Author Archive: Kanokthip

ชาเขียว…เครื่องดื่มมากประโยชน์

benefits-drinking-green-tea ชาเขียว...เครื่องดื่มมากประโยชน์

ชาเป็นเครื่องดื่มที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยชาที่นิยมดื่มกันในปัจจุบันแบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ ชาจีน ชาฝรั่ง และ ชาเขียว ซึ่งชาแต่ละชนิดจะมีกรรมวิธีในกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันไป ทำให้ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับแตกต่างกันตามไปด้วย ภาพจาก : http://lifefoodnutrition.org/benefits-drinking-green-tea/           ชาที่จัดว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด คือ ชาเขียว (Green tea) ซึ่งเป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก ใบชาที่เก็บได้จะถูกนำไปไล่ความชื้นออก และทำลายเอ็นไซม์ในใบชาเพื่อไม่ให้เกิดการหมักตัวขึ้น จากนั้นจะนำไปมวนและนำใบชาไปคั่วเพื่อให้ความชื้นเหลือเพียง 3% ด้วยกระบวนการที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้ชาเขียวไม่เสียองค์ประกอบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น สารโพลีฟีนอล ที่เป็นสารต้านออกซิเดชันให้กับร่างกายในปริมาณสูง ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์ในร่างกาย อีกทั้งมีสารคาเทชิน หรือ epigallocatechin-3-gallate (EGCG) ที่ช่วยยับยั้งการขยายตัวของเซลล์มะเร็งและป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ เป็นต้น อย่างไรก็ดีการดื่มชาก็มีข้อควรระวังหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่เป็นโรคริคสีดวงหรือมักมีอาการท้องผูกไม่ควรดื่มชาที่มีความเข้มมากๆ หรือหากผู้บริโภคคนใดต้องการดื่มชาที่เข้มข้นมากๆ…
Read more

สุขภาพดีด้วยมะรุม

Healthy with horseradish สุขภาพดีด้วยมะรุม

สุขภาพที่ดีเกิดได้จากองค์ประกอบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การควบคุมจิตใจให้แจ่มใส ไม่ตึงเครียด และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย            มะรุมถือเป็นผลไม้ไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามินเอ, วิตามินซี, แคลเซียม และโพแทสเซียม สารอาหารต่างๆเหล่านี้มีส่วนช่วยในการป้องกันโรค บำรุงสมองและระบบประสาท เป็นใยอาหาร และให้พลังงาน อีกทั้งน้ำมันสกัดจากเมล็ดมะรุมก็ยังถือเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพด้วยเนื่องมาจากมีองค์ประกอบภายในที่คล้ายคลึงกับน้ำมันมะกอก ภาพจาก : http://สมุนไพร.thaidrawing.com             นอกเหนือไปจากสารอาหารที่มากมายแล้ว มะรุมยังมีสารฟลาโวนอยด์ที่ชื่อ ?เคอซิทิน? ซึ่งมีคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์อิลาสเทส คอลลาจิเนส ไฮยาลูโรจิเนส และไทโรซิเนส ที่เป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายอิลาสติก คอลลาเจน และกรดไฮยาลูโรนิก ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอย การรับประทานมะรุมจึงมีสรรพคุณในการช่วยชะลอความแก่ ทำให้คุณแลดูอ่อนวัยได้ยาวนานยิ่งขึ้น             ในด้านการต้านอนุมูลอิสระก็ถือเป็นข้อดีที่สำคัญอีกข้อหนึ่งที่พบได้ในมะรุม โดยสารสกัดจากมะรุมประกอบด้วยเบตาแคโรทีนและกรดไลโนเลอิก ที่มีความสามารถในการลดระดับของสารออกซิเดชัน…
Read more

น้ำมันงาเพื่อสุขภาพ

Sesame Oil for Health น้ำมันงาเพื่อสุขภาพ

       น้ำมันที่ใช้สำหรับประกอบอาหารมีอยู่หลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตน้ำมัน แต่ถ้าหากพูดถึงน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ มีความเสถียรต่อการใช้งาน คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก ?น้ำมันงา? กันอย่างแน่นอน ภาพจาก : http://webboard.niyay.com/detail/68889.html            เมล็ดงาและน้ำมันงาถูกนำมาใช้เป็นอาหารสุขภาพกันอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน โดยมีความเชื่อกันว่ามีผลในการชะลอความแก่และป้องกันโรคภัยได้ อีกทั้งยังมีสารสำคัญที่ชื่อเซซามิน (sesamin) ที่มีการศึกษาวิจัยว่าช่วยยับยั้งการดูดกลืนและการสังเคราะห์โคเลสเตอรอลในร่างกาย            องค์ประกอบของน้ำมันงามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวประมาณ 80% ที่เหลืออีก 20% เป็นชนิดอิ่มตัว น้ำมันงาจัดเป็นน้ำมันที่มีสารต้านปฏิกิริยาการเติมออกซิเจนหรือการเกิดอนุมูลอิสระสูงมากชนิดหนึ่ง ดังนั้นน้ำมันงามีความเสถียรต่อปฏิกิริยาการเติมออกซิเจนมากกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่น            กรดไขมันโอเมก้า- 6 และ โอเมก้า? 3 สามารถพบได้ในน้ำมันชนิดนี้ ซึ่งการบริโภคน้ำมันงาจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น โดยการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาว อีกทั้งยังช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ปลอดภัยจากโรคความดันโลหิตสูงและโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งช่วยต้านสารอนุมูลอิสระไม่ให้ไขมันในเซลล์และในผิวหนังทำปฏิกริยากับฟรีแรดิคัล จึงส่งผลให้ผิวมีสุขภาพดี…
Read more

‘มานูก้า’ ราชินีแห่งน้ำผึ้ง

manuka-honey-drizzle ?มานูก้า? ราชินีแห่งน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งในโลกนี้มีอยู่มากมายหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีจุดเด่นหรือจุดขายที่แตกต่างกันออกไป แต่มีน้ำผึ้งอยู่ชนิดหนึ่งที่คนทั่วโลกยกให้เป็นน้ำผึ้งที่ดีที่สุดในโลกหรือเป็นราชินีแห่งน้ำผึ้ง น้ำผึ้งชนิดนั้นคือ ?มานูก้า ฮันนี่? (Manuka Honey) นั่นเอง น้ำผึ้งมานูก้าเป็นน้ำผึ้งที่ได้จากดอกมานูก้า ซึ่งเป็นต้นชาในแถบประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกของต้นไม้ชนิดนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ถือเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยจากสารพิษ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้น้ำผึ้งมานูก้าโดดเด่นในด้านประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ อีกทั้งมีกลิ่นอันหอมหวานและรสชาติที่เข้มข้นถูกใจผู้บริโภค ภาพจาก : http://www.photographyobsession.co.uk/gallery3/food/honey/manuka-honey-drizzle-40d-15373            เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติภายในน้ำผึ้งชนิดนี้จะพบว่า น้ำผึ้งมานูก้ามีคุณสมบัติต้านเชื้อจุลินทรีย์โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากมีเอนไซม์ที่ผลิตไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งคุณสมบัติอันโดดเด่นมากกว่าน้ำผึ้งชนิดอื่นๆ น้ำผึ้งมานูก้าอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่างโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติในการปกป้องและชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวทำให้ผิวของคุณดูเปล่งปลั่ง ไม่หย่อนคล้อย และยังมีสาร AAH650+ (Active Antibacterial Anti-Oxidant Honey 650+) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าน้ำผึ้งชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ยังพบสารไบโอฟลาโวนอยด์ กรดฟีโลลิก และกรดแอบซิสิก อีกด้วย…
Read more

ปอกกล้วยเข้าปาก

What-To-Eat-When-You-Have-A-Sore-Throat ปอกกล้วยเข้าปาก

ภาพจาก : http://www.medguidance.com/thread/What-To-Eat-When-You-Have-A-Sore-Throat.html            กล้วยถือเป็นผลไม้ที่หาทานได้ง่ายอุดมไปด้วยพลังงาน แร่ธาตุ และวิตามิน มากมาย สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กแบเบาะไปจนถึงผู้สูงอายุวัยชรา อีกทั้งส่วนอื่นๆของกล้วยก็ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนไทยจึงมักนิยมปลูกกล้วยกันอย่างแพร่หลาย            การรับประทานกล้วยที่มีอายุต่างกัน จะให้ประโยชน์ต่อร่างกายที่ต่างกันตามไปด้วย ดังนั้นการเลือกช่วงอายุของกล้วยให้ถูกกับความต้องการของร่างกาย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่            กล้วยดิบถือเป็นแหล่งของสารที่ชื่อว่า ?แทนนิน? ซึ่งมีความสามารถในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร และช่วยป้องกันไม่ให้ผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ถูกทำลายจากอาหารรสจัด            การรับประทานกล้วยที่เพิ่งเริ่มสุกหรือกล้วยห่ามจะช่วยแก้อาการท้องเสียได้ อีกทั้งยังเพิ่มกากอาหารเวลาถ่ายอุจจาระทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น กล้วยที่มีอายุกึ่งดิบกึ่งสุกนี้สารอาหารหลายตัวที่สูงกว่ากล้วยในช่วงอายุอื่นๆ โดยจะมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาระดับน้ำในร่างกายได้ และยังมีสารเซโรโทนินที่ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหารได้ด้วย            หากรับประทานกล้วยที่สุกพอดี กล้วยสุกจะช่วยเป็นยาระบายและแก้อาการท้องผูกได้ เนื่องจากในกล้วยสุกมีสารเพ็กตินอยู่มาก สารเพ็กตินมีฤทธิ์ช่วยในการระบายท้อง แต่มีข้อระมัดระวังคือควรเคี้ยวกล้วยให้ละเอียด เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีแป้งซึ่งเป็นสารจำพวกคาร์โบไฮเดรตอยู่ถึง 20 -25 % หากเคี้ยวไม่ละเอียดจะส่งผลให้กระเพาะอาหารและลำไส้ต้องทำงานหนักขึ้น จึงอาจทำให้เกิดอาการท้องอืด…
Read more

ดื่มเบียร์อย่างไรให้ได้ประโยชน์

 ใช่ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีแต่โทษเสมอไป หากเราดื่มให้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกปริมาณ การดื่มเบียร์ก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน            เบียร์ถือกำเนิดมาเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อน แต่เพิ่งจะแพร่หลายไปทั่วโลกในช่วงศตวรรษที่ 19 ในอดีตชาวอียิปต์โบราณและชาวเยอรมันยกให้เบียร์เป็นสุดยอดของยารักษาโรค โดยเฉพาะในเรื่องการทำให้เลือดลมไหลเวียนดี จากสถิติเรื่องการดื่มเบียร์พบว่าชาวเยอรมันเป็นชาติที่ดื่มเบียร์มากที่สุดในโลกเฉลี่ยคนละกว่า 160 ลิตรต่อปี รองลงมาคือเบลเยียมและเชโกสโลวาเกียตามลำดับ ภาพจาก : http://www.nile2day.com            มีงานการศึกษาวิจัยของหลายๆชาติทั่วโลก ระบุว่าการดื่มเบียร์ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้ลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจ 30-40% เนื่องมาจากในเบียร์มีสารที่ชื่อว่า ?โพลีฟีนอล? ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant)            เบียร์ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น มีผลต่อความดันโลหิต การดื่มในปริมาณที่เหมาะสมสามารถช่วยป้องกันการอุดตันของไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแอลกอฮอล์ในเบียร์มีผลในการช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ในเส้นเลือด จึงช่วยลดโอกาสการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือดลดลง หรือช่วยลดภาวะเส้นเลือดอุดตันได้ อีกทั้งยังช่วยให้หลับสบายและปัสสาวะคล่อง การดื่มเบียร์เป็นประจำจึงสามารถลดการเกิดนิ่วในไตได้…
Read more

หายใจให้อายุยืน

Breathing longevity หายใจให้อายุยืน

 มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการหายใจ แต่จะมีสักกี่คนที่หายใจได้อย่างถูกวิธี การเรียนรู้วิธีการหายใจที่ถูกต้องนอกจากจะช่วยให้คุณมีสุขภาพกายที่ดีแล้ว สุขภาพใจก็จะดีตามไปด้วย            การหายใจที่ถูกต้องเป็นวิธีคลายความเครียดแบบง่ายๆที่ทุกคนสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยการหายใจที่ถูกต้องนี้จะไม่ใช่การหายใจแบบปกติที่เราทำกันอยู่ในขณะนี้ แต่จะเป็นการหายใจแบบลึกที่ ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อหน้าอกแต่จะใช้กระบังลมซึ่งเป็นกล้ามเนื้อผืนใหญ่ใต้ปอดแทน            การฝึกหายใจแบบลึกเริ่มต้นจากการทำใจให้สบาย จากนั้นนั่งในท่าที่สบาย หลังตรง ปล่อยตัวตามสบายไม่เกร็ง สูดลมหายใจเข้าลึกๆผ่านทางจมูก ยกกระบังลมขึ้นให้อากาศบริสุทธิ์เข้าในส่วนล่างของท้อง ขยายเข้ามาในส่วนกลาง และส่วนบนจนเต็มบริเวณหน้าท้อง หน้าอก จนถึงบ่าไหล่ หากทำถูกวิธีจะสังเกตได้ว่าส่วนอกจะยกขึ้น ท้องจะโป่งออก และรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของกระบังลม หลังจากนั้นให้หายใจออกโดยพ่นลมหายใจออกทางปากอย่างช้าๆภายใน 5 วินาที ทำซ้ำตั้งแต่แรกอีก 3-4 ครั้ง ฝึกการหายใจไปเรื่อยๆจนร่างกายคุ้นชิน เมื่อร่างกายชินแล้วจะหายใจแบบนี้เองโดยอัตโนมัติ http://www.kitticharn.com/2010_10_01_archive.html            การฝึกการหายใจที่ถูกวิธีอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้ร่างกายมีบุคคลิกภาพดีขึ้น ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อลดลง อัตราการหายใจลดลง อัตราการเต้นของของหัวใจช้าลง และส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำลงด้วย ส่วนในด้านของจิตใจจะทำให้คุณรู้สึกใจเย็นมากขึ้น…
Read more

โยเกิร์ตพร้อมดื่มกับประโยชน์ที่มากกว่า

Yogurt and drink with more benefits โยเกิร์ตพร้อมดื่มกับประโยชน์ที่มากกว่า

โยเกิร์ตพร้อมดื่มเป็นหนึ่งในอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่ดื่มได้ทุกเพศทุกวัย มีคุณค่าทางอาหารเช่นเดียวกับนมพร้อมดื่มทั่วไป สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของร่างกายโดยเฉพาะโครงสร้างของกระดูกและฟันได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปริมาณแคลเซียมในปริมาณสูง ภาพจาก : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=412164            นอกจากนี้ยังพบว่า อาหารที่มีแคลเซียมสูงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านกระบวนการเผาผลาญไขมันได้ดีกว่า ดังนั้นการรับประทานโยเกิร์ตพร้อมดื่มจะส่งผลต่อการรลดลงของน้ำหนักตัวด้วย จากงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่มีการบริโภคแคลเซียมน้อยกว่า 600 มิลลิกรัมต่อวัน จะมีน้ำหนักตัวและเปอร์เซ็นต์ไขมันสะสมในร่างกายมากกว่าผู้ที่รับประทานแคลเซียมมากกว่า 600 มิลลิกรัมต่อวัน นอกเหนือจากปริมาณแคลเซียมแล้ว โยเกิร์ตยังประกอบไปด้วยโปรตีนในปริมาณสูง ซึ่งโปรตีนในโยเกิร์ตที่ร่างกายบริโภคเข้าไปสามารถย่อยได้ง่ายกว่าโปรตีนจากแหล่งอื่นๆ            นอกจากนี้ แบคทีเรียที่ใช้เป็นหัวเชื้อในการผลิตโยเกิร์ตนั้น เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้วจะเข้าสู่ลำไส้แล้วมีการสร้างกรดขึ้น ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้สามารถสร้างสารปฏิชีวนะในลำไส้ ซึ่งทำให้ในลำไส้มีสภาวะที่ไม่เหมาะกับการเจริญของแบคทีเรียอื่นๆ โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค แบคทีเรียบางสายพันธุ์ที่ใช้ทำโยเกิร์ตนั้นสามารถสร้างสารคล้ายยาปฏิชีวนะ ซึ่งสามารถต้านทานโรคบางชนิด เช่น วัณโรค ได้ ในอดีตแพทย์รัสเซียมีความเชื่อว่า การใช้โยเกิร์ตเป็นอาหารประจำของผู้ป่วยสามารถช่วยรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรควัณได้ นอกจากนี้ยังมีการใช้โยเกิร์ตพร้อมดื่มกับผู้ป่วยที่เป็นโรคอหิวาห์ โดยให้ผู้ป่วยดื่มโยเกิร์ตพร้อมดื่มวันละ 3 เวลาหลังอาหาร พบว่าทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคดังกล่าวได้เร็วขึ้น           …
Read more

เค็มแต่ดี

very sault เค็มแต่ดี

น้ำปลา ถือเป็นเครื่องปรุงรสที่ขาดไม่ได้ในการปรุงอาหารไทย นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงรสมานานแล้วน้ำปลาคือผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวรสเค็ม ใช้สำหรับปรุงแต่งกลิ่นรสของอาหาร เป็นผลผลิตที่ได้จากการหมักปลากับเกลือ ซึ่งเป็นกรรมวิธีการแปรรูปที่รู้จักกันโดยทั่วไปโดยเฉพาะในประเทศไทย โดยหากเปรียบเทียบความแตกต่างในด้านรสชาติของวัตถุดิบปลาที่นำมาใช้ในการผลิตน้ำปลาแล้ว จะพบว่าน้ำปลาที่ได้จากปลากะตักถือเป็นน้ำปลาที่มีรสชาติหอมอร่อยมากที่สุด            นอกเหนือจากความสำคัญในด้านความอร่อยแล้ว น้ำปลายังมีประโยชน์ในด้านโภชนาการด้วย ในน้ำปลา 100 มิลลิลิตร ประกอบไปด้วยเกลือประมาณ 27-28 กรัม สารอินทรีย์ไนโตรเจน 0.6-2 กรัม และแอมโมเนียมไนโตรเจน 0.2-0.7กรัม จากการวิจัยพบว่าน้ำปลาเป็นแหล่งของเกลือแร่และกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไลซีน และยังมีวิตามินที่สำคัญคือ วิตามินบี 12 ซึ่งพบได้น้อยในอาหารชนิดอื่น           สำหรับผู้ที่ขาดแคลนอาหารจำพวกโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ น้ำปลาคุณภาพดีจะช่วยเป็นแหล่งของสารอาหารได้ ถึงแม้อาจจะไม่สามารถทดแทนโปรตีนที่ร่างกายต้องการได้ทั้งหมดก็ตาม เพราะยังมีข้อจำกัดในการบริโภค โดยปริมาณที่รับประทานต่อวันไม่ควรเกิน15-30 ซีซี หรือราว 1-2 ช้อนโต๊ะ หรือคิดเป็นปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันได้ประมาณ 7%…
Read more

เมนูไข่…ให้ประโยชน์

Benefits of the egg เมนูไข่...ให้ประโยชน์

ไข่… ถือเป็นอาหารหลักของคนไทยที่สามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย ในไข่หนึ่งฟองคุณอาจจะมองว่าประกอบไปด้วยไข่แดงและไข่ขาวเพียงเท่านั้น แต่ถ้าหากคุณลองมองลึกเข้าไปจะพบว่าในไข่มีสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย เช่น โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และสารอื่นๆที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ไข่มักถูกนำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ไข่ลูกเขย และอีกสารพัดไข่ ที่เรียกได้ว่าหาทานได้ง่ายและได้ประโยชน์ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถรับประทานไข่เท่าใดก็ได้ เพราะร่างกายของแต่ละบุคคลนั้นมีการทำงานที่แตกต่างกันไปตามเพศ วัย หรือโรคประจำตัว ทำให้ความต้องการสารอาหารของแต่ละคนแตกต่างกันในแต่ละวัน โดยทั่วไป คนปกติที่มีร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัยไข้เจ็บควรทานไข่ 3-4 ฟอง/สัปดาห์ ส่วนผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือโรคไขมันในเส้นเลือดก็สามารถรับประทานไข่ได้เช่นกัน แต่จำกัดปริมาณเพียงสัปดาห์ละ 1 ฟอง มากไปกว่านั้นรูปแบบในการรับประทานก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การรับประทานไข่แต่ละครั้งควรจะเลือกทานแบบสุกโดยเฉพาะตัวไข่ขาว เนื่องจากการรับประทานไข่ที่ไม่สุกจะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ยากมากขึ้น ภาพจาก : http://jacobskitchen.wordpress.com/2010/07/21/back-to-basics-hard-boiled-eggs/…
Read more