ใครๆก็ไม่อยาก ‘หัวล้าน’

ใครๆก็ไม่อยาก ‘หัวล้าน’

    ผู้ชายเป็นเพศที่มีความเสี่ยงในการเกิดหัวล้านได้มากกว่าผู้หญิง เนื่องมาจากปัจจัยกระตุ้นทั้งจากกรรมพันธุ์หรือพันธุกรรมที่ได้รับเป็นมรดกตกทอดมาจากรุ่นพ่อแม่ นอกจากนี้อาจจะเป็นเหตุผลมาจากฮอร์โมนเพศชายเองในร่างกาย ที่ล้วนมีผลกระทบให้เกิดอาการผมหลุดร่วงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ชายจะมีความเสี่ยงที่จะหัวล้านได้ตั้งแต่อายุ 21 ปี ไปจนถึงอายุ 35 ปี โดยจะมีสัญญาณเตือนเริ่มแรกเป็นอาการผมร่วงที่มากกว่าปกติ จากนั้นผมก็จะเริ่มบางลงๆ จนกลายเป็น ‘คนหัวล้าน’ ในที่สุด

ใครๆก็ไม่อยาก ‘หัวล้าน’

ภาพจาก : http://www.washingtonpost.com/national/health-science/apps-help-users-track-the-flu-mens-health-offers-strategies-for-dealing-with-baldness/2013/10/28/0cb863ce-3b5c-11e3-b7ba-503fb5822c3e_story.html ใครๆก็ไม่อยาก ‘หัวล้าน’

    หากเป็นเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่ได้รับมาแบบรุ่นต่อรุ่น ก็คงเป็นเรื่องยากที่เราจะฝืนหรือแก้ไขไม่ให้เป็นไปตามนั้นได้ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่า Dihydrotestosterone หรือ DHT  ที่มีอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้ชายหนุ่มทั้งหลายมีผมที่บางลง ซึ่งจากการศึกษางานวิจัยก็ได้พบคำตอบว่า ร้อยละ 90 ของชายไทยจะประสบปัญหาผมร่วงและศีรษะล้านได้จากปัจจัยทั้งสองประการนี้ ซึ่งเป็นการยากที่ร่างกายจะควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นได้

    อย่างไรก็ตาม ยังพอมีหนทางที่จะช่วยชะลออาการผมร่วงหรือปัญหาหัวล้านได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

    เริ่มต้นด้วยวิธีการแรกกันก่อน ซึ่งก็คือ “การสระผม” การสระผมเป็นวิธีปฏิบัติที่ทุกคนจำเป็นจะต้องทำกันตลอดอยู่แล้ว แต่หากเรามีวิธีการดูแลเส้นผมขณะหรือหลังสระที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจมีผลให้เกิดอาการผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายมากขึ้น โดยการสระผมที่ดีนั้นไม่ควรสระทุกวัน เพราะสารเคมีจากแชมพูและครีมนวดผมมีความสามารถในการทำร้ายรากผม รวมทั้งน้ำมันธรรมชาติจากหนังศีรษะได้ ดังนั้นหากเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงการสระผมที่บ่อยจนเกินไป แต่ก็ไม่ใช่จะปล่อยทิ้งไว้เป็นสัปดาห์แล้วค่อยสระครั้งหนึ่งนะคะ เพราะนั่นก็คงจะนานเกินไปจนทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคได้ อย่างไรก็ตาม หากใครทนไม่ได้ที่จะไม่ทำความสะอาดผมในทุกวัน เพราะอาจจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งสกปรกอยู่ตลอดเวลา ก็แนะนำให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดเส้นผมสลับกับการสระผมแทน เพียงเท่านี้ก็ช่วยดูแลเส้นผมขั้นต้นได้แล้ว นอกจากนี้ หลังจากที่ทำความสะอาดเส้นผมด้วยการสระผมเสร็จ ก็ไม่ควรใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมแรงๆ หรือใช้ไดร์เป่าผมความร้อนสูงเป่าผมจนนานเกินไป แต่ควรใช้วิธีการซับผมเบาๆ ด้วยผ้าขนหนูเนื้อนุ่ม หรือปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติ ก็จะเป็นการถนอมให้เส้นผมอยู่กับคุณได้ยาวนานมากกว่า

ใครๆก็ไม่อยาก ‘หัวล้าน’

ภาพจาก : http://alphamalelifestyle.com/a-mans-guide-to-styling-hair/ ใครๆก็ไม่อยาก ‘หัวล้าน’



    
    นอกจากการสระผมแล้ว “การจัดแต่งทรงผม” ก็มีผลต่อการทำให้เกิดอาการหัวล้านก่อนวัยอันควรได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการหวีผมหรือการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม หากทำมากเกินความพอดีก็ล้วนแต่มีผลให้เกิดข้อเสียต่อคุณเองได้ทั้งสิ้น ผู้ชายที่ไว้ผมสั้นโดยปกติก็ไม่จำเป็นต้องใช้หวีผมเพื่อจัดแต่งทรงผมตลอดเวลาอยู่แล้ว หรือหากจำเป็นจะต้องใช้ก็ควรหวีอย่างเบามือ ไม่ดึงหรือกระชากเส้นผมแรงๆ เพราะอาจมีผลให้เส้นผมหลุดออกจากหนังศีรษะจนนำมาสู่อาการหัวล้านได้ ส่วนใครที่ชอบเซตผมบ่อยๆ ก็มีแววว่าคุณจะเกิดอาการหัวล้านได้ไวกว่าคนอื่น เพราะสารเคมีในผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีส่วนในการเข้าไปทำลายการเจริญเติบโตของรากผมและน้ำมันธรรมชาติในหนังศีรษะ การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้บ่อยๆ จะมีผลให้เส้นผมที่เคยแข็งแรงกลับอ่อนแอลง รากผมตาย จนในที่สุดก็จะไม่ผลิตเส้นผมเส้นใหม่ออกมาอีก

    มาถึงวิธีการต่อไป ก็คือ “การรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ วิธีการนี้จะเป็นการบำรุงเส้นผมจากภายใน ทำให้เส้นผมมีความแข็งแรง เปราะหรือขาดหลุดร่วงได้ยากขึ้น ซึ่งอาหารที่มีส่วนช่วยในการถนอมเส้นผมก็จะเป็นอาหารในกลุ่มปลาทะเลที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 (omega – 3 fatty acid) อาหารจำพวกถั่วหรืออัลมอนด์ที่ประกอบไปด้วยโปรตีนคุณภาพดี ผักใบเขียวซึ่งเป็นแหล่งของวิตามิน A และ วิตามิน C หรือไข่อาหารโปรตีนอีกชนิดที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 และไบโอตินซึ่งมีส่วนในการสร้างความแข็งแรงของเส้นผม เป็นต้น ซึ่งถ้าหากคุณสามารถรับประทานอาหารในกลุ่มที่กล่าวมานี้ได้อย่างครบถ้วนและเพียงพอ ก็น่าจะช่วยยืดระยะเวลาของเส้นผมบนหนังศีรษะให้อยู่ติดตัวคุณไปได้อย่างยาวนานมากกว่าเดิม

    หากคุณคิดว่าวิธีการที่กล่าวมาข้างต้นนี้อาจจะยากสำหรับคุณจนเกินไป ก็คงเหลือทางเลือกสุดท้าย นั่นก็คือ “การตัดผมให้สั้นลง” เพราะน้ำหนักของเส้นผมที่ยาวจะดึงรั้งรากผมมากขึ้น จนทำให้ผมด้านบนของคุณบางลงทุกที อีกทั้งผมที่ยาวก็ยังต้องการสารอาหารจำนวนมากเพื่อไปดูแลเส้นผมตลอดทั้งเส้น ซึ่งหากคุณได้รับอาหารหรือดูแลมันไม่ดีเพียงพอ ก็ย่อมมีโอกาสที่ผมจะขาดหลุดร่วงสูงขึ้น

    ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการง่ายๆที่จะช่วยให้คุณมีผมที่ดกดำยาวนานขึ้น ลองนำวิธีดังกล่าวไปปฏิบัติกันดูนะคะ เพราะหากคุณทำได้จริงแล้วละก็ ปัญหา ‘หัวล้าน’ ก็คงไม่ใช่ปัญหาที่น่าหนักใจอีกต่อไป