ใช้ชีวิตให้สมดุลด้วยหลัก

ใช้ชีวิตให้สมดุลด้วยหลัก ‘หยิน-หยาง’

    สุขภาพที่แข็งแรงสามารถสร้างได้ด้วยการจัดสมดุลของการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ทั้งด้านวัฒนธรรมการกิน หรือการใช้ชีวิต ที่ล้วนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพได้อย่างน่ามหัศจรรย์ หลักการหยินหยางนี้ได้รับอิทธิพลโดยตรงมาจากคนจีน โดยเป็นความเชื่อที่ส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน หากใครต้องการจะพบกับความสมบูรณ์ของร่างกายอย่างแท้จริง การปฏิบัติตามหลักหยินหยางก็น่าจะช่วยให้คุณบรรลุเจตนารมณ์ตามที่มุ่งหวังไว้ได้

    การจัดสมดุลร่างกายตามหลักหยินหยาง จะต้องควบคุมให้ ‘หยิน (เย็น)‘ และ ‘หยาง (ร้อน)‘ มีความเท่ากัน หากมีอย่างใดอย่างหนึ่งที่มากหรือน้อยจนเกินไป ก็ย่อมจะทำให้เกิดโรคภัยได้ การรับประทานอาหารให้ถูกต้องตามหลักหยินหยาง มีวิธีการในการปฏิบัติตนได้ดังต่อไปนี้

    การกินอาหารทุกครั้งจะต้องเริ่มจากการสังเกตว่า สภาพร่างกายของตัวเองในขณะนั้นเป็นอย่างไร กล่าวคือ ถ้าสภาพร่างกายของเราร้อน ก็จะต้องรับประทารอาหารที่เป็น ‘หยิน’ ในทางตรงกันข้าม หากร่างกายของเราเย็น ก็จะต้องรับประทานของร้อนที่เรียกว่า ‘หยาง‘ ทั้งนี้ก็เพื่อปรับสมดุลของอุณหภูมิให้วิ่งเข้าสู่จุดกึ่งกลางความพอดีนั่นเอง

ใช้ชีวิตให้สมดุลด้วยหลัก ‘หยิน-หยาง’
ภาพจาก : http://yang-sheng.com/?p=10364 ใช้ชีวิตให้สมดุลด้วยหลัก ‘หยิน-หยาง’


    การที่ร่างการมี ‘หยินน้อย‘ หรือมีสารที่เป็นน้ำในร่างกายน้อย ก็จะทำให้บุคคลผู้นั้นมีอาการร้อนใน ปากแห้ง คอแห้ง หงุดหงิดง่าย ผิวแห้งเหี่ยว ฝ่ามือและฝ่าเท้าร้อน ซึ่งวิธีการแก้ไขก็ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ต้องเติมความเป็นหยินเข้าสู่ร่างกาย โดยการรับประทานผักและผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น สาลี่ แครอท หัวไชเท้า และงดอาหารรสเผ็ดที่มีผลต่อการขับน้ำออกจากร่างกาย ในทางกลับกัน หากร่างกายเกิดภาวะ ‘หยางพร่อง‘ หรือร่างกายมีความอบอุ่นน้อยลง ซึ่งจะทำให้บุคคลผู้นั้นมีอาการใบหน้าซีดเซียว ฝ่ามือและฝ่าเท้าเย็น รู้สึกหนาว และปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน วิธีการแก้ไขก็จะต้องเพิ่มความเป็นหยางเข้าสู่ร่างกาย ด้วยการรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน จำพวกเนื้อสัตว์ รังนก หรือซุปต่างๆ อย่างไรก็ตามการเพิ่มหยางจะต้องทำอย่างพอเหมาะพอดี หากบริโภคเข้าไปแล้วรู้สึกร้อนก็ให้หยุด เพราะถ้าไม่หยุดอาจมีผลทำให้เกิดอาการหน้าแดง ตาแดง โมโหง่าย หรือความดันโลหิตสูงได้

    นอกเหนือจากการปรับสมดุลอุณหภูมิด้วยอาหารแล้ว ยังต้องรู้จักเลือกรับประทานอาหารที่เข้ากัน เพื่อให้ระบบต่างๆภายในร่างกายทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ด้วย เพราะความเชื่อพื้นฐานของหลักการนี้กล่าวไว้ว่า “อาหารแต่ละชนิดจะมีกระบวนการย่อย ดูดซึมอาหาร เผาผลาญ และขับออกจากร่างกายที่แตกต่างกัน” หากรู้จักเลือก ก็ย่อมทำให้สุขภาพดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้

    ตัวอย่างการรับประทานอาหารให้เข้ากัน เช่น ไม่ควรทานแป้งพร้อมกับอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพราะน้ำตาลจะไปเป็นตัวขวางกันไม่ให้แป้งย่อยได้ง่าย ถ้าจะให้ดีจึงควรเลือกรับประทานขนมปังคู่กับเนย เนยถั่ว หรือชีสแทน
ส่วนอาหารประเภทโปรตีนก็ไม่ควรรับประทานคู่กับอาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลสูง เพราะโปรตีนจะหน่วงให้ระบบการย่อยและดูดซึมน้ำตาลเป็นไปได้ช้าลง ส่วนไขมันก็จะขัดขวางให้การย่อยโปรตีนช้าลงตามไปด้วย ส่วนใครที่ชอบรับประทานโปรตีนร่วมกันกับอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ก็ควรต้องพยายามหลีกเลี่ยงไว้ด้วย เพราะกรดในอาหารจะเข้าไปทำลายน้ำย่อยเปปซิน ทำให้การย่อยโปรตีนมีประสิทธิภาพที่ต่ำลง นี่เป็นเพียงคำแนะนำในการรับประทานอาหารเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งหากใครต้องการให้เป็นไปตามหลักหยินหยาง ก็ควรทำให้เคยชิน เพื่อที่จะได้มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้นได้

    ไม่ใช่เพียงการรับประทานอาหารเท่านั้นที่ต้องใส่ใจดูแลให้เป็นไปตามหลักหยินหยาง แต่การใช้ชีวิตประจำวันด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ก็จำเป็นต้องทำให้ถูกต้องด้วย ไม่ว่าจะเป็น การอาบน้ำอุ่นเล็กร้อนหรือดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆในตอนเช้าหลังการตื่นนอน เพื่อปรับสภาพร่างกายที่เคยเป็นหยินในช่วงเวลาของการพักผ่อนนอนหลับ ให้กลับมาอยู่ในความสมดุลมากขึ้น ส่วนการเลือกนอนตามทิศตามศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย ก็มีผลต่อสุขภาพและความเจริญรุ่งเรืองของเราได้เช่นกัน คนจีนส่วนใหญ่มักเชื่อว่า การนอนหันศีรษะไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้ ให้สัมพันธ์กับทิศของแรงแม่เหล็กโลก จะมีผลให้ร่างกายไม่สูญเสียพลังงานออกจากร่างกาย และทำให้เช้าวันใหม่ที่ตื่นขึ้นมามีความสดชื่นมากขึ้น และถ้าจะให้ดีก็ควรนอนแต่หัวค่ำ สักประมาณ 3 ทุ่ม และตื่นตอนเช้าเวลาไก่ขัน สักประมาณตี 4-5 การพักผ่อนในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมาได้อย่างเต็มที่ และทำให้คุณรู้สึกสดชื่นแจ่มใสมากกว่าการนอนดึกและตื่นสายอย่างแน่นอน

    ทฤษฎีความเชื่อเรื่องหยินหยาง ไม่ใช่ความเชื่อหลักลอยที่หาเหตุผลไม่ได้ แต่เป็นการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาผูกพันธนาการเข้ากับการใช้ชีวิตของคนในสังคม ทุกหลักการมีทฤษฎีที่คอยอธิบายถึงความเป็นมาและเป็นไปอย่างชัดเจน ทำให้คนที่ยึดหลักการหยิน-หยางในการดำเนินชีวิต มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงตามวิถีทางของธรรมชาติ

    หากคุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตผิดไปจากสิ่งที่ควรจะเป็นมานานแล้ว ก็ยังไม่สายที่จะลองปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตบางอย่างให้เป็นไปตามหลักการนี้ เพราะผลลัพธ์ที่รอคุณอยู่น่าจะช่วยให้คุณห่างไกลจากความเจ็บป่วยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว