“หวีผม” อย่างไรให้ผมสลวย

“หวีผม” อย่างไรให้ผมสลวย

    ผมเป็นเครื่องประดับบนร่างกายที่จะช่วยให้คุณดูสวยขึ้นได้มากกว่าที่คุณคิด ในขณะเดียวกัน หากคุณดูแลผมไม่ถูกวิธี มันก็จะกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้คุณดูแย่ลงได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สาวๆทั้งหลายล้วนแต่ใส่ใจในการดูแลเส้นผลให้สวยงามอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสระผม นวดผม ทำทรีตเมนต์ อบไอน้ำ ทำสปา หรือสูตรหมักผมต่างๆนานา ที่จะนำพาความสวยงามมาสู่เส้นผมของคุณ แต่คุณอาจจะลืมหนึ่งวิธีพื้นฐานที่มีผลอย่างมากต่อคุณภาพของเส้นผมของคุณไป สิ่งนั้นก็คือ “การหวีผม” นั่นเอง มาเรียนรู้กันดีกว่าว่าการหวีผมที่ถูกวิธีต้องทำอย่างไรบ้าง เผื่อว่าบางทีคุณอาจจะหวีผมผิดวิธีมาตลอดชีวิตก็เป็นได้

    การวิธีดูแลผมสวยด้วยการ “หวีผม” มีเคล็ดลับไม่ยาก เพียงแค่คุณต้องพยายามพิจารณาความสำคัญในทุกจุด ตามวิธีดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 การเลือกใช้หวีที่มีคุณภาพ
อย่าสักแต่ว่ามีหวีก็พอแล้ว เพราะคุณภาพของหวีมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อคุณภาพของเส้นผม การจะเลือกซื้อหวีดีๆสักอันเพื่อใช้ในการบำรุงเส้นผมขึงไม่ควรดูเพียงเฉพาะลวดลายที่สวยงามเพียงเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา ก็คือ วัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตเป็นหวี หากเป็นไปได้คุณควรเลือกหวีที่ทำจากไม้เนื่องจากหวีที่ทำจากไม้จะไม่มีประจุลบไฟฟ้า ทำให้เมื่อใช้หวีสอดแทรกไปตามเส้นผม ผมก็จะไร้การเสียดสีที่มากจนเกินไป ทำให้โอกาสการเกิดไฟฟ้าสถิตระหว่างหวีกับเส้นผมมีโอกาสเกิดได้น้อย โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศแห้งๆในฤดูหนาวที่มีโอกาสเกิดไฟฟ้าสถิตได้มาก การใช้หวีที่ทำจากไม้ก็จะช่วยลดอาการเหล่านี้ลงไปได้ นอกจากนี้ หวีที่ทำจากไม้ยังไม่ทำลายความชุ่มชื้นของเกล็ดผมได้ด้วย เมื่อหวีไปแล้วจะทำให้ผมเรียบลื่น จัดทรงง่าย และยังช่วยป้องกันปัญหาผมแตกปลายได้เป็นอย่างดีด้วย


“หวีผม” อย่างไรให้ผมสลวย

ภาพจาก : http://www.girlsallaround.com “หวีผม” อย่างไรให้ผมสลวย


ขั้นตอนที่ 2 เลือกหวีผมให้ถูกเวลา

    ขั้นตอนนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดอีกขั้นตอนหนึ่ง เนื่องจากการหวีผมที่ผิดเวลาจะทำให้เส้นผมของคุณขาดหลุดร่วงได้ง่าย การหวีผมที่ถูกเวลาจำเป็นจะต้องหวีผมในเวลาที่ผมแห้งไปแล้วเท่านั้น สาวๆคนไหนที่เพิ่งจะทำการสระผมมา จึงควรจะต้องรอให้ผมแห้งดีเสียก่อนจึงจะหวีผมได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้เนื่องจาก หลังจากการสระผมเสร็จใหม่ๆ เส้นผมของเราจะอ่อนแอมากที่สุด หากสาวๆเลือกที่จะหวีผมในทันทีที่ผมยังไม่แห้ง จะมีผลทำให้ผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายมากขึ้นได้ และแน่นอนว่าถ้าผมร่วงบ่อยๆเข้า โอกาสที่คุณจะหัวล้านก็คงใกล้เข้ามาทุกทีๆ

ขั้นตอนที่ 3 หวีผมให้ถูกจุด

    นอกจากเรื่องของเวลาในการหวีผมแล้ว การหวีผมให้ถูกจุดก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ไม่ใช่ว่าคุณจะสามารถหวีผมในจุดใดก่อนก็ได้ หรือตรงไหนผมยุ่งมากที่สุดก็เริ่มต้นหวีจากตรงนั้น แต่การหวีผมที่ถูกวิธีที่จะช่วยถนอมคุณภาพของเส้นผมให้อยู่ได้อย่างยาวนาน ควรจะเริ่มการหวีจากปลายเส้นผมก่อน โดยเริ่มหวีจากปลายผมลงไปทีละ 2 นิ้ว จากนั้นจึงเริ่มไล่ขึ้นมาหวีในระดับ 3-4 นิ้วไปเรื่อยๆ ให้หวีไล่ระดับเช่นนี้เป็นระยะๆ ไปจนทั่วศีรษะ หากคุณสามารถทำได้ตามที่ว่ามานี้ น่าจะช่วยให้สุขภาพผมสวยเงางาม และไร้ปัญหาผมแห้งแตกปลายได้อย่างแน่นอน

ขั้นตอนที่ 4 ไม่ควรหวีผมบ่อยมากเกินไป
คุณอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่คนโบราณพูดกันมาก่อนหน้านี้ว่า “การหวีผมวันละร้อยครั้ง จะช่วยให้ผมสวยเงางามมากยิ่งขึ้น” แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะการหวีผมบ่อยๆหรือหวีผมถี่มากเกินไป จะทำให้คุณเกิดปัญหาผมเสียแตกปลาย ผมอ่อนแอ หรือผมลีบบางได้ง่ายกว่าเดิม ทางที่ดีที่สุดจึงเป็นการหวีผมเฉพาะเวลาที่จำเป็น และไม่หวีผมให้บ่อยมากจนเกินไป เพียงเท่านี้ ก็ช่วยให้คุณมีสุขภาพผมที่ดีได้แล้วละค่ะ

ขั้นตอนที่ 5 หวีสกปรก ผมก็สกปรก
สาเหตุสุดท้ายที่อาจมีผลให้ผมของคุณไม่สวยเงางามอย่างที่ควรจะเป็น ก็คือ การใช้หวีที่สกปรก และไม่เคยทำความสะอาดบ้างเลย เพราะการที่หวีเต็มไปด้วยคราบสกปรก ย่อมจะทำให้ส่งผลเสียต่อคุณภาพของเส้นผมของคุณได้เช่นกัน
ลองสละเวลาทำความสะอาดหวีโดยการนำหวีมาแช่ในน้ำอุ่น แล้วเทสบู่ล้างมือหรือแชมพูลงไปเพื่อทำความสะอาด เป่าหรือเช็ดให้แห้ง ง่ายๆแค่นี้ก็ทำให้คุณมีผมที่สวยมากขึ้นกว่าเดิมได้แล้วละค่ะ

    การจะทำให้ตัวเองมีเส้นผมที่สวยสุขภาพดีทำได้ไม่ยากเลยใช่หรือไม่ค่ะ เพราะเพียงแค่คุณเริ่มต้นการหวีผมง่ายๆด้วยวิธีที่ถูกต้องเช่นนี้ ก็จะเป็นตัวช่วยเบื้องต้นที่จะทำให้ผมของคุณไม่แห้งเสียแตกปลายมากไปกว่าเดิมได้แล้ว ใครอยากมีสุขภาพผมที่ดีขึ้นมากกว่าที่เคยเป็น อยากลืมนำวิธีการหวีผมที่ถูกวิธีไปใช้กันดูนะคะ ได้ผลดีแน่นอน