็ดอร่อยลง ก็มีแนวทางที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการเสียวฟันได้เช่นกัน ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆโดยการหมั่นดูแลรักษาสุขภาพฟันและเหงือกให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเคลือบฟันถูกทำลายไป เช่น การแปรงฟันให้สะอาดอย่างถูกวิธีเพียงแค่วันละ 2 ครั้ง การเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนนุ่มไม่ทำร้ายเคลือบฟัน การแปรงฟันอย่างเบามือ การหมั่นทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน การหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยวหรือน้ำอัดลมที่อัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์บ่อยๆ หรือหากต้องการจะรับประทานอาหารเช่นนี้จริงๆ ก็ควรดื่มน้ำเปล่าหรือบ้วนปากตามให้มากๆ นอกจากนี้ การแปรงฟันทันทีหลังจากทานอาหารเปรี้ยวๆเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะในตอนนั้น ช่องปากจะมีสภาพเป็นกรดค่อนข้างสูง การแปรงฟันทันทีจะยิ่งส่งผลให้ฟันสึกได้มากยิ่งขึ้น
การหมั่นเข้าพบทันตแพทย์อย่างเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟัน ประกอบกับการดูแลสุขภาพภายในช่องปากตามวิธีที่กล่าวข้างต้น น่าจะเป็นหนทางที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง มีลมหายใจที่หอมสดชื่น และรับประทานอาหารได้อร่อยมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ