ไขความลับการหลับใน

ไขความลับการหลับใน

   ช่วงเทศกาลวันหยุด เป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่จะมีเวลาที่จะได้กลับบ้านไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับคนในครอบครัว ซึ่งการขับรถกลับบ้านในระยะทางไกลอาจจะทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนหรือเกิดอาการหลับในได้ วันนี้เราจะมาไขความลับของกลไกที่ว่านี้ รวมถึงหาวิธีป้องกันให้เทศกาลหยุดยาวนี้เกิดความปลอดภัย และกลับถึงบ้านได้อย่างมีความสุขมากที่สุด

ไขความลับการหลับใน

ภาพจาก : http://ut.zerofatalities.com/prevention_drowsy.php ไขความลับการหลับใน


    สมองมีกลไกควบคุมการหลับและการตื่นในส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปธาลามัส” ส่วนสำคัญส่วนนี้จะทำหน้าที่ควบคุมจังหวะการตื่นและการนอนตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมง  ส่วนปัจจัยของเวลาและความอิ่มท้องจะเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นที่จะส่งผลให้มนุษย์รู้สึกตื่นตัวหรือง่วงนอนในช่วงเวลาดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม เราอาจจะกล่าวได้ว่า “อาการง่วงนอนอยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์” เพราะคุณไม่สามารถบังคับตัวเองให้ง่วงหรือไม่ง่วงในเวลาไหนก็ได้” ซึ่งหากเมื่อใดที่คุณเผลอวูบหลับไปเพียงไม่กี่วินาที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาของการขับรถ ก็เท่ากับการเอาชีวิตไปผูกไว้ความความเป็นความตายได้เลยทันที

    นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งกลไกที่ตอบสนองต่อการนอนว่าเพียงพอหรือไม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสารเคมีที่มีชื่อว่า “อดีโนซีน” สารเคมีตัวนี้จะหลั่งมาจากเซลล์สมอง โดยหากเป็นช่วงที่เราตื่นนอนจะมีการสร้างและสะสมของสารตัวนี้เพิ่มมากขึ้น จนถึงจุดหนึ่งก็จะเกิดอาการง่วงนอน แต่เมื่อเราได้นอนเซลล์สมองก็จะปลดปล่อยสารตัวนี้น้อยลงเรื่อยๆ และนั่นก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เราตื่นขึ้นมาในตอนเช้านั่นเอง

    ความผิดปกติของร่างกายเมื่อนอนน้อย จะส่งผลให้การตอบสนองของร่างกายลดลง และมีสมาธิที่ลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะการขับรถในเส้นทางยาวไกล หรือการจราจรที่มีรถหนาแน่นติดขัด ก็จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาหรือเกิดอุบัติเหตุได้บ่อยมากขึ้นไปอีก เนื่องจากสถานการณ์เช่นนี้บังคับให้คุณต้องนั่งอยู่กับที่เป็นระยะเวลานานๆ ไปไหนมาไหนไม่ได้ และต้องเพ่งสมาธิอยู่ที่ถนนเพียงอย่างเดียว ซึ่งการกระทำเหล่านี้ย่อมมีผลต่อการตอบสนองของร่างกายที่ผิดปกติไปจากเดิม และเป็นเหตุให้เกิดอาการ ‘หลับใน’ ได้นั่นเอง

     การหลับใน หรือ การหลับเป็นระยะสั้นๆเพียงหนึ่งหรือสองวินาที อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘Microsleep’ อาการที่ว่านี้เป็นปรากฏการณ์ที่อยู่ระหว่างการหลับและการตื่น ที่คนรอบข้างจะไม่สามารถสังเกตเห็นได้เลยว่าคนๆนั้นกำลังอยู่ในภาวะ Microsleep อยู่ เพราะหากพิจารณาจากลักษณะภายนอกแล้ว คนที่มีอาการดังกล่าวจะยังคงดูเหมือนคนปกติ เพียงแต่สมองของพวกเขาเหล่านั้นจะไม่สั่งงานไปชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะก่อให้เกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุทางท้องถนนได้นั่นเอง

    ที่นี้เรามาลองดูวิธีการที่จะช่วยทำให้คุณปลอดภัยจากเหตุการณ์เช่นนี้กันดีกว่า คำแนะนำที่ดีที่สุดหากคุณเริ่มรู้ตัวว่าง่วงนอน ก็คือ การอย่าพยายามฝืนขับรถต่อไป แต่ให้รีบมองหาที่พักเพื่อลงไปล้างหน้าล้างตา ยืดเส้นยืดสาย
หรือจอดหลับสักงีบ การได้งีบหลับเพียงแค่ประมาณ 10 นาที ก็จะช่วยทำให้คนที่ง่วงนอนสดชื่นขึ้นมาได้แล้ว แต่ถ้าใครไม่สะดวกที่จะงีบหลับ ก็อาจจะลองหาเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ หรือเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เป็นต้น มาเป็นตัวช่วยในการเรียกความกระปรี้กระเปร่าให้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งการที่เครื่องดื่มคาเฟอีนสามารถฟื้นความสดชื่นกลับมาได้ ก็เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของสารอดีโนซีน ซึ่งมีผลต่อการลดระดับของความง่วงในตัวเราได้นั่นเอง

ไขความลับการหลับใน

ภาพจาก : http://well.blogs.nytimes.com/2013/01/04/drowsy-drivers-pose-major-risks/?_r=0 ไขความลับการหลับใน

    อีกหนึ่งทางป้องกันที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากการใช้รถบนท้องถนน ก็คือ การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง หากคุณรู้ตัวว่าจะต้องเดินทางไกล ก็แนะนำให้คืนหรือสองคืนก่อนหน้านั้นได้รับการพักผ่อนที่เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง เพราะการที่ได้ชาร์ตพลังจากการนอนอย่างเต็มที่จะทำให้สมองมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขันขึ้นจริงก็จะทำให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที และช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดลงได้

    การรับประทานอาหารก็เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อการป้องกันการเกิดอาการหลับในได้ ซึ่งการรับประทานอาหารที่อิ่มเกินพอดี โดยเฉพาะในช่วงมื้อเที่ยงหรือตอนบ่ายจะส่งผลให้เกิดความง่วงที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็ย่อมมีผลให้เกิดอาการง่วงหลับในได้ง่ายกว่าเดิม ส่วนการขาดน้ำก็มีผลให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน เนื่องจากเมื่อใดที่ร่างกายขาดน้ำ จะทำให้มีอาการปวดหัวแบบไม่ทราบสาเหตุ มีอาการคลื่นไส้ ปากแห้งคอแห้ง อ่อนเพลีย สมาธิสั้น และทำให้เหนื่อยล้าได้ง่าย ซึ่งเมื่อประกอบกับการที่ต้องนั่งขับรถนานๆ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม

    การหลับในไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเกิดได้ในทุกครั้งที่เราขับรถ แต่เมื่อใดที่เราขาดความระมัดระวังหรือปฏิบัติตนอยู่ภายใต้ความประมาท ก็จะส่งผลให้เราตกอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้มากขึ้น หากคุณยังไม่อยากจะกลายเป็นผู้โชคร้ายที่ต้องจบชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางท้องถนน ก็ควรประพฤติตนให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้นเพียงเท่านี้ก็จะทำให้การเดินทางของคุณสมบูรณ์แบบได้แล้วละค่ะ