โรคเหงือก ปัญหาร้ายที่รอไม่ได้

    นอกจากปัญหาเรื่องฟันแล้ว ปัญหาเรื่องเหงือกก็เป็นอีกปัญหาหนี่งที่รอไม่ได้เช่นกัน และถือเป็นปัญหาที่พบมากที่สุดปัญหาหนึ่ง แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือ ประชากรโลกกว่า 90% กำลังเป็นโรคเหงือกกันอยู่ มากบ้างน้อยบ้างคละกันไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยจะรู้ตัวว่าตัวเองเป็นเสียเท่าไหร่
ต้องรอให้มีอาการหนักก่อน ถึงจะไปหาหมอ แต่พอถึงเวลานั้นก็อาจจะสายไปเสียแล้ว

    การปล่อยให้ตัวเองเป็นโรคเหงือกเรื้อรังไปเรื่อยๆ นานๆ เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย เพราะจะทำให้ปัญหาโรคเหงือกมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และอาจส่งผลให้ถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว

    หากคุณไม่อยากเป็นคนหนึ่งที่ต้องพบเจอกับปัญหาโรคเหงือก ก็ต้องเรียนรู้ถึงสาเหตุ อาการของโรค และวิธีการป้องกันแก้ไขไว้เสียแต่เนิ่นๆ
ความรู้เหล่านี้จะช่วยป้องกันคุณจากความเจ็บปวดจากโรคเหงือกได้ และยังทำให้คุณไม่ต้องเสียชีวิตจากโรคร้ายแรงอื่นๆที่สามารถติดเชื้อได้เนื่องจากการเป็นโรคเหงือกด้วย

โรคเหงือก ปัญหาร้ายที่รอไม่ได้
ภาพจาก : http://2013.dentalblissbangkok.com/DentalArticles/2013/08/%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81/ โรคเหงือก ปัญหาร้ายที่รอไม่ได้


    โรคเหงือก สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้

     1) เหงือกอักเสบ

    เป็นอาการเริ่มต้นของโรคเหงือก อาการที่ว่านี้สังเกตได้จากสีของเหงือก โดยหากคุณเป็นโรคเหงือกอักเสบ เหงือกจะเปลี่ยนจากสีชมพูสดใสกลายเป็นสีแดงหรือแดงเข้ม บางรายอาจเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำเลยทีเดียว เมื่อใช้นิ้วกดดู เหงือกจะหนา เต่ง กดแล้วนิ่มยวบ เวลาแปรงฟันจะพบอาการเลือดออกได้ง่ายๆ เพียงแค่แปรงสีฟันสัมผัสไปโดน ก็ทำให้เกิดเลือดออกได้แล้ว อย่างไรก็ตาม โรคเหงือกอักเสบสามารถรักษาให้หายได้ เพียงแค่รู้จักการดูแลรักษาความสะอาดของเหงือกและฟันอย่างถูกต้อง ทั่วถึง และสม่ำเสมอ

 

    2) ปริทันต์อักเสบ

    อาการปริทันต์อักเสบ เป็นอาการที่ต่อเนื่องจากโรคเหงือกอักเสบ แต่เป็นอาการที่หนักมากขึ้นจนเกิดการละลายตัวของกระดูกที่หุ้มรากฟัน ฟันของเราจึงเกิดการโยกคลอนได้ง่าย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ฟันก็จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ และต้องถอนฟันทิ้งในที่สุด ลักษณะที่เห็นได้ง่ายของปริทันต์อักเสบ ก็คือเหงือกร่น ฟันโยก มีกลิ่นปากที่รุนแรง และเหงือกมีเลือดออกง่ายมาก

    ปริทันต์อักเสบที่รุนแรง มีความสัมพันธ์กับโรคร้ายแรงอีกหลายโรค เนื่องจากแบคทีเรียในช่องปากมีโอกาสเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางแผลบริเวณเหงือก ทำให้เกิดโรคร้ายแรงหลายโรค ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบรูห์มาตอย โรคปอดอักเสบ และยังอาจส่งผลแทรกซ้อนต่อการตั้งครรภ์ของคุณแม่ เช่น คลอดก่อนกำหนด ทารกแรกคลอดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ได้อีกด้วย

    จะเห็นได้ว่า โรคเหงือกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หากคุณยังขาดการดูแลช่องปากทั้งเหงือกและฟันอย่างถูกวิธี ก็มีโอกาสเกิดโรคต่างๆนี้ได้เสมอ หากยังไม่อยากต้องโชคร้ายกลายเป็นผู้ป่วยแบบนี้ ก็ต้องหาวิธีป้องกันที่ถูกวิธี ดังต่อไปนี้

1. แปรงฟันให้ถูกวิธี

การแปรงฟันให้ถูกวิธีเป็นเรื่องสำคัญ อย่าสักแต่ว่าได้แปรงแล้ว แต่ต้องมั่นใจว่าการแปรงฟันสามารถทำความสะอาดฟันทุกซี่ได้อย่างทั่วถึง หากไม่มั่นใจหรือมีบางส่วนที่ยากต่อการทำความสะอาดก็ให้ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดระหว่างซอกฟันทุกซี่อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ไหมขัดฟันจะเป็นตัวการสำคัญในการกำจัดเศษอาหารที่อยู่ในซอกฟันลึกๆได้อย่างหมดจด และช่วยกำจัดคราบแบคทีเรียหรือไบโอฟิล์มออก เพราะคราบไบโอฟิล์มนี้เองเป็นต้นเหตุของโรคฟันและโรคเหงือกจากสารพิษที่แบคทีเรียปล่อยออกมา

 

 

2. เลือกน้ำยาบ้วนปากที่เหมาะสม

นอกจากการแปรงฟันหรือการใช้ไหมขัดฟันแล้ว การบ้วนปากด้วยน้ำยาที่เหมาะสมก็สามารถลดปัญหาที่ว่านี้ลงไปได้เช่นกัน เนื่องจากน้ำเป็นของเหลวจึงสามารถซอกซอนไปได้ตามพื้นผิวทั่วไปในช่องปาก อย่าพิจารณาเลือกซื้อน้ำยาบ้วนปากจากสี กลิ่น หรือรสชาติที่ชอบแต่เพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้มีประสิทธิภาพในการรักษาช่องปากตามที่ต้องการได้ น้ำยาบ้วนปากที่ดีควรมีการผสมสารระงับเชื้อหรือสารแอนตี้แบคทีเรียซึ่งช่วยลดเหงือกอักเสบได้ สารเหล่านี้จะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเหงือกที่หลงเหลืออยู่หลังจากการแปรงฟัน นอกจากนี้ ยังกำจัดแบคทีเรียในบริเวณอื่นๆ เช่น เหงือก ลิ้น กระพุ้งแก้ม เพดานปาก และซอกระหว่างฟันได้อีกด้วย

เคยมีงานวิจัยหนึ่งทำการสำรวจการการใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ 4 ชนิด ผลการทดลองพบว่า
หลังการแปรงฟันต่อเนื่องเป็นประจำ
กลุ่มผู้ทดสอบมีปริมาณเหงือกอักเสบน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้ถึง
5 เท่า
ดังนั้น การเลือกน้ำยาบ้วนปากจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการป้องกันโรคเหงือก

 

    หากคุณรู้จักการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ทำอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ และหมั่นเข้าพบทันตแพทย์ทุกๆ 6-12 เดือน เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของช่องปาก ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเหงือกที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ได้ เมื่อสุขภาพช่องปากดี ก็ย่อมส่งผลให้คุณมีบุคลิกภาพที่ดีด้วย ความมั่นใจในการพบเจอหรือพูดคุยกับคนรอบข้างก็จะดีขึ้น สุขภาพก็จะแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นจากอาการเหงือกอักเสบก็จะเกิดขึ้นได้ยาก เมื่อทุกอย่างดี ชีวิตของคุณก็จะต้องมีความสุขมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน