Month: June 2014

ดื่มกาแฟอย่างไรให้ได้ประโยชน์

กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วถือเป็นเสน่ห์ที่น่าเย้ายวนใจของคอกาแฟทุกๆท่าน การดื่มกาแฟในวิธีที่ถูกต้องและปริมาณที่พอเหมาะ จะส่งผลให้ร่างกายได้รับประโยชน์ที่เหมาะสมหลายประการ ดังต่อไปนี้ ภาพจาก : http://indianexpress.com/article/cities/bangalore/coffee-board-to-offer-courses-to-increase-local-coffee-demand/ ประการแรกที่ถือเป็นประโยชน์ขั้นต้นที่ทุกคนทราบกันดีก็คือ ความสามารถในการแก้ง่วง โดยหากจะดื่มให้ได้ผลดี แนะนำให้ดื่มในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง กล่าวคือ แทนที่จะดื่มกาแฟรวดเดียวหมดแก้วในตอนเช้า ให้เปลี่ยนเป็นการจิบทีละน้อยครั้งละประมาณ 60-90 มิลลิลิตร กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ต้านความง่วงภายใน 15 นาทีแรกและจะคงอยู่ในร่างกายนานอีกหลายชั่วโมงกว่าที่จะถูกขจัดออกจากร่างกาย           ประการต่อมาคือประโยชน์ในการป้องกันโรค ผลการวิจัยเผยว่า การดื่มกาแฟเป็นประจำจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีลดลง อีกทั้งสารคาเฟอีนในกาแฟยังมีคุณสมบัติช่วยยับยั้ง hIAPP และโพลีเปปไทด์ ตัวการก่อให้เกิดโปรตีนผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานชนิดที่ 2
Read More

ทานาคา แป้งที่สาวพม่าไว้วางใจ

ทานาคาจัดเป็นเครื่องประทินผิวที่สาวพม่าใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณจวบจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังถูกพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นเครื่องสำอางที่วางขายทั้งในประเทศเมียนม่าร์และประเทศใกล้เคียง ภาพจาก : http://carewhite.blogspot.com/2014/02/tanaka-for-white.html            ทานาคาเป็นต้นไม้ที่มีต้นกำเนิดในประเทศพม่า ส่วนเปลือกของต้นทานาคาถูกนำมาใช้ประโยชน์มานานกว่า 200 ปี โดยรูปแบบการใช้งานจะเป็นการนำเอาท่อนไม้ทานาคามาฝนกับแผ่นหิน ผสมน้ำเล็กน้อย ก่อนใช้ทาหรือพอกเพื่อบำรุงเรือนร่างโดยเฉพาะใบหน้า จากนั้นทิ้งให้ให้แห้งจะรู้สึกสึงตึงที่ผิวหนัง พอกทิ้งไว้ก่อนล้างออกด้วยน้ำธรรมดา            สรรพคุณที่โดดเด่นของทานาคา คือ การช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนสวย ลดความมัน ไม่ทำให้ผิวแห้ง ลดรอยเหี่ยวย่น ป้องกันผิวหน้าจากแสงแดด และช่วยรักษาสิวฝ้าได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจที่ทานาคาจะเป็นที่ยอมรับและถูกใช้กันมานานอย่างต่อเนื่อง            เมื่อพิจารณาลงไปถึงองค์ประกอบลึกๆภายในทานาคาจะพบว่า ทานาคาประกอบด้วยสารสำคัญอย่าง
Read More

แก้เผ็ด

รสเผ็ด เป็นรสชาติที่ขาดไม่ได้ในอาหารไทย เมนูอาหารแทบทุกชนิดจะต้องมีการปรุงรสความเผ็ดเพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหารน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น            แต่บางครั้งการรับประทานเผ็ดมากจนเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกเผ็ดร้อนอันแสนทรมาน วิธีการแก้เผ็ดที่หลายๆคนมักทำกันก็คือการดื่มน้ำตามเข้าไปมากๆ แต่การแก้ไขด้วยวิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องมากที่สุดหรอกคะ ภาพจาก : http://www.9thaihealth.com            อาการเผ็ดร้อนที่เกิดขึ้นหลังการรับประทานอาหารนั้น เกิดมาจากสารแคปไซซิน (Capsaicin) ที่พบมากในพริก วิธีการแก้อาหารเผ็ดจะต้องรับประทานอาหารที่มี่น้ำมันเป็นส่วนประกอบ เนื่องมาจากสารแคปไซซินนี้ละลายได้ดีในน้ำมัน แต่ละลายในน้ำได้น้อยมาก การดื่มน้ำในปริมาณมากจึงไม่อาจทำให้ความเผ็ดเจือจางลงได้เท่ากับการรับประทานอาหารที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบอย่างอาหารทอด นมหรือกะทิ นอกจากนี้เราอาจจะสังเกตได้ง่ายๆจากอาหารไทยอย่างแกงเขียวหวาน หรือแกงกะทิต่างๆ ซึ่งโดยมากมักมีองค์ประกอบของกะทิ ที่ไม่ได้เติมลงไปเพื่อเพิ่มความหอมหวานมันเท่านั้น แต่ยังช่วยดับความเผ็ดร้อนในอาหารได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าในนมยังมีสารอย่างเคซีน (Casein)
Read More

กินอะไรให้ห่างไกลเบาหวาน

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้นทุกปี สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนอินซูลินที่ทำหน้าที่ควบคุมการใช้คาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลในร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้ตามปกติ หรือแม้กระทั่งการบริโภคอาหารก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่แสนสำคัญของการเกิดโรคเบาหวาน            ปัจจุบัน วัฒนธรรมการบริโภคอาหารจะค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปตามสังคมแห่งความเร่งรีบ อาหารที่รับประทานส่วนใหญ่จะเน้นอาหารจำพวกน้ำตาล แป้ง และข้าว ในปริมาณสูง ซึ่งอาหารเหล่านี้จะถูกย่อยเป็นน้ำตาลและดูดซึมเข้าร่างกายได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้ตับอ่อนื่อร่างกายนมากเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ อร์โมนต้องหลั่งฮอร์โมนอินซูลินจำนวนมากเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ ดังนั้น หากบริโภคอาหารประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้ตับอ่อนทำงานหนักและเป็นเหตุให้การทำงานผิดปกติไป ไม่สามารถหลั่งฮอร์โมนอินซูลินมาลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ จึงเกิดเป็นโรคเบาหวานขึ้น   ภาพจาก : http://health.howstuffworks.com/skin-care/information/nutrition/low-glycemic-index-improve-skin.htm            อาหารที่มีความสัมพันธ์กับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานมากที่สุดคืออาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว ขนมปัง
Read More

Say cheese!!

Cheese หรือเนยแข็งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์จากนมที่ทุกคนรู้จักและหลงรักในการรับประทานมานาน กระบวนการผลิตได้จากการตกตะกอนโปรตีน (coagulation) ในน้ำนมด้วยเอนไซม์เรนนินที่อุณหภูมิประมาณ 29 ? 31 องศาเซลเซียส แล้วจึงนำมาขึ้นรูปและบ่มจนได้ออกมาเป็นอาหารแสนอร่อยที่ใครหลายคนอดใจไม่ไหว ภาพจาก : http://blog.localbanya.com/exotic-world-cheeses-in-banyas-aisles/            ประเภทของชีสมีอยู่มากมายหลายแบบขึ้นอยู่กับวัตถุดิบนมและเชื้อยีสต์ที่ใช้ในการผลิต ชีสเป็นแหล่งของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส สังกะสี และวิตามินบี 12 นอกจากนี้ ชีสยังเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่แพ้นมวัวที่ต้องการสารอาหารเหมือนในน้ำนม เนื่องจากในชีสจะมีปริมาณน้ำตาลแลคโตสที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียในอัตราที่ต่ำกว่านมวัวโดยทั่วไป            
Read More

หวานแบบเมเปิล

สารให้ความหวานในโลกนี้มีอยู่มากมายหลายชนิด บ้างก็เป็นสารที่ได้มาจากธรรมชาติ บ้างก็เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็ล้วนแต่มีวิธีการผลิตที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีระดับความหวาน รสชาติและคุณประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันด้วย แต่ถ้าหากจะพูกถึงสารให้ความหวานจากธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก ?เมเปิลไซรัป? เป็นแน่ ภาพจาก : http://krupuysocial.wordpress.com/ เมเปิลเป็นต้นไม้ที่ปลูกได้ดีในประเทศแคนาดาและบางรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา น้ำเลี้ยงจากต้นเมเปิลสามารถนำมาระเหยให้เข้มข้นจนกลายเป็นเมเปิลไซรัปแสนอร่อย ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่น่าหลงใหลของคนทั่วโลก ต้นเมเปิลที่จะสามารถกรีดเอาน้ำเลี้ยงมาผลิตเป็นไซรัปได้จะต้องเป็นต้นที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และจะเก็บได้เฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์?เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นเท่านั้น และเมื่อเก็บน้ำเลี้ยงมาได้ก็จะต้องนำมาผ่านกระบวนการระเหยเพื่อเพิ่มความเข้มข้น อาจกล่าวได้ว่าน้ำเลี้ยงจากต้นประมาณ 40 ลิตร จะนำมาผลิตน้ำเชื่อมเมเปิลได้เพียง 1
Read More

เธอมากับฝน

หน้าฝนถือเป็นฤดูกาลที่มีความเสี่ยงต่ออาการเจ็บป่วยจากโรคภัยต่างๆได้สูงเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้บางคนปรับสภาพร่างกายตามไม่ทันและเป็นสาเหตุของอาการหวัดหรือโรคอื่นๆที่เกิดขึ้นได้ โรคภัยร้ายแรงที่มาพร้อมกับหน้าฝนมีอยู่มากมายหลายโรคดังต่อไปนี้ ภาพจาก : http://wallpaperswide.com/rain_drops_over_umbrella-wallpapers.html           โรคแรกที่พบได้บ่อยมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นอาการหวัด คัดจมูก หรือติดเชื้อที่ลำคอ ซึ่งเกิดได้จากเชื้อไวรัสที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ สภาวะอากาศที่ชื้นและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิเป็นเหตุให้ใครหลายๆคนต้องเผชิญกับโรคนี้อยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน้าฝน อาการโดยทั่วไปที่แสดงออกก็คือ อาการคัดจมูก มีน้ำมูก เจ็บคอ มีไข้ หรือปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจพัฒนาเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ได้            โรคต่อมาที่มาพร้อมกับหน้าฝนก็คือ โรคท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษ โรคนี้มีสาเหตุมาจากการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในอาหาร ซึ่งสภาวะอากาศในหน้าฝนส่งผลให้เชื้อเจริญเติบโตได้ดีมากขึ้น โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าวในช่วงนี้จึงเพิ่มมากขึ้นด้วย การปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้เองที่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่าย            โรคผิวหนังอักเสบเป็นอีกโรคที่เกิดได้บ่อยในหน้าฝน
Read More

เอาชนะภูมิแพ้ด้วยตนเอง

ภูมิแพ้ อีกหนึ่งอาการป่วยที่รักษาให้หายขาดได้ยาก และเป็นอาการที่หลายๆคนเป็นกัน สาเหตุโดยมากของการเกิดภูมิแพ้เกิดได้จากปัจจัยหลายประการ ประการแรกเป็นปัจจัยในด้านกรรมพันธุ์ เนื่องจากโรคภูมิแพ้นี้สามารถถ่ายทอดจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูกได้ โดยหลักเกณฑ์จะเป็นการถ่ายโอนทางพันธุกรรมที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนปัจจัยอื่นๆที่สามารถควบคุมได้จะเป็นปัจจัยในด้านสิ่งแวดล้อม อาหารการกินหรือยารักษาโรค อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญต่ออาการกำเริบของภูมิแพ้ก็คือปัจจัยในด้านความเครียด ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อความรุนแรงของอาการที่แสดงออกมา            หากพูดถึงวิธีในการรักษาโรคภูมิแพ้ในปัจจุบัน ยังไม่พบยาที่จะรักษาที่ต้นเหตุของการเกิดอาการได้ การรักษาจึงเป็นเพียงการแก้ไขที่ปลายเหตุมากกว่า ดังนั้นการที่จะสามารถต่อต้านอาการภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นจะต้องเริ่มต้นที่ตัวของคุณเอง ซึ่งการเริ่มต้นอาจเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการอยู่ การกิน ทีละน้อยๆ และค่อยๆทำจนเคยชิน ก็จะทำให้ร่างกายเกิดความสมดุลมากขึ้น และอาการภูมิแพ้ที่เป็นอยู่ก็จะค่อยๆหายไปเอง ภาพจาก : http://www.goosiam.com/health/html/0008581.html            สิ่งแรกที่ควรเริ่มปรับเปลี่ยนก็คือ อาหารการกิน
Read More

ฟื้นความสาวด้วยน้ำมันมะพร้าว

การบำรุงความงามด้วยน้ำมันมะพร้าวถือเป็นหนึ่งในวิธีพื้นบ้านที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วกัน ด้วยคุณสมบัติสารพัดประโยชน์ที่สามารถช่วยบำรุงได้ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า จึงทำให้น้ำมันมะพร้าวกลายเป็นที่รู้จักและถูกใช้เป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวพรรณกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภาพจาก : http://health.siam2day.com/wp-content/uploads/2014/02/Coconut-Oil.jpg             น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเนื้อมะพร้าวแห้ง โดยหากเป็นน้ำมันมะพร้าวจากธรรมชาติที่มีความบริสุทธิ์สูง จะถูกสกัดโดยกระบวนการที่ไม่ใช้สารเคมีและความร้อนในการผลิต แต่จะใช้กระบวนการหีบเย็น (cold pressed) แทน ซึ่งจะส่งผลให้น้ำมันมะพร้าวที่ได้มีความใส ไม่มีสี และมีกลิ่นหอมของมะพร้าว ในน้ำมันมะพร้าวจะมีกรดไขมันอิ่มตัวมากถึง 86% โดยชนิดของกรดไขมันที่พบมากที่สุด คือ กรดลอริก (45%) และกรดปาล์มมิติก (10%) ด้วยองค์ประกอบดังกล่าวส่งผลให้น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่สามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่เหม็นหืน แต่หากเก็บไว้ในอุณหภูมิเย็นจะจับตัวแข็งเป็นไข           
Read More

ติดมือถือ ผลร้ายทำลายสุขภาพ

เทคโนโลยีถือเป็นสิ่งสำคัญในการเป็นตัวช่วยเพื่อเชื่อมโยงหลายๆสิ่งเข้าหากัน ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะ ?โทรศัพท์มือถือ? ที่จัดเป็นของคู่กายที่กลายเป็นอวัยวะที่ 33 ที่ขาดไม่ได้ของมนุษย์ในยุคดิจิตอล โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่เพียงอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้เพียงแค่โทรออก-รับสายอีกต่อไป แต่ถือเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิส์ที่สร้างความรื่นรมณ์และช่วยให้การติดต่อสื่อสารสะดวกสบายมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต อย่างไรก็ตามการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ กลับส่งผลร้ายต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ทีละน้อยๆ แบบที่คุณอาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อน ภาพจาก : http://blog.lnw.co.th/ แอปพิเคชั่นเกมต่างๆเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจสร้างผลเสียให้แก่สุขภาพร่างกาย การจ้องหน้าจอขนาดเล็กเป็นเวลานานอาจส่งผลร้ายต่อสายตาได้ เนื่องจากทำให้สายตาต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อคอยปรับโฟกัสให้เหมาะสม อีกทั้งการใช้งานอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้เกิดอาการปวดตา และทำให้ส่วนต่างๆ ในดวงตาเสื่อมก่อนเวลาอันควรได้ นอกจากนี้การเกร็งนิ้วมือเพื่อบังคับหน้าจอให้เป็นไปตามที่ต้องการ อาจทำให้ผู้ใช้เกิดอาการเอ็นข้อมืออักเสบ (De Quervain’s Disease) หรืออาการนิ้วมืองอติด (Trigger
Read More