[โรคซึมเศร้า] โรคเงียบที่ฆ่าคนทั้งเป็น

[โรคซึมเศร้า] โรคเงียบที่ฆ่าคนทั้งเป็น

    ทราบหรือไม่ว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วถึงร้อยละ 5 หรือรวมกันกว่า 3 ล้านคน ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมถึงคนที่ไม่รู้ตัวเองว่าป่วยและไม่ได้เข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาลด้วย ที่สำคัญปริมาณผู้ป่วยยังมีมากขึ้นตามสภาพความเครียด หรือภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำด้วย ทำให้สถานการณ์โรคซึมเศร้าในประเทศไทยกลายเป็นปัญหาที่ถูกจับตามองไม่แพ้กับโรคอื่นๆ เพราะเป็นปัญหาที่ทำให้คนเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมากถึงร้อยละ 60

    ด้วยความกดดัน บีบคั้น และดิ้นรน ทำให้คนในปัจจุบันขาดความสุขไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อความสุขเริ่มหดหายไปเรื่อยๆ ความทุกข์ก็เข้ามาแทนที่จนเบียดบังเอาความสุขออกไปจนหมด ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือ คนเหล่านี้อาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกอย่างไร ไม่รู้วิธีการแก้ไขที่ถูกวิธี และในบางรายก็ลงท้ายด้วยการ
ฆ่าตัวตายเพื่อจบปัญหา ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเศร้าสลดอย่างมากในสังคมของเรา หากไม่ต้องการจะมีจุดจบเช่นนี้ มาทำความรู้จักกับโรคซึมเศร้ากันสักนิดดีกว่า เพราะสิ่งนี้น่าจะช่วยให้คุณรู้ตัว และเอาตัวออกห่างจากสภาวะที่น่าเป็นกังวลนี้ได้

 

ตรวจเช็คสภาพจิตใจ

    การจะทราบว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ ต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจตัวเองให้ได้ก่อน ลองอยู่กับตัวเองเงียบๆสักพักเพื่อทบทวนว่าตัวคุณนั้นมีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มาลองสำรวจตัวเองและประเมินเหตุการณ์ไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

1. รู้สึกจิตใจหม่นหมอง(เกือบตลอดทั้งวัน) หรือไม่

2. รู้สึกเป็นทุกข์จนอยากร้องไห้

3. รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก

4. รู้สึกไม่มีความสุข หมดสนุก กับสิ่งที่เคยชอบและเคยทำ

5. รู้สึกผิดหวังในตนเอง และโทษสิ่งที่เกิดขึ้น

6. รู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเอง

7. รู้สึกอยากอยู่คนเดียวไม่อยากสุงสิงกับใคร

8. รู้สึกตนเองไม่มีคุณค่า

9. คิดอะไรไม่ออก

10. หลงลืมง่าย

11. คิดอะไรได้ช้ากว่าปกติ

12. ทำอะไรอืดอาด เชื่องช้ากว่าปกติ

13. รู้สึกอ่อนเพลียง่ายเหมือนไม่มีแรง

14. รู้สึกเบื่ออาหาร กินได้น้อยกว่าเดิม

15. นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ หลับไม่สนิท    

    ถ้าคุณตอบว่าคุณ มี‘ อาการตามหัวข้อนี้ตั้งแต่ 6 ข้อขึ้นไป แสดงว่า คุณกำลังเป็นคนหนึ่งที่ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าแล้วละ อย่าเพิ่งตกใจไป มาดูกันดีกว่าว่าต้องทำตัวอย่างไรจึงจะหายกับมาเป็นอย่างเดิม

[โรคซึมเศร้า] โรคเงียบที่ฆ่าคนทั้งเป็น

ภาพจาก : http://www.goosiam.com/health/html/0008658.html [โรคซึมเศร้า] โรคเงียบที่ฆ่าคนทั้งเป็น


 

    เมื่อทราบความเปลี่ยนแปลงของตัวเองแล้วต้องพยายามทำความเข้าใจก่อนว่า การที่คุณเป็นเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนอ่อนแอหรือไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพียงหนึ่งในการเจ็บป่วยทางจิตใจที่ใครๆก็เป็นได้ทั้งนั้น หากตกอยู่ในสภาวะที่เอื้อต่อการเกิดอาการเช่นนี้
และอาการเจ็บป่วยดังกล่าวก็สามารถรักษาให้หายได้ เพียงแต่ต้องเปิดใจ และปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด พร้อมกับการอาศัยความร่วมมือจากคนรอบข้าง เพื่อช่วยส่งเสริมให้อาการที่คุณเป็นอยู่หายไปได้เร็วขึ้น และไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

    แล้วโรคซึมเศร้าเกิดจากอะไร ? โรคนี้เป็นความผิดปกติของสารเคมีในสมองที่มีชื่อว่า เซโรโทนิน (Serotonin)” เมื่อสารตัวนี้มีปริมาณลดลง จะทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกท้อแท้ หงอยเหงา เบื่อหน่าย รู้สึกไม่สนุกสนานกับชีวิต ฝันร้าย นอนไม่หลับ หรือสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง ซึ่งอาการเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อความสามารถในการทำงานที่ลดน้อยลง รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันที่ไร้ความสุขด้วย

    แล้วสาเหตุที่ทำให้สารในสมองที่สำคัญตัวนี้ลดน้อยลงเป็นเพราะอะไร ส่วนหนึ่งเกิดมาจากการถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมจากพ่อแม่สู่ลูก แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ สภาวะแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดความผิดหวัง ความท้อแท้ ขาดที่ปรึกษา ซึ่งมีผลให้สภาพจิตใจบอบช้ำและเกิดเป็นปัญหาที่สะสมเรื้อรัง จนเป็นเหตุให้เกิดฌรคซึมเศร้าได้ในที่สุด

ผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าจะมีลักษณะที่ผิดปกติไปจากที่เคยเป็น พวกเขาจะชอบเก็บตัว ทำอะไรแบบย้ำคิดย้ำทำ เซื่องซึม เชื่องช้า หรือชอบพูดเปรยว่าถ้าไม่มีเขาอะไรๆก็คงจะดีกว่านี้ อาการลักษณะนี้ในช่วง 2-3 เดือนแรก ถือเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด เพราะมีสิทธิที่ผู้ป่วยจะคิดสั้นและฆ่าตัวตายได้สูงมาก แต่ถ้าพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้แล้ว อาการก็จะทุเลาลง อย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้าอาจจะกำเริบขึ้นมาได้ทุกเวลา หากผู้ป่วยมีปัญหาทางจิตใจ และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี

    ทั้งนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการทางร่างกายอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ ใจสั่น ปวดหลัง ชา ร้อนตามตัว ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากสาเหตุ คิดไปเอง ซึ่งเมื่อโรคซึมเศร้าดีขึ้น อาการทางร่างกายเหล่านี้ก็จะดีขึ้นเองตามลำดับ

    การช่วยเหลือผู้ป่วยด้านจิตใจเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังคงต้องพึ่งพาญาติหรือครอบครัว เพื่อนำตัวผู้ป่วยมาพบแพทย์ในแต่ละครั้ง ซึ่งทั้งความเข้าใจและความดูแลเอาใจใส่ จะเป็นยารักษาโรคอย่างดีที่มีผลทำให้ผู้ป่วยกลับสู่สภาวะปกติได้ดังเดิมอีกครั้ง

      การรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอาจต้องใช้เวลารักษาอยู่หลายเดือน มีการติดตามอาการ ทานยา และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้ทานยานานกว่า 6 เดือน ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้อาการกลับมากำเริบอีกครั้งนั่นเอง