ไม่อ้วนเอาเท่าไร

    ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร มีผลผลิตทางการเกษตรที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ว่าจะท่องเที่ยวหรือเดินทางไปตามจังหวัดไหน ก็มักจะต้องมีของกินเลื่องชื่อหรือของฝากแสนอร่อยติดไม้ติดมือกลับมาด้วยทั้งนั้น และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ ก็คงพลาดไม่ได้เลยกับการได้ลองลิ้มชิมรสอาหารเมนูใหม่ๆอยู่เสมอ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อ้วนไปซะแล้ว

    ในขณะที่บางคนที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานเป็นอย่างมาก ก็มักจะผ่อนคลายอารมณ์และจิตใจด้วยการหาของอร่อยๆมาใส่ปากอยู่เสมอ รีวิวร้านอาหารเด็ดร้านอาหารโดนจึงมักเป็นสิ่งที่คนกลุ่มนี้โหยหา และถึงแม้ว่าจะหาทานยากเท่าไร แต่ถ้าอร่อยถึงใจ ก็คงไม่พลาดที่จะตามไปลิ้มลอง

ไม่อ้วนเอาเท่าไร
ภาพจาก : https://vividanimation.wordpress.com/2011/12/27/if-you-cant-make-me-skinny-please-make-my-friends-fat/ ไม่อ้วนเอาเท่าไร


    ด้วยพฤติกรรมรักการกินเช่นนี้ บวกกับการขาดการออกกำลังกายด้วยเหตุผลของคำว่าเหนื่อยเกินไป จึงทำให้ในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานจำนวนมากขึ้น และไม่ใช่เพียงแต่โรคอ้วนเท่านั้น พฤติกรรมการรับประทานตามใจปาก ยังส่งผลให้คุณประสบปัญหาในโรคอื่นๆได้อีกมากมายนับไม่ถ้วน

    หนึ่งในตัวการสำคัญที่ส่งผลให้หุ่นที่เคยสมส่วนห่างหายจากคุณไป ก็คือ การรับประทานอาหารที่มี “คอเลสเตอรอล” สูง ซึ่งส่วนประกอบของอาหารชนิดนี้แอบแฝงอยู่ในอาหารหลากชนิด ที่ล้วนแต่เป็นขอโปรดของคุณทั้งนั้น

    “ไขมันอิ่มตัวจากเนื้อหมู ไขมันอิ่มตัวจากเนื้อไก่ นมไขมันเต็ม เนย ชีส ไอศกรีม เค้ก คุ้กกี้ น้ำสลัดสำเร็จรูป น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว” กลุ่มอาหารเหล่านี้ล้วนประกอบไปด้วยไขมันอิ่มตัวที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของคุณได้ทั้งสิ้น อาหารจำพวกนี้เมื่อบริโภคเข้าไปแล้ว จะมีผลต่อการเพิ่มระดับไขมันไม่ดี (LDL) ในเลือด ซึ่งไม่ใช่แค่ความอ้วนเท่านั้นที่จะถามหาคุณ แต่โรคร้ายๆอย่าง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหัวใจ โรคความดัน ก็จะพลอยติดสอยห้อยตามกันมาด้วย

    ส่วนใครที่คิดว่าการทานไขมันที่ไม่อิ่มตัวจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่านั้น ก็ต้องระวังเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า ในอุตสาหกรรมอาหารบางอย่างจะได้มีการเปลี่ยนเอาไขมันที่ไม่อิ่มทั่วไปให้กลายไปเป็นไขมันอิ่มตัว เพื่อเพิ่มคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ไขมันตัวใหม่นี้จะเรียกว่า ‘ไขมันทรานส์’ ซึ่งเหมาะต่อการนำเอาไปทำเนยเทียมหรือเคลือบอาหารสำเร็จรูป อาหารจำพวกที่มีองค์ประกอบของไขมันทรานส์มาก ได้แก่ เบเกอรี่ที่มีมาการีนเป็นส่วนประกอบ ครีมเทียม คอฟฟี่เมท อาหารทอด ขนมกรุบกรอบต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการรับประทานไขมันทรานส์เข้าไปในปริมาณมาก ก็ส่งผลทำให้โคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ในร่างกายสูงขึ้นได้เช่นกัน อีกทั้งยังไปทำให้ไขมันชนิดดีในร่างกาย (HDL) ต่ำลงอีกด้วย เรียกได้ว่ามีผลเสียสองต่อเลยทีเดียว

    ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายบังคับให้ฉลากอาหารระบุปริมาณของไขมันทรานส์อย่างชัดเจน มีเพียงแค่การบังคับให้ระบุเฉพาะไขมันอิ่มตัวเท่านั้น เพราะฉะนั้น การดูเพียงแค่ฉลากอาหารเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่ครอบคลุมถึงความปลอดภัยได้ร้อยเปอร์เซนต์ หากคุณยังไม่รู้จักที่จะหักห้ามใจหรือหยุดพฤติกรรมตามใจปากที่กำลังเป็นกันอยู่ขณะนี้

    หากร่างกายได้รับไขมันชนิดไม่ดี (LDL) เข้าไปมากๆ ก็ย่อมส่งผลให้คุณเกิดภาวะอ้วนอย่างแน่นอน แต่นอกเสียจากความอ้วนที่ต้องเผชิญหน้าแล้ว ระดับ LDL ในเลือด ยังมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากไขมัน LDL จะทำหน้าที่เป็นตัวนำโคเลสเตอรอลทั้งหลายออกจากตับเพื่อเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อเซลล์เลือกใช้โคเลสเตอรอลที่ดีหรือที่ต้องการไปแล้ว โคเลสเตอรอลที่เหลืออยู่ในกระแสเลือดก็จะพอกพูนอยู่ตามผนังของหลอด การพอกสะสมนานวันเข้าจะทำให้หลอดเลือดเกิดการตีบแข็ง และทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดตามมา และเมื่อสายธารหล่อเลี้ยงร่างกายติดขัดหรือหยุดชะงัก ก็ย่อมมีผลต่ออวัยวะสำคัญอย่างเช่น หัวใจ สมอง ไต ทำให้เกิดเป็นโรคหัวใจขาดเลือด อัมพาต อัมพฤกษ์ ความดันเลือดสูง หรือไตวาย เป็นต้น ตามมาได้

    น่ากลัวไม่ใช่เล่นเลยใช่มั๊ยละคะ การพยายามควบคุมระดับไขมันในเลือดให้เหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่คุณห้ามมองข้ามไปเป็นอันขาด การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญมากๆที่จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณเกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้าย และไม่เพียงแค่น้ำหนักเท่านั้นที่เป็นสิ่งที่ควรเป็นกังวล แต่ผลเลือดที่บ่งบอกปริมาณไขมันตัวร้ายอย่าง LDL ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเช่นกัน

    มาตรฐานระดับของไขมัน LDL ที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 130 mg/dl หากมีปริมาณที่สูงกว่านี้ติดต่อกันอย่างต่อเนื่องอาจจำเป็นต้องรับประทานยาลดไขมัน ซึ่งจะคอยควบคุมปริมาณไขมันในเลือดให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้

ไม่อ้วนเอาเท่าไร
ภาพจาก : http://www.scarymommy.com/you-are-going-to-be-fat/ ไม่อ้วนเอาเท่าไร


    นอกจากการพยายามลดไขมันชนิดไม่ดีแล้ว ยังจำเป็นต้องพยายามเพิ่มไขมันชนิดดี (HDL) ให้แก่ร่างกายด้วย หน้าที่ของไขมันตัวดีนี้จะคอยขจัดคราบไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด แล้วส่งไปกำจัดที่ตับและขับออกทางน้ำดี ซึ่งสามารถหารับประทานไขมันชนิดดีนี้ได้จากน้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดฟักทอง น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส น้ำมันคาโนลา หอมหัวใหญ่ หรือเมล็ดอัลมอนด์

    การเลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้องต่อร่างกาย ย่อมจะช่วยให้คุณสามารถมีชีวิตที่แข็งแรง และมีสุขภาพที่ปลอดภัยจากโรคร้ายได้อย่างแน่นอน